บ้านไร่

ท่ามกลางแสงอำพันของดวงตะวันยามเช้า เสียงไก่ขัน นกกระจิบ และผีเสื้อโบยบิน คล้าย ๆ กับโห่ร้องแสดงความยินดีต้อนรับวันใหม่ หลังจากพระพิรุนได้โปรยลงมาอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน

เสียงร้องเรียกของคุณแม่ปลุกให้ผมตื่นขึ้น เพื่อให้อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ผมได้แต่ชะเง้อคอมาขานรับเสียง โดยที่ยังคงไม่ลุกจากเตียงนอนที่แสนสบาย จนกระทั่งไข่เจียวร้อน ๆ กับข้าวมะลิหอมกรุ่น ส่งกลิ่นเข้าไปถึงห้องนอน เย้ายวนใจผมจนต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะได้ไปทานข้าวไข่เจียวจานโปรดที่ตั้งสำรับพร้อมแล้วที่โต๊ะอาหาร

จักรยานคันเก่งจอดรออยู่แล้วที่ใตุ้ถุนบ้าน หลังจากทานข้าวเรียบร้อยแล้ว ผมก็กระโจนลงบันได ด้วยความว่องไวแล้วก็ควบจักรยานเพื่อปั่นไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านไม่ใกล้ ไม่ไกล ประมาณสามกิโลเมตร

เสียงกริ่งบ่งบอกถึงเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง ผมรีบน้ำจักรยานไปจอดใต้อาคารไม้ ที่สร้างมาแล้วมานานกว่าสิบปี ตั้งตระหง่านเพื่อให้จักรยานของเด็กประถมรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้จอดพักพิง เพื่อให้ไม่ต้องแดด ลม และฝน

ทันใดนั้นเองระหว่างที่วิ่งเพื่อที่จะไปเข้าแถวหน้าเสาธงให้ทันเวลา อากาศก็ร้อนอบอ้าวผิดปกติล้อมจู่ ๆ ก็แผ่คลุมรอบตัว ควันดำ และเสียงดังของรถเมล์ที่แข่งกันปล่อยควันดำเข้าสู่อากาศ

… ผมสะดุ้งตื่นขึ้นทันที พร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกครั้งที่สิบสองที่ทำหน้าที่ของมันได้ดี โดยที่เมื่อคืนได้ถูกตั้งไว้ในเวลาไว้เจ็ดโมงเช้า พร้อมกับความงุนงงที่อยู่ ๆ ภาพต่าง ๆ ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยภาพของเพดานหอพักใน กทม ที่ได้เช่าอยู่เพื่อมาทำงานได้ปีกว่าแล้ว

โธ่ นี่เราฝันไปหรอกหรือนี่ …

Share
Related Posts

Leave a Comment


NOTE - You can use these HTML tags and attributes:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>