Monthly Archives: June 2007

งดหนึ่งสัปดาห์

ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน นอน …

ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน นอน …

ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน นอน …

ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน นอน …

ของดอัพเดทบล็อกช่วงนี้ งานเยอะมาก จนไม่มีแรงคิด อ่าน …

Share

อวดดีอวดเด่น

หลวงจีนรูปหนึ่งค่อนข้างยโสอวดดี ได้ติดตามหลวงจีนอีกห้ารูปเดินทางไปร่วมปฏิบัติธรรมที่อารามของฌานาจารย์หวงเนี่ย หลวงจีนอื่น ๆ ต่างแสดงความเคารพต่อฌานาจารย์หวงเนี่ยด้วยจิตใจเลื่อมใส มีหลวงจีนรูปนั้นเพียงรูปเดียวเจตนาแสดงความไม่เคารพ เพื่ออวดโอ่ว่าตนบรรลุฌานแล้ว

หลวงจีนรูปนั้นฉวยอาสน์ขึ้นมา ใช้นิ้ววาดเป็นรูปวงกลมกลางอากาศ แล้วยืนที่มุมหนึ่ง โดยไม่ปริปากกล่าววาจาใด

ฌานาจารย์เห็นดังนั้น ก็กล่าวกับหลวงจีนทั้งหมดว่า “มีสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งดุร้ายยิ่ง” หลวงจีนที่อวดดีตอบว่า “สุนัขล่าเนื้อมาตามเสียงร้องของเลียงผา”

ฌานาจารย์ ถามว่า “ท่านได้ยินเสียงเลียงผาหรือ” หลวงจีนรูปนั้นตอบว่า “ถ้าอย่างนั้น คงมาตามรอยเท้าเลียงผา”

ฌานาจารย์ถามว่า “ท่านเห็นรอยถ้าเลียงผาหรือ” หลวงจีนรูปนั้นเปลี่ยนคำตอบอีกว่า “ถ้าอย่างนั้นคงมาตามเงาเลียงผา”

ฌานาจารย์ถามอีกว่า “ท่านเห็นเงาเลียงผาหรือ” หลวงจีนรูปนั้นเปลี่ยนคำตอบอีกว่า “ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเลียงผาที่ตายแล้ว” ฌานาจารย์ได้ยินดังนั้น ก็เดินออกจากโบสถ์ไป

วันรุ่งขึ้น ฌานาจารย์เรียกหลวงจีนอวดดีรูปนั้นมาถามอีกว่า “เรื่องเมื่อวานนี้ยังไม่จบ ท่านจะอธิบายอย่างไร ?” แต่หลวงจีนรูปนั้นตอบไม่ได้ ฌานาจารย์จึงแนะนำสั่งสอนว่า “เดิมอาตมาคิดว่า เจ้าเป็นพระฌานที่บรรลุธรรมแล้ว ที่แท้เจ้ายังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า “ฌาน” คืออะไร คำพูดของเจ้าเพียงพูดออกมาโดยวิธีจำแนกและพูดจากความรู้ที่เจ้ามีเท่านั้น” พอฌานาจารย์พูดจบ หลวงจีนรูปอื่น ๆ ก็ขับไล่ไสส่งหลวงจีนที่ยังไม่บรรลุฌาณแต่อวดดีรูปนั้นออกจากอารามไป

คนจำนวนมากชอบอวดภูมิหักหาญโต้แย้งศํพท์แสง หรือคำพูดบางคำกับคนอื่น คิดว่าตัวเองรู้มาก คนชอบอวดดีอวดเด่นประเภทนี้ ย่อมไม่เป็นที่พึงปราถนา ของคนอื่นตลอดไป ไม่รู้คนพวกนี้รู้ตัวหรือเปล่าว่าสร้างเวรกรรมอะไรไว้ …!

Share

Google Analytic

และแล้วก็ลุล่วงไปหนึ่งเดือนสำหรับการเปิดตัวของwww.atthakorn.comซึ่งก็ได้มีเพื่อน ๆ มากมายมาเยี่ยมเยียน ตลอดจนถึงบัดนี้

ว่าแล้วก็มาแนะนำ Service ของ Google ที่ชื่อว่า Google Analytic ดีกว่า (แอบเก็บสถิติการเยี่ยมชมเวบไซต์) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวัดผล และเก็บสถิติการเยี่ยมชมเวบไซต์ การสมัครเพื่อใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่มี Gmail Account เราก็สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับบริการของ Google-Analytic ได้เลย

เมื่อเราได้สมัครแล้ว เราจะได้ javascript พร้อม id มาชุดหนึ่ง ให้เรานำมาแปะไว้ที่ Footer ของเวบไซต์เรา จากนั้นรอ 1-2 วันทำการ Google Analatic ก็จะเริ่มแสดงข้อมูลกราฟการเยี่ยมชมให้เราเห็น โดยทั่วไปแล้ว การอัพเดทข้อมูลของ Google Analytic จะทำการอัพเดทตอนประมาณบ่ายสองโมงของทุกวัน (Delay 1 วัน)

กราฟแสดงการเข้าชมเวบไซต์ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

มีตัวเลขผู้เข้าชมทั้งหมดในรอบเดือน และข้อมูลอื่น ๆ

แผนภูมิวงกลมแสดงที่มาของ Reference website

  • Direct Traffic – หมายถึงเข้าถึงเวบไซต์นี้โดยตรง เช่น www.atthakorn.com
  • Search Engines – หมายถึงได้มีผู้ใช้ Search Engine เช่น Google เพื่อเชื่อมโยงก่อนมาถึงเวบไซต์ที่วัดสถิติ
  • Referring Site – ถ้ามีคนทำลิงค์มาถึงเวบไซต์เรา แล้วมีนักท่องเวบคลิ๊กที่ลิงค์นั้น เพื่อมาสู่ไซต์เรา ข้อมูลก็จะถูกจัดอยู่ในหมวดนี้

เพื่อน ๆ ที่สนใจ และมีเวบไซต์เป็นของตนเอง ลองไปสมัครใช้บริการได้ที่ http://www.google.com/analytics/ แล้ววันหลังถ้ามี Tool ที่น่าสนใจอีกจะเอามาแนะนำอีกนะครับ

Share

Global Warming

นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า สภาวะโลกร้อน (Global Warming) ได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำัดับ เพียงไม่กี่สิบปี เมืองไทยที่เคยมีช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน กลับกลายเป็นว่าในปีหนึ่ง ๆ จะมีวันที่เรามีโอกาสใส่เสื้อกันหนาว เพื่อสร้างความอบอุ่นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

ภาวะโลกร้อน สาเหตุหลักเกิดมาจากสภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) ที่เกินความพอดี, แท้จริงแล้วสภาวะเรือนกระจกมีส่วนช่วยให้สิ่งมีชีวิต อาศัยอยู่บนโลกได้ ลองจินตนาการดูเรือนเพาะชำ ที่ล้อมรอบด้วยห้องกระจก กระจกช่วยเก็บความร้อน ทำให้พืชผักเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ช่วยในการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร

ระบบความสมดุลที่กล่าวมาข้างต้นถูกทำลายโดยน้ำมือของมนุษย์ การเพิ่มสารที่ช่วยในการสะท้อนกลับของแสงในชั้นบรรยากาศ เช่น ก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเกิดจากการสันดาบของน้ำมัน จากการใช้ยวดยานพาหนะ และการปล่อยควันจากโรงงานอุตสหกรรม ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นส่วนให้ชั้นบรรยากาศเก็บความร้อน และส่งกลับมายังผิวโลกมากขึ้น

ปกติแล้วต้นไม้จะมีความสำคัญ ในการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศ ด้วยวิธีการสังเคราะห์แสง เป็นวิธีที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อควบคุมอุณหภูิมิโลก และสภาวะเรือนกระจกมานับล้านปี ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศมีภาวะการเปลี่ยนแปลงที่คงที่ แต่ทว่า ต้นไม้ที่น่าสงสาร ได้ถูกโค่นล้มเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการก่อสร้าง สาธารนูปโภคของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสารเรือนกระจก (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์) และการลดลงของผืนป่า ที่อยู่ทั่วไปบนโลก ที่สวนทางกัน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ

การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูิมิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา เราจะสังเกตความผิดปกติได้อย่างช้า ๆ และมีแนวโน้มที่จะเร็วขึ้นในอนาคต บริเวณเส้นศูนย์สูตรในแผนที่โลก ฤดูหนาวเริ่มหายไป ฤดูร้อนก็ร้อนมาก ส่วนแถบขัวโลกน้ำแข็งก็เริ่มละลายอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ขั้วโลกเริ่มสูญพันธุ์เนื่องจากไม่มีที่อยู่ มีการทำนายกันว่า หมีขั้วโลกอาจจะสูญพันธุ์ไปจากโลกในช่วงไม่ถึงร้อยปีนี้

ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องตระหนักว่า ภัยของโลกร้อนเป็นภัยร่วมของเราทุกคน ต้องคิดต้องหาทางร่วมมือกัน ปกป้องโลกอันหน้าอยู่นี้ จงอย่าลืมว่า “สภาวะโลกร้อนไม่ได้ทำให้โลกถูกทำลาย แต่มนุษย์ชาติต่างหากเล่าที่จะต้องล้มหายไปจากโลกนี้”

ก่อนที่สายพันธุ์มนุษย์จะสูญพันธ์เหมือนชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่่น
ที่ไม่สามารถปรับตัวได้และทยอยสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้

Share

ทะเลสาบ

บ่อยครั้งชีวิตก็เรียบง่าย เหมือนน้ำในทะเลสาบที่สงบนิ่งอยู่มาเป็นเวลานานจนกระทั่ง ก้อนหิน ก้อนหนึ่งได้ถูกขว้าง พุ่ง มุ่งลงกระทบผิวน้ำ แรงน้ำกระเพื่อมสั่นไหว แล้วค่อย ๆ เงียบสงบลงอีกครั้ง ในระหว่างที่หินก้อนนั้น ได้จมลงสู่ผืนทะเลสาบที่กว้างใหญ่

ชีวิตคนเราก็เหมือนกับทะเลสาบ มีความเรียบง่ายดังผืนน้ำ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความอ่อนนุ่ม ลื่นไหลคล้ายกลับสายน้ำลึก แต่คนเราชอบหยิบเรื่องรอบข้างมากมาย เข้ามาใส่ให้กับชีวิต  ดั่งหินนับพันก้อน ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ได้พุ่งทะยานจากขอบฟ้า แล้วตกลงใส่ผืนน้ำ ก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่เราไม่สังเกตว่า คลื่นบนผิวน้ำได้ก่อตัวขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย คลื่นได้ซ้อนกันกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ ทะเลสาบที่เคยแสนสงบ บัดนี้ได้กลายเป็น สายน้ำที่หวั่นไหว ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสงบนิ่ง แต่ถ้าเมื่อไร ที่ไม่มีหิน ทะละสาบก็จะค่อย ๆ กลับมาสู่สภาวะสงบนิ่งอีกครั้ง

คนเราเรียนรู้ที่จะรับรู้สิ่งรอบ ๆ ตัว ทั้งเรื่องที่ดีมีสาระ และอีกมากมาย หลายเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุ และไร้คุณค่าทางจิตใจ แต่คนเราไม่เคยเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กลับปล่อยให้ภาวะจิตที่เคยสงบนิ่งถูกรุมเร้า ดั่งเห็นพันก้อนพุ่ง เสียดแทงจิตใจ

การค้นหาความสงบ ไม่ใช่การขวนขวาย ท่องไปหาดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก หรือทะเลสาปแห่งใหม่ จักแต่เป็นการเรียนรู้ที่จะวางของหนัก ที่อยู่ในจิตใจ

จำไว้ให้ขึ้นใจว่า “ตัวกู ไม่ใช่ของกู”

Share

TBT – อาณาจักรหนังสือ

เสาร์หยุด สุดสัปดาห์นี้ ไปเดิน TBT – Thailand Book Tower ซึ่งเป็นอาณาจักรหนังสือแห่งแรกของเมืองไทย ตั้งอยู่ถนนสาธรเหนือ ซึ่งเราสามารถไป TBT โดยทางรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสุรศักดิ์ จากนั้นเดินย้อนกลับมาประมาณ 500 เมตร ก็จะเจอ TBT ตั้งตระหง่านอยู่ ว่าแล้วผมก็เดินเข้าไปในศูนย์หนังสือที่ไม่ธรรมดาแห่งนี้

อู้หู …!!!   ใครมาที่นี่ครั้งแรกผมต้องรับประกันได้ว่าต้องตื่นตาตื่นใจทุกคนน ทำไมหนังสือมันมากมายขนาดนี้ ภายในอาคาร TBT จะแบ่งหนังสือออกเป็นหมวด แล้วแยกไว้ไปในแต่ละชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็มีเนื้อที่ที่ไม่ธรรมดา ประมาณ 800 ตารางเมตร ดังนี้

  • ชั้นที่ 1 Top Hit Zone – รวมหนังสือใหม่ หนังสือขายดี หนังสือแนะนำจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ อีกทั้งยังมีมุมกาแฟ และอินเตอร์เนทค่าเฟ่ห์อีกด้วย
  • ชั้นที่ 2 Feeling Zone – รวมวรรณกรรมทั้งไทยและเทศจากทุกมุมโลก (หนังสือวรรณกรรม classic หลาย ๆ เล่มหาได้ที่นี่ครับ
  • ชั้นที่ 3 Living Zone – หนังสือวาไรตี้ สังคม การเมือง กีฬา และธรรมะ เป็นต้น
  • ชั้นที่ 4 Kids Zone – หนังสือแม่และเด็ก และหนังสือเด็กต่าง ๆ เช่น นิทานภาพ ภาพวาดระบายสี
  • ชั้นที่ 5 Brain Zone – รวมหนังสือคู่มือเตรียมสอบ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ
  • ชั้นที่ 6 Lively Zone – หนังสืออินเทรนด์เอาใจวัยรุ่น หนังสือการ์ตูนจากหลากหลายสำนักพิมพ์รอคุณที่นี่
  • ชั้นที่ 7 Multimedia & Food Zone – ศูนย์อาหารสไตล์ Modern และมีบริการมัลติมีเดียต่าง ๆ
  • ชั้นที่ 9 Seminar Zone – บริการห้องประชุมสัมนา จัดการประชุมในโอกาสต่าง ๆ

ทริปนี้ ผมใช้เวลากวาดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแผนผัง TBT ยังไม่ทันได้หยิบหนังสือสักเล่มอ่านน ไปจน 7 ชั้น (ยกเว้นชั้น 9) ก็ปาไปเกือบ ครึ่งชั่วโมงง ต้องยอมรับว่าเค้าทำได้ดีจริง ๆ ทุก ๆ ชั้น จะมีการจัดวางเก้าอี้น่ารัก ๆ ตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้พวกคนที่มาเยี่ยมชมได้หยิบหนังสือ มาลองอ่านนดู (หรือไม่ก็อ่านจบเลย ฮ่า) ก่อนที่จะตัดสินใจควักกระเป๋าเพื่อซื้อไปอ่านที่บ้านน

โอกาสหน้าคงใช้โอกาสวันเสาร์อาทิตย์ สักวัน ไปนั่งเล่นอ่านหนังสือ เพื่อพักผ่อน ที่แอร์เย็น ๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชีวิตของคนกรุงในยามอากาศร้อนเช่นนี้

เยี่ยมชมเวบไซต์ของ Thailand Book Tower ได้ที่ http://www.thailandbooktower.com/

Share

Today Quote

Everybody gets so much information all day long that they lose their common sense.
เมื่อเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น เราก็สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองลงมากเท่านั้น

By Gertrude Stein

Share

Portrait Fever @เกาะเกร็ด

สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว บอล ตั๋งและดา ได้เดินทางไปล่องเรือรอบเกาะเกร็ด หลังจากนั้นก็ได้ถือโอกาสให้นางแบบของเรา (ดา) ได้ลองหัดโพสท์ท่าถ่ายแบบบ้าง โดยมีตากล้องมือสมัครเล่นบอลและตั๋ง กดชัตเตอร์อย่างเมามันส์  ว่าแ้ล้วก็ไปดูรูปกันดีกว่า


Model: ดา

Location: เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นทบุรี

Full Album : คลิ๊กที่นี่เพื่อไปหน้าอัลบัม

Share

ท่องเกาะเกร็ด

เช้าตรู่วันอาทิตย์ ตื่นขึ้นมางง ๆ พร้อมกันความงัวเงีย เพื่อรอเวลานัดตั๋งคุง ที่ตกลงกันตั้งแต่เมื่อวานว่า จะไปเกาะเกร็ดกันวันนี้

พอถึงเวลานัดประมาณ 9:30 น. ที่หน้ากองทหารราบที่ 11 (แถวบ้าน) ก็เจอตั๋งคุงพร้อมด้วยชุดออกรบ กระบอกเลนส์ 70-200L และเจ้าหนอนน้อยตัวเก่งง (Canon) หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเมล์สาย 552 จากหน้ากองทหารราบเพื่อไปสู่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน เพื่อไปรับเพื่อนร่วมเดินทางอีกหนึ่งคน (จริง ๆ แล้วหลังจากนี้เราไม่ได้ไปรับเค้าหรอก เพื่อนคนนี้มารับเราตะหาก (-_- )”… )

ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ดด … เสียงกดกริ่งของรถเมล์ เพื่อให้พวกเราได้ลงที่หน้าเดอะมอลงามวงวาน แล้วบอลคุง กะตั๋งคุงก็ยืนรอเพื่อนอีกคนจนกระทั่งเวลา 10:00 ก็มีรถเก๋งโตโยต้า Vios ไม่ทราบป้ายทะเบียนนน มาจอดรับเราหน้าห้างงง จากนั้นเมื่อนับพลทหารได้สองนาย และคนคับรถอีกหนึ่งคน :P (เพื่อนใหม่คนนี้ชื่อดาครับ) เราทั้งสามก็เดินทางไปท่าน้ำนนท์เพื่อที่จะขึ้นเรือเร็วไปเกาะเกร็ดกัน

ถึงท่าน้ำนนท์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เราทั้งสามก็ตีตั๋วเรือเร็ว ราคา 100 บาท ซึ่งไม่แพงมาก สำหรับการล่องเรือรอบเกาะเกร็ด … เราต้องนั่งรอเวลาสักครู่เพื่อให้คนเรือรอผู้โดยสารคนอื่น ๆ นอกจากเรา (จะได้คุ้มค่าน้ำมันและกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเดินเรือสักเที่ยวหนึ่ง) รอจนกระทั่งได้ผู้โดยสารประมาณ 10-12 คน เรื่อเร็วลำนี้ก็ออกเดินทางง

<!— อัลบั้มการเยี่ยมชมเกาะเกร็ดขนาดใหญ่สามารถไปดูได้ที่ อัลบัมภาพ หรือเข้าโดยตรงจากลิงค์ข้างล่างนี้นะครับ http://www.atthakorn.com/album/koh-krade/ —>

ซ่า ๆ เสียงน้ำกระเซ็นใส่ผม ตั๋งคุง และดาจัง เรือแล่นด้วยความเร็วพอสมควรร ก็น่าตื่นเต้นดีสำหรับประสบการณ์นั่งเรื่อล่องแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรกของผม  วันนี้อากาศร้อนมาก โชคดีที่มีลมพัด ก็เลยพอ Ok หน่อย

เรือเร็วลำน้อยแล่นผ่าน เรือเก็บของ ลอดใต้สะพาน  บรรยากาศริมน้ำดึงดูดสายตาผมไปจากสิ่งอื่นใดทั้งหมด วิถีของชาวบ้านยังคงดำรงอยู่ท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพ

เมื่อเรือเร็วจอดท่าน้ำหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา เราทั้งสามก็ได้ลงไปเดินเล่นน แต่ไม่ทันไรรู้สึกหิวข้าวกัน เนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า เราทั้งสามเลยลองหาที่นั่ง ที่ร้านข้าวแช่ ของขึ้นชื่อของที่นี้เลยทีเดียวว

“ข้าวแช่สามจานนน” ดาจังตะโกนร้องเรียกแม่ค้า  ตั๋งคุงได้ยินดังนั้น ก็เลยสะกิดให้ดาจังสั่งลองมาชิมสักชุดดูก่อน (เหตุที่ตั๋งคุงเคยชิมแล้ว บอกว่าไม่อร่อย) แต่ผมและดาจังก็ไม่เชื่อ ก็เลยลองสั่งมาดูสักชุด เพื่อลองชิมกัน

ไม่นานนัก แม่ค้าก็ถือข้าวแช่มาชุดหนึ่ง และเราก็พบว่า ข้าวแช่ คล้าย ๆ กับการน้ำข้าวเจ้าที่หุงร้อน ๆ มาแช่ในน้ำที่ผสมอะไรสักอย่าง (กลิ่นมันเลยแปลก ๆ) กับ กับข้าวคือหัวไชโป๊ จากนั้นเราก็พบว่า มันไม่ถูกปากนักท่องเที่ยวอย่างเราทั้งสามจริง ๆ เลยตัดสินใจไปเดินดูหมู่บ้าน และซื้อขนมกินเล่น แล้วค่อยแวะไปกินขนมจีนก่อนออกจากหมู่บ้านน

ภายในหมู่บ้านก็พบงานหัถกรรมมากมาย ทั้งโมบาย เครื่องปั้นดินเผา ที่มีโชว์ปั้นกันสด ๆ ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาทีสำหรับการปั้นแจกัน ขนาดเท่าหลอด cd ขนาด 50 แผ่น 2 หลอดต่อกัน สำหรับช่างที่ชำนาญแล้วถือว่าเร็วมาก แต่ถ้าเราทั้งสามไปปั้นเอง วันนี้คงไม่ได้กลับแน่ ๆ

จากนั้นพวกเราก็เดินเล่นไปอีกสักพัก เดินซื้อไอศครีมกะทิสด ขนมทองเอกและเสน่ห์จันทร์ ขนมไทยชาววังมาลองชิมดู เหลือบมองนาฬิการใกล้เวลานัดเรือเร็วมารับ พวกเราก็รีบไปหาขนมจีน รับประทานอาหารกลางวันเพื่อรองท้องก่อนไปร้านขนมชาววังเป็นสถานีต่อไป

เมื่อถึงร้านขนมชาววัง (จำไม่ได้ว่าร้านชื่ออะไรเพราะไม่ได้หาข้อมูลล่วงหน้า (-_- )” …. ) พวกเราก็เดินเข้าไปชมห้องครัว ซึ่งคุณป้าก็กำลังทำขนมฝอยทองอย่างตั้งใจ ผมเลยถือโอกาสถ่ายรูปตอนคุณป้ากำลังทำขนมฝอยทอง เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวในการชมเกาะเกร็ดครั้งนี้ หลังจากนั้นพวกเราก็ขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับท่าน้ำนนท์พร้อม ๆ กับความเหน็ดเหนื่อยกันทั้งสามคน

การเดินทางเที่ยวนี้ ขาดการไปเยี่ยมชมวัดปรมัยยิกาวาส ซึ่งเป็นวัดมอญเก่าแก่ของเกาะเกร็ดนี้ ซึ่งคราวหน้าถ้าได้ไปอีก ก็จะลองไปเยี่ยมชมดูสักครั้งง

ปล. ก่อนกลับผม ตั๋งคุงและดาจัง ก็ได้แวะถ่ายรูป Portrait โดยที่ดาจัง ได้เอื้อเฟื้อเป็น Model ให้ แต่รูปที่ได้มาเยอะมากก ต้องขอเวลาผ่าน Photoshop สักหน่อย แล้ว Update เวบคราวหน้าจะเอามาให้ชมกัน

Share

Google Logo ในโอกาสพิเศษ

ณ เวลานี้ คงไม่มีใครที่อยู่ในแวดวงคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนท ที่ไม่รู้จักเครื่องมือค้นหาที่ชื่อ Google เครื่องมีค้นหาที่ออกแบบหน้าเวบเพจที่สะอาดสะอ้านน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทรงพลังและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

หลาย ๆ คนอาจจะเคยสังเกตว่าโลโก้ของ Google นั้นบางวันก็จะเปลี่ยนไปจากโลโก้แบบปกติ บางคนอาจจะเห็นแล้วไม่คิดอะไร แต่ที่ สาเหตุที่ Google เปลี่ยนโล้โก้ให้แตกต่างจากวันธรรมดา ก็คือการร่วมฉลองเทศกาลพิเศษสำคัญต่าง ๆ ของโลก

โลโ้ก้ Google ภาพข้างบน โดยภาพบนจะเป็นโลโก้เนื่องในโอกาสวัน Halloween ซึ่งออกแบบเป็นผ้าพันแผลมาพันตัวอักษร Google ส่วนภาพล่างที่เห็นเป็นจุด ๆ หลาย ๆ ตัว เพื่อน ๆ ลองทายซิว่าเป็นภาพอะไร

คงไม่ยากเกินไปนะครับ โดยภาพจุด ๆ ที่แทนคำว่า Google นี้ คือโลโก้ที่ใช้ในวันเกิดของ Louis Braille ผู้คิดค้นตัวอักษรเบรล สำหรับคนตาบอดนั่นเอง

โดยโลโก้ Google นอกจากนี้ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่

http://www.google.co.th/intl/th/holidaylogos.html

ซึ่ง Google จะรวมโลโก้แปลก ๆ ไว้ และแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1999 เลยทีเดียว

Share
Page 1 of 212