จิตสงบไม่หวั่นไหว
หลวงจีนหลั่นจั้นเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงขจรขจาย ครั้นถึงบั้นปลายชีวิตนั้น ท่านเร้นกายในห้องศิลาแห่งหนึ่งบนเทือกเขาเหิงซาน ถางเต๋อจงฮ่องเต้ (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 779 – 805) ทรงเลื่อมใสในกิตติศัพท์ของท่านเป็นที่ยิ่ง จึงส่งทูตเดินทางไปนิมนต์ท่านเข้าวังหลวงเป็นการเฉพาะ
ทูตผู้ถือราชโองการไปถึงหน้าห้องศิลา ก็ประกาศด้วยเสียงอันดังว่า
“นิมนต์ท่านพระเถระเข้ารับราชโองการ…!!!!”
ทว่า ขณะนั้นหลวงจีนหลั่นจั้นนั่งยอง ๆ เผาหัวมันอยู่ในห้องศิลา ถูกรมควันจนน้ำมูกน้ำตาไหล ซุ่มเสียงและความเคลื่อนไหวนอกห้องศิลาท่านหาได้ยินไม่
ทูตผู้ถือราชโองการคอยอยู่นาน ไม่พบอาการสนองใด ๆ จึงส่งคนเข้าไปดู ก็พบหลวงจีนหน้ามอมแมมเปื้อนน้ำมูก น้ำตา ผสมควันดำด่าง
ทูตจึงเรียนท่านหลวงจีนว่า “นิมนต์ท่านเช็ดน้ำมูกน้ำตาเสียก่อน เพื่อรับราชโองการ”
หลวงจีนหลั่นจั้นกลับตอบโดยไม่แม้จะเหลียวมองว่า “อาตมาหามีเวลาว่างเช็ดน้ำมูกน้ำตาเพื่อโลกียกิจไม่”
การแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศ ทรัพย์สินเงินทองเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย ์ไม่เว้นแม้แต่นักบวช ผู้ละแล้วซึ่งกิเลสในทาง “นิตินัย” แต่หลวงจีนหลั่นจั้นท่านกลับมองสิ่งเหล่านั้นเป็นความว่างเปล่า ซึ่งในทางเป็นจริง น่าจะกล่าวได้ว่า ท่านกลับมีทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า
คนเราไม่ว่าตกอยู่ในสภาพเช่นไร ถ้าจิตสงบไม่หวั่นไหว ก็จะฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามไปได้อย่างอิสระ ไม่ถูกผูกมัด และมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างเป็นสุข ถึงไม่มีทรัพย์สิน เกียรติยศติดตัวเลยก็ตาม แต่บางคนดิ้นรนไขว่คว้า แก่งแย่งช่วงชิงตลอดชีวิต สุดท้ายกลับล้มเหลว พ่ายแพ้สูญเสีย ไม่ได้อะไรเลย ซ้ำิยิ่งทุกข์หนักก็มี …
ที่มา – หนังสือ “เซ็น วิถีแห่งความสุขที่แท้” เรียบเรียงโดย วรรธนะ มธนภินิเวศ