พระอาจารย์ฝ่าหมิงปกติทำหน้าที่เทศนาธรรมและเขียนบทความอธิบายข้อธรรมต่าง ๆ จนกระทั่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป อยู่มาวันหนึ่ง ท่านพูดกับฌานาจารย์ฮุ่ยไห่ ซึ่งเดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรมในวัดอย่างไม่มีปีมีขลุ่ยว่า “ท่านไม่มีอะไรเลย” ฌานาจารย์ฮุ่ยไห่ก็ตอบโดยที่พระอาจารย์ฝ่าหมิงคาดไม่ถึงเช่นกันว่า “ท่านก็ไม่มีอะไรเลย”
พระอาจารย์ฝ่าหมิงถามด้วยความตกตะลึงว่า “เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนี้ ?” ฌานาจารย์ตอบว่า “ท่านอ่านแต่คัมภีร์ ยึดมั่นถือมั่นกับหมึกและตัวอักษร แต่หมึกกระดาษ และตัวอักษรล้วนเป็นภาพมายา ท่านหยุดอยู่หน้าความว่างเปล่า ไม่เข้าสู่ความว่างเปล่า ท่านมิได้คว้าน้ำเหลวดอกหรือ ?”
พระอาจารย์ฝ่าหมิงแย้งด้วยความไม่พอใจว่า “ท่านปฏิบัติธรรมแบบฌานก็ไม่มีอะไร ไม่ได้อะไรไม่ใช่หรือ ท่านก็ไม่ได้คว้าน้ำเหลวเช่นกันดอกหรือ ? ”
ฌานาจารย์ฮุ่ยไห่ตอบไปว่า “อาตมาปฏิบัติธรรมแบบฌานไม่คว้าน้ำเหลวดอก เพราะตัวอักษรเกิดจากสติปัญญา สติปัญญาอยู่ในจิตใจอาตมา จะพูดจะเขียนอะไรล้วนขึ้นกับอาตมา อาตมาต้องการอะไร ในใจอาตมาก็มีสิ่งนั้น อาตมาไม่คว้าน้ำเหลวแน่”
คนจำนวนมากล้วนไขว่คว้าวัตถุภาพมายามาร้อยแปด ผลสุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ดังเช่นที่เรามุ่งมั่น แสวงหาทรัพทย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศ ความสุขสารพัดที่มีรูป มีนามเป็นวัตถุ ถึงที่สุดแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้นอกจากผลกรรม
แต่บางคนไม่ไขว่คว้าแสวงหาสิ่งใดเลย ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือความว่างเปล่า จึงสามารถทำจิตว่าง ในความว่างนั้นกลับมีทุกสิ่งทุกอย่างครบบริบูรณ์
ที่มา – หนังสือ “เซ็น วิถีแห่งความสุขที่แท้” เรียบเรียงโดย วรรธนะ มธนภินิเวศ