ทำไมนะ … หากเราไม่เคยสัมผัสกับความร้อน เราก็จะไม่รู้เลยว่าสิ่งไหนเย็น
ทำไมนะ … หากเราไม่เคยเป็นทุกข์ เราก็จะไม่รู้ว่าความสุขนั้นงดงามเพียงใด
ทำไมนะ … หากเราไม่เคยรู้สึกเจ็บป่วย เราก็จะไม่ตระหนักว่าการมีสุขภาพดีนั้นดีเช่นไร
ทำไมนะ … หากเราไม่เคยรู้สึกถึงความตาย เราก็จะไม่เคยมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่
… ไม่เข้าใจว่าทำไม ก่อนที่เราจะเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ก็ต้องผ่านประสบการณ์ หรือสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะตรงกันข้ามกันเสมอ
ง่ำ .. ลืมตรวจคำผิด -__-
ขออีกที ยังไงถ้าบอลมาตรวจเจอก็ลบออกให้ด้วยเน้อ ..
DNA หรือพฤติกรรมของมนุษย์เป็นแบบ relation ซึ่งจะเปรียบเทียบสิ่งสองสิ่ง หรืออาจเรียกว่าความสัมพัทธ์ ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอสไตน์
การสัมผัสทุกอย่าง(ตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส) .. ก็เปรียบเทียบกันแบบสัมพัทธ์
จิตใจก็มีความรู้สึกแบบสัมพัทธ์ด้วยแบบเช่นกัน
ความสัมพัทธ์ ที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว เราเรียกกันว่า ‘ทวิภาค’
คือการแบ่งแยกว่า
ดี-เลว
เย็น-ร้อน
ขาว-ดำ
ต่ำ-สูง
อ้วน-ผอม
สุข-ทุกข์
จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะเพิ่งรู้สึกกับสิ่งอีกสิ่งหนึ่ง ก็ต่อเมื่อต้องเจอกับอีกสิ่งหนึ่งที่ตรงกันข้ามกันก่อน.. เพราะมันก็เป็นแค่ธรรมชาติอย่างหนึ่งของเราเอง
พอกลับไปพูดถึง คำสอนใน ‘เซน’ ..
เซนก็ไม่แบ่งแยก ความรู้สึก ออกเป็นสองฝ่ายใด ๆ
เพราะโดยเนื้อแล้ว ไม่มีอะไรเป็นทวิภาคแท้ ๆ ในโลก(อันเป็นเพียงสภาวะธรรม) นี้