บ่อยครั้งชีวิตก็เรียบง่าย เหมือนน้ำในทะเลสาบที่สงบนิ่งอยู่มาเป็นเวลานานจนกระทั่ง ก้อนหิน ก้อนหนึ่งได้ถูกขว้าง พุ่ง มุ่งลงกระทบผิวน้ำ แรงน้ำกระเพื่อมสั่นไหว แล้วค่อย ๆ เงียบสงบลงอีกครั้ง ในระหว่างที่หินก้อนนั้น ได้จมลงสู่ผืนทะเลสาบที่กว้างใหญ่
ชีวิตคนเราก็เหมือนกับทะเลสาบ มีความเรียบง่ายดังผืนน้ำ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความอ่อนนุ่ม ลื่นไหลคล้ายกลับสายน้ำลึก แต่คนเราชอบหยิบเรื่องรอบข้างมากมาย เข้ามาใส่ให้กับชีวิต ดั่งหินนับพันก้อน ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ได้พุ่งทะยานจากขอบฟ้า แล้วตกลงใส่ผืนน้ำ ก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่เราไม่สังเกตว่า คลื่นบนผิวน้ำได้ก่อตัวขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย คลื่นได้ซ้อนกันกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ ทะเลสาบที่เคยแสนสงบ บัดนี้ได้กลายเป็น สายน้ำที่หวั่นไหว ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสงบนิ่ง แต่ถ้าเมื่อไร ที่ไม่มีหิน ทะละสาบก็จะค่อย ๆ กลับมาสู่สภาวะสงบนิ่งอีกครั้ง
คนเราเรียนรู้ที่จะรับรู้สิ่งรอบ ๆ ตัว ทั้งเรื่องที่ดีมีสาระ และอีกมากมาย หลายเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุ และไร้คุณค่าทางจิตใจ แต่คนเราไม่เคยเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กลับปล่อยให้ภาวะจิตที่เคยสงบนิ่งถูกรุมเร้า ดั่งเห็นพันก้อนพุ่ง เสียดแทงจิตใจ
การค้นหาความสงบ ไม่ใช่การขวนขวาย ท่องไปหาดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก หรือทะเลสาปแห่งใหม่ จักแต่เป็นการเรียนรู้ที่จะวางของหนัก ที่อยู่ในจิตใจ
จำไว้ให้ขึ้นใจว่า “ตัวกู ไม่ใช่ของกู”
เป็นไรมากป่าวพี่ เหอๆ