Monthly Archives: July 2007

ชีพจรลงเท้า

สองสามเดือนที่ผ่านมา ได้เดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยมาก ทั้งกลับบ้าน ไปเยี่ยมขอนแก่น หรือแม้กระทั่งไปเที่ยวที่ชายทะเล ประมาณว่าพอถึงวันศุกร์ ก็ได้ฤกษ์ตีตั๋วรถออกต่างจังหวัดได้เลย

หยุดยาวสัปดาห์นี้ คือช่วงเทศกาลเข้าพรรษา มีวันหยุดสามวัน ผมก็เลยถือโอกาสลาเพิ่มอีกหนึ่งวัน รวมทั้งสิ้นสี่วัน เดินทางกลับขอนแก่น มาร่วมกิจกรรม สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามของไทย เย็นวันนี้ มีนัดกับเพื่อน ๆ ไปเวียนเทียนที่วัดหนองแวง เนื่องในวันอาสาฬหบูชา แล้วพรุ่งนี้ก็ว่าจะไปให้อาหารปลาอยู่วัดป่าแถว ๆ บ้าน

การให้อาหารปลา เป็นกิจกรรมที่ผมชอบมากอีกอย่างหนึ่ง การให้อาหารปลาจะเป็นการทำบุญทำกุศลแล้ว ก็ยังเป็นกิจกรรมผ่อนคลายอีกด้วย เนื่องจากในระหว่างที่เรานั่งอยู่ในศาลาริมน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์ ธรรมชาติที่ไม่ค่อยได้พบเห็นมากนักที่เมืองหลวง ยามเราโปรยเม็ดอาหารลงไป หมู่ปลาช่อน ปลาดุก บางครั้งก็มีเต่าตัวน้อย ๆ โผล่ขึ้นมา เพื่อมากินอาหารกันมากมาย มองดูเหล่าสัตว์กินอาหาร ก็เป็นการปลดปล่อยความเครียดได้อีกทางหนึ่ง และอาจรวมไปถึงการฝึกสมาธิในท่าทางธรรมชาติ

วันนี้แค่นี้ก่อน เวลาเนทหมด (-_- )” ไว้ว่าง ๆ จะเข้ามาอัพเดทเรื่องราวที่ได้เจอ ในระหว่างทริปกลับขอนแก่นคราวนี้อีกครับ

Share

ลมทะเลชาเล่ห์

เสาร์- อาทิตย์ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก กับการท่องเที่ยวทะเลของสี่หนุ่มนักสำรวจ (Servey Team) เฉพาะกิจ ซึ่งได้ตกกระไดพลอยโจนมารวมกลุ่มกันเพื่อค้นหา ที่พักสำหรับกิจกรรม Outing Trip ของทีมที่ทำงาน ซึ่งในตอนแรกได้วางแผนไปหัวหินกัน แต่พอดีเกิดเหตุฉุกละหุกนิดหน่อย เลยเปลี่ยนเข็มการเดินทางจากลงใต้ มาสู่ทะเลตะวันออก

เริ่มต้นเดินทางเช้าวันเสาร์ตรู่ สี่หนุ่มก็มาพร้อมหน้า (ผม น้อง น้องกระติด และน้องต๊อป) ณ จุดนัดพบ ตึกอื้อจื่อเหลียงที่คุ้นเคย รอกันจนพร้อมหน้าแล้วก็นับถอยหลังสู่การเดินทางครั้งใหม่ ด้วยการสนับสนุนของน้องกระติก เราจึงได้รถที่ใช้แก๊ส LPG ในการเดินทาง ที่ช่วยทุ่นค่าน้ำมันได้มากเลย สนนไปกลับ กรุงเทพ-ระยองใช้ค่าน้ำไปประมาณ 800 บาท

รถแล่นฉิวผ่านทาง Motor Way สาย กรุงเทพ-ระยอง วิ่งตรงไปสุดสายที่อำเภอแกลง เพื่อที่จะวกกลับไปยังชายหากใกล้ ๆ แหลมแม่พิมพ์ ระหว่างทางก็คุยกันสนุกสนานตามประสาวัยรุ่น :P ที่ประทับใจมากก็คือ ช่วงเลย Motor Way มาสักพักจะมีวิวภูเขาและป่าไม้ข้างทางสวยงามมาก ซึ่งก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานหนักในรอบสัปดาห์ ของพวกเราทั้งสี่ได้ดีทีเดียว

สุดสาย อ.แกลง วกรถกลับมาทางระยองประมาณ 30 กม. ก็ถึงสถานที่แรก ระยองชาเล่ห์ ก็ได้เวลาทำงาน (สำรวจสถานที่ และห้องพัก) ให้สมกับค่าใช้จ่ายที่บริษัทใจดีออกให้ :) จากนั้นตัวแทนขายของระยองชาเล่ห์ ก็เลี้ยงอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ จากนั้นเราก็เดินทางไป สถานที่ถัดไป ลมทะเลชาเล่ห์ ซึ่งเป็นสถานที่พักสำหรับทริปนี้

บรรยากาศส่วนตัว อากาศเย็นสบาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายไปมากทีเดียว ตกเย็นก็ไปร้านอาหาร สั่งอาหารทะเลมารับประทานจนจุใจ จากนั้นก็ไปหาของหวาน ณ ตัวเมืองระยอง อิ่มหนำสำราญกับมื้อเย็น พวกเราก็รีบกลับมาที่พัก ดู AF และก็คล้อยหลับไป …  ก็หมดไปวันหนึ่งสำหรับทริปนี้ และพรุ่งนี้ก็เดินทางกลับกรุงเทพ ฯ

Share

How Addicted to Blogging Are You?

72%How Addicted to Blogging Are You?

Mingle2Online Dating

Share

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

กลับมาอัพเดทอีกครั้ง หลายจากห่างหายไปนานเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ที่น่าเจ็บปวดที่สุด (หมายถึงเจ็บปวดจริง ๆ) ก็คือ

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วตื่นเช้าขึ้นมาซักผ้า ช่วงที่กำลังก้มตัวเพื่อเอาผ้าไปตาก เส้นที่หลังก็เกิดอาการตึงและเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันใด

โอยเป็นอะไรเนี้ย นึกในใจ โรคคนแก่ชัด ๆ อยู่ดีไม่ว่าดีก็ปวดหลังเอาดื้อ ๆ ก็เลยลาป่วยนอนอยู่บ้าน แล้วก็ไปหาหมอ หมอบอกว่าเส้นเอ็นที่หลังอักเสบ เราก็ถามหมอมันเป็นไปได้ยังไง ไม่ได้ยกของอะไรหนัก หมอก็เลยบอกว่า ก็คุณอ้วนนี่ ..!!! ก็เหมือนกับยกของหนักนั่นล่ะ เลยให้ยามาทานห้าวัน (ยาคลายกล้ามเนื้อ + ยาแก้อักเสบ)

ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว แต่คงต้องห้ามออกแรงอีกสักพักใหญ่ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าหายสนิท ต่อไปก็ตั้งใจไว้ว่า จะลดความอ้วนละ ไม่อย่างนั้น คงจะต้องเป็นแบบนี้อีกเรื่อยไป อย่างว่าล่ะมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม … ตามมา

ป่วยครั้งนี้ ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี ทั้ง ๆ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเจ็บป่วยครั้งใดต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลเลย สงสัยจะเป็นเพราะเบญจเพสกระมัง เฮ้อออ เหมือนดังคำโบราณว่าไว้ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” จริงแท้แน่นอน

Share
Page 1 of 11