Monthly Archives: April 2008

แอ่วเมืองแคน

วันที่ 1-5 พค. นี้  จะย้ายที่นอน หมอนผ้าห่อมไปเมืองขอนแก่น เพื่อน ๆ คนใหนว่างหรือตะลอนขอนแก่นในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มานัดพบปะกันได้เน้อ

Share

Ubuntu 8.04 Hardy Heron LTS

เช้านี้ลองเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ www.ubuntu.com ว่าเจ้านกกระสาผู้กล้าหาญ (Hardy Heron) ซึ่งมีกำหนด release วันนี้ (24 เมษา) ปรากฏกายหรือยัง พบเพียงแต่ข้อความ Coming Soon ยังไม่มีหน้าดาวน์โหลดแต่อย่างใด

รอดูอีกทีช่วงเย็น ๆ ถ้าไม่มีโรคเลื่อน เราก็น่าจะได้ลองเล่น Ubuntu 8.04 ตัวใหม่แน่นอน

Share

ความสุขในใจ

เผลอใจคิดนู่นคิดนี่ อ่านหนังสือ ดูหนัง อึดใจเดียวช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ก็ผ่านไปแล้ว รวดเร็วจริง ๆ

จะว่าไปการได้อยู่กับตัวเองบ้างก็ดีเหมือนกัน มีโอกาสทำความเข้าใจตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น บางส่วนที่ยังขาดก็ต้องหามาเสริม ส่วนอันที่เกินนี่ก็ต้องหาทางตัดหน่อย ขี้ริ้วขี้เหร่บ้าง ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้รีบร้อนอะไร

เคยรู้สึกเหงา อยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

จากที่คุ้นเคยกับสังคมหัวเมืองต่างจังหวัด ชีวิตเด็กหอ มีเพื่อนมีฝูง ไปมาหากันสะดวก ง่ายขนาดไหนก็ลองคิดดูว่า การย้ายก้นจากห้องตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก้นอันเดียวกันก็ไปวางอยู่ที่พื้น-เก้าอี้ห้องเพื่อนแล้ว อาหารการกิน หาง่ายและแสนสะดวก มีทั้งปริมาณและคุณภาพรวมอยู่ในจาน ๆ เดียว บางร้านอร่อยมากจนต้องขอบอกว่าแซบอีหลี

กลับมาสู่ปัจจุบัน ใจกลางเมืองหลวง ตัวละครคงเดิม แต่ฉากหลังเปลี่ยน

นัดเพื่อนนอกสถานที่ อาจจะต้องโทรบอกล่วงหน้าสักสองชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เผื่อเวลาเดินทาง เพื่อนที่เคยมากหน้าหลายตา ไปไหนไปกันทีละสิบคน บางคราก็ถึงยี่สิบคน จนบัดนี้ เหลือติดต่อกันจริง ๆ ไม่ถึงสิบส่วนร้อยด้วยซ้ำ

ข้าวปลาอาหาร สมัยอยู่ต่างจังหวัดเคยกินในร้านจากละ 20-30 บาท อาหารเต็มจาน มาอยู่กรุงเทพราคาแบบนี้ ต้องแผงลอย ร้านก๋วยเต๊ยวตามทางเท้าเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย (มีบ้างแต่น้อยมาก) ที่คนพลุกพล่านหรือที่อยู่ในห้างร้าน ราคาก็เพิ่มตามสัดส่วน ค่าแอร์ ค่าแบรนด์บ้าง นานาจิปาถะ

ก็อย่างว่าค่าที่ทางมันแพง ขายราคาต่ำก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนให้บริการ หรือคนค้าขาย พนักงานลูกจ้างที่ได้เงินเดือนประจำมา มีเงินแต่ไม่มีข้าวขาย มันก็อยู่ไม่ได้ ก็ถือว่าช่วย ๆ กันไป

สังคมที่เร่งรีบ เงินเป็นใหญ่ ต่างคนต่างดิ้นรน เพื่อนที่เคยติดต่อกันบ่อย ก็ห่างเหินกันไป เด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่เช่าหออยู่คนเดียว พอเลิกงาน หาอะไรลงท้อง อิ่มแล้วก็เดินทางกลับ

รู้ตัวอีกที ก็เหลือเพียงคนเดียว …

ช่วงแรกก็อยู่ลำบาก รู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง ตกเย็นรีบเข้านอน ในความหวังว่าเช้าวันใหม่ ไปทำงานตอนเช้า เจอผู้เจอคน เจอเพื่อนร่วมงาน หลังเลิกบางวันก็ไปสังสรรมันก็คลายความเหงาไปได้บ้าง

แต่พอถึงหอ ทุกอย่างก็จางหายไป เป็นอย่างนี้ทุก ๆ วัน

อยู่ไปอยู่มา เอ๊ะ! มันก็ดีเหมือนกัน จากแต่ก่อนเวลาส่วนใหญ่ต้องให้เพื่อน ให้การเข้าสังคม แต่เดี๋ยวนี้มีเวลาดูหนัง ดูละคร ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ก็สนุกไปอีกแบบ

บางวันนั่งเฉย ๆ นึกคิดไปเรื่อยเปื่อย นึกถึงเรื่องราวในหนังสือ ในภาพยนต์ นั่งเล่นในสวนสารธารณะดูผู้คนรอบกาย ค่อย ๆ สังเกตความเป็นไปของชีวิต มันก็สุขใจดีเหมือนกัน

น่าแปลกทำไมต้นไม้มันจึงอยู่ได้ที่เดิมทั้งวัน ทุกวัน ทั้งที่มันมีชีวิต มันอาจจะอยากเดินไปไหน ไปดูที่แปลกตา ไปเจอต้นไม้สายพันธุ์อื่น แต่มันกลับเลือกยืน ฝังรากลงลึก ไม่เคยเคลื่อนไปไหน ทั้งที่มันอาจเดินได้ ตามทฤษฏีวิวัฒนาการ

มันมีความสุขที่ได้เฝ้ามองสรรพสิ่ง

บางทีความสุขอาจจะไม่ต้องขวนขวายที่ไหน แต่หากมันอยู่ในใจเราเอง

Share

Google ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์

วันนี้เปิดคอมพิวเตอร์ และเข้าเว็บของ Google ตามปกติ แล้วพบว่า:

Google Logo - Songkran 2008 (Thailand)

ใช่แล้วครับ Google ร่วมฉลองสงกรานต์กับเราด้วย น่ายินดียิ่งนักสำหรับคนไทย ที่ประเพณีสงกรานต์มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

สงกรานต์ปีนี้ขอให้เพื่อน ๆ เล่นน้ำกันให้สนุก แต่ก็ระวังอุบัติเหตุด้วย เสียดายตัวผมเองไม่ได้กลับไปฉลองด้วยที่ภูมิลำเนา เนื่องมาจากหาตั๋วโดยสารเดินทางกลับไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี,

สวัสดีปีใหม่ไทยทุกคนครับ …!!!

Share

Always (Love): Sunset on Third Street

งานประพันธ์ใดก็ตาม อาจจะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กของความงดงามในวรรณกรรมที่มีเลอค่า ไม่ใช่ผลงานที่เป็นอมตะ หรือคลาสสิคเท่าที่เคยมีมาในอดีตสมัย ถึงแม้ไม่เคยผ่านการการันตีคุณภาพจากสถาบันใด แต่ถ้างานประพันธ์นั้น สามารถสื่อสารความในใจจากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้อย่างลึกซึ้งและหมดจด ก็น่าจะถือได้ว่าผลงานประพันธ์นั้นมีความสมบูรณ์ มีเสน่ห์ สวยงามในตัวมันเองอย่างถึงที่สุด

นักเขียนหนุ่มได้บรรจงถ่ายทอด เรื่องราว ความรู้สึกลึกในใจที่มีต่อคนรัก ผ่านงานเขียนเพื่อส่งเข้าประกวดรางวัลแห่งเกียรติยศในวงการนักเขียน แม้ว่าวันแห่งการประกาศรางวัลผ่านพ้นไป และเขาก็ไม่ได้รับรางวัลใดเลย แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่เขาได้รับ กลับมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งปวง นั่นก็คือการที่คนรักที่เคยร้างไป ตัดสินใจกลับมาหาเขาอีกครั้ง…

เป็นเพียงบางฉาก จากภาพยนต์เรื่อง Always : Sunset on Third Street ภาค 2 ที่ยกให้เห็นอานุภาพของความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง

ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรักยังคงงดงามอยู่เสมอ

ยาม ที่เราตกอยู่ในห้วงของความรัก แม้สิ่งที่ไม่สวยงามที่เราเคยจ้องมองด้วยสายตาคู่เดียวมาตลอด แต่ทันทีทันใดที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่เรารัก ทอดสายตาไปด้วยกัน ณ จุดเดิม มันคงจะสวยงามขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

น่าแปลกใจ แต่นี่สินะที่เราเรียกว่าปาฏิหารย์แห่งรัก!!!

หาก จะถามว่ารักคืออะไร ก็ยากจะอธิบายด้วยตัวหนังสือหรือคำพูด บ้างก็ว่ารักคือการให้ รักคือความผูกพันธ์ รักคือความอบอุ่น มายมายหลากหลายเท่าที่มนุษย์เราจะนึกคำมาเปรียบได้

การแสดงออกของรัก นั้น หากได้แผ่นฟ้ามาเป็นกระดานดำ พื้นที่ก็คงจะไม่พอในการเขียนบรรยายความรักได้ทั้งหมด รักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักแฟน รักเพื่อน รักครูบาอาจารย์ รักผืนน้ำ รักสัตว์ป่า รักเพื่อนมนุษย์ รักต่างศาสนา รักข้ามชนชั้น รักดนตรี รักกีฬา รักศิลปะ หรือแม้กระทั่งรักตัวเราเอง…

คนมากมายผิดหวังจากความรัก เจ็บจากรัก แล้วก็พาลว่ารักแท้นั้นไม่มีจริง เป็นสิ่งจอมปลอมและเกิดความท้อแท้ในรัก

การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ยังต้องอาศัย “ความเข้าใจ” ความรักก็เช่นเดียวกัน!

ถ้า ไม่คอยหมั่นสังเกต และเรียนรู้ ความรักที่แสนหวาน ผ่านพ้นข้ามคืนก็อาจกลายเป็นยาขมระทมใจ เกลียดกับรักนั้นอยู่กันคนละขั้ว เสมือนเหรียญสองด้านที่ยากจะแยกออกจากกัน มีรักก็ต้องมีทุกข์

รักบ้าง ทุกข์บ้างสลับสับเปลี่ยนกันไป เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว

ฟ้าหลังฝนครั้งต่อไป …เราคงจะพบว่า มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

Share

นักเลงครองเมือง

ไม่นึกว่าการจำศีลของผมช่วงสัปดาห์นี้โดยการไม่บริโภคสื่อต่าง ๆ ทั้งทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เนื่องจากรู้สึกแย่กับการนำเสนอเรื่องเดิมซ้ำซาก ไม่เป็นกลาง และไม่สร้างสรรค์ จะทำให้ผมชวดข่าวสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย

แลไปเห็นพี่น้อง ผองเพื่อนที่ทำงานมุงดูหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เสียงแว่ว ๆ ว่านักเลงตีกัน ทีแรกก็คิดไปว่านักเลง มาเฟียร์ หรือวัยรุ่นสถาบันไหน ยกพวกออกมายืดเส้นยืดสาย ตามท้องถนน ได้ยินได้ฟังกันดาษดื่น

ที่แท้ก็ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตคนนึงทำร้ายร่างกายกันกลางสภา!

หู-ตาไม่ฝาดหรอกครับ คนที่เรา ๆ ชาวบ้าน ตั้งใจเลือกสรรเข้าไปช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยบริหารประเทศ หรือที่เราเรียกว่านักการเมือง นี่ล่ะครับ ที่ทำเรื่องน่าอดสูแบบนี้

ผมล่ะรู้สึกเศร้ากับประเทศไทยจริง ๆ ที่มีคนแบบนี้เข้ามาเล่นการเมือง

ต้องใช้คำว่า “เล่น” ก็เพราะไม่เห็นมีใครตั้งหน้าตั้งตาทำงานการเมืองจริง ๆ สักคน มีแต่นักการเมืองที่เข้ามารับบทนักเลง วาดลวดลายท่องบทออกสื่อ พร้อมกับฉากตบตีเป็นกับแกล้มในบางครั้ง ดีกันฉันท์มิตรบ้าง มีบทซึ้งบางคราว เพื่อให้ชาวบ้านอย่างเราติดตามละครชีวิตที่ดูไม่น่าเบื่อ

และคงคิดว่าเมื่อละครจบ ชาวบ้านเค้าก็จะลืมกันไปเอง

ที่พูดไปไม่ใช่อะไรมากมาย ก็แค่คิดถึงน้อง ๆ ที่ได้ทราบได้เห็นข่าว ก็คงคิดกันไปว่า ทีผู้ใหญ่ตีกันได้ แล้วเด็กล่ะทำไมจะทำไม่ได้บ้าง!

ก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ พวกเด็ก ๆ มันก็เลยเอาอย่างผู้ใหญ่ รนรงค์อะไรไปเด็กที่ไหนเขาจะเชื่อ

ถ้าทำให้ตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็นไม่ได้ ก็ลงมาเถอะครับ ลงมาจากเวทีไม่ต้องรอจนให้อับอายขายขี้หน้าเขาไปทั่วโลกมากกว่านี้

Share

งานหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36 (2008/1)

ผ่าน ไปแล้วกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36 ครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ไปงานหลายรอบกว่าครั้งไหน ทั้งที่ตั้งใจไปเอง และที่ไปเพราะใจพาไป หรืออาจจะเป็นเพราะนิสัยเสียส่วนตัว ที่ต้องออกนอกที่พักอย่างน้อยหนึ่งครั้งในหนึ่งวัน แล้วไม่รู้จะไปแห่งหนใด จึงตัดสินใจไปงานหนังสือ

ไปทุกครั้ง และก็ได้หนังสือติดกลับมาทุกครั้ง!

ก่อนหน้านี้ไปงานหนังสือทีเรียกได้ว่าแทบไม่ได้หนังสือเลย หรือไม่ก็ซื้อสัก 3-4 เล่ม อาจจะเพราะไม่เห็นความแตกต่างของหนังสือที่ขายตามร้านหนังสือ กับภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เลยคิดไปว่าซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน

พักหลัง ๆ ได้ไปเยี่ยมเยือนร้านหนังสือบ่อย จึงพบว่าเมื่อเปรียบเทียบแล้ว งานหนังสือแห่งชาติกับร้านหนังสือทั่วไปนั้น มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแง่ของปริมาณที่หลากหลายมากกว่า

ต้องเข้าใจว่าหนังสือบางเล่ม ก็ไม่ใช่เป็นหนังสือติดตลาดหรือที่เป็นหนังสือขายดี (Best Seller) ทางร้านหนังสือก็สั่งมาเก็บไว้ไม่ได้มาก เพราะกลัวจะขายไม่ออก เพราะคนสนใจน้อย หนังสือเหล่านั้นก็เลยไปกองอยู่ที่สำนักพิมพ์ พอถึงมหกรรมหนังสือเมื่อไหร่ ก็ขนโกดังมาไว้ในงานเลยทีเดียว

Read more »

Share

WordPress 2.5 upgraded!

ถึงเวลายกเครื่องใหญ่กับ WordPress v2.5 การอัพเกรดราบรื่นไม่มีปัญหา พบกับหน้า admin ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

Share

คำถาม

ทำไมยีราฟถึงคอยาว ?
ทำไมโลกถึงหมุนรอบตัวเอง ?
ทำไมใคร ๆ ก็เรียกฟลุ๊กเกริกพลเป็นคาสโนวา ?
ทำไมเราถึงต้องตาย ?

มีคำถามมากมายในโลกใบนี้

หลายคำถามมีคำตอบ และก็อีกมากมายหลากหลายคำถามยังหาคำตอบไม่ได้ บางที คำถามก็มาในรูปแบบของปรัชญา และสรรสาระ และก็หลายครา ก็ถามเพื่อตอบสนองความบันเทิง ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่น

เคยคิดกันไหมว่า ถ้ามนุษย์เราไม่เคยสงสัย ไม่เคยอยากรู้ ไม่เคยคิดถึงปัญหาต่าง ๆ ประวัติศาสตร์มนุษย์จะออกมาในรูปแบบไหน

ประวัติศาสตร์มนุษย์จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีคำถาม !

มาดูกับคำถามง่าย ๆ

นิวตันเห็นลูกแอปเปิลตกลงมา ก็คิดว่าทำไมลูกแอปเปิลจึงตก จึงมีทฤษฏีแรงโน้มถ่วง องค์กรนาซ่าจึงสามารถส่งกระสวยอวกาศ ดาวเทียมออกไปนอกโลกได้

พระพุทธเจ้าอยากรู้ว่าความทุกข์คืออะไร อะไรคือสาเหตุของทุกข์ ทรงต้องการดับทุกข์ พระองค์ทรงต้องค้นหาวิธีการดับทุกข์ ทุกวันนี้เราจึงมีพระพุทธศาสนา มีองค์อริยสัจสี่ มีมรรค 8 เป็นหนทางแห่งการดับทุกข์

จำนวนนับและตัวเลขก็เกิดจากการสงสัยใครรู้ของ ชนชาติเมโสโปเตเมีย และอียิปโบราณ ที่หาวิธีในการนับสิ่งของ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นรากฐานของคณิตศาสตร์ และเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์ อีกหลายสาขาวิชาในเวลาต่อมา

ประวัติศาสตร์มนุษย์จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีคำถาม !

บรรพบุรุษ นักคิด นักเขียน ได้ตั้งคำถามดี ๆ ไว้มากมาย พยายามหาคำตอบกับคำถามเหล่านั้น จดบันทึกเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน ผ่านหลายยุค หลายสมัย ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ก็พัฒนาขึ้นมาอย่างมาก และมีการนำไปใช้ประโยชน์

ผ่านมาเนิ่นนาน มาจนถึงยุคสมัยนี้ ทำไมนะ คำถามดี ๆ จึงหายากเหลือเกิน

ใครเป็นแฟนกับใคร ไปเที่ยว หรือทำอะไรกันที่ไหน ?
จะมีวิธีไหนไหนการหาเงินมาก ๆ เพื่อมาซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อความสุข ?
ทำอย่างไรถึงจะเป็น จะได้อย่างดารา นักร้อง มีหน้าตาในสังคม ?

หนังสือ Howto หรือหนังสือจำพวกแทบลอยด์เกิดขึ้นมากมาย คำถาม และคำตอบล้วนเกี่ยวข้องกับเงิน ผลประโยชน์ เรื่องบันเทิง และโลกของวัตถุเป็นส่วนใหญ่

คำถามมากมายทางจิตวิญญาณ และเพื่อการพัฒนาวิทยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ได้ถูกละเลยจากวัยรุ่น หนุ่มสาว และคนในยุคร่วมสมัย

ประวัติศาสตร์มนุษย์จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีคำถาม !

แต่ประวัติศาสตร์มนุษย์ก็ล่มสลายได้ ถ้าไม่มีคำถาม หรือคำถามนั้นไม่มีคุณค่าและมีค่าเพียงพอ !

ลองถามตัวเองกันว่า ทุกวันนี้ เราได้คิดและถามปัญหาที่ดีพอสำหรับตัวเองและคนรุ่นหลังแล้วหรือยัง ?

Share

โปรเจค “xxx” สีขาว

ไปดูกับมหกรรม ดัก.. แห่งชาติ กับโครงการ “xxx” สีขาว กัน นับแต่ xxx.kapook.com เป็นข่าวผ่านสื่อ ที่เจ้าของเว็บแก้ตัวว่า มีจุดประสงค์ที่สร้าง sub domain: xxx เพื่อใช้ในการทำ SEO (Search Engine Optimization) ….หรือเปล่า ???

http://xxx.thaicyberpoint.com/
http://xxx.peetai.com/
http://xxx.scriptdd.com/
http://xxx.myblog.in.th/
http://xxx.tosdn.com/
http://xxx.kumpang.com/
http://xxx.maejaa.com/
http://xxx.sixhead.com/
http://xxx.patsonic.com/

ขอบคุณlovesesigner.net/myblog.in.th สำหรับไอเดียนี้

Share
Page 1 of 212