Monthly Archives: July 2008

Barcamp Bangkok + Thailand Next WebApps

ประชาสัมพันธ์งานสัมนา IT ที่น่าสนใจที่จะจัดขึ้นภายในเดือนสิงหาคม ขอเชิญชวนชาว IT หรือบุคคลทั่วไปทุกท่านไปร่วมฟังทิศทางของ Web Application ได้ที่งาน Thailand Next Web Apps 2008 และร่วมแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ทาง IT หรือความรู้ด้านอื่นใดก็ได้ตามที่ตนถนัดได้ที่งาน Barcamp Bangkok#2

1. Barcamp Bangkok#2

งานมีขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม 2551
ดูข้อมูลเพิ่มเติมรายละัเอียดของงานได้ที่ http://www.barcampbangkok.com
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ ที่นี่

2. Thailand Next WebApps 2008

งานมีขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2551
ดูข้อมูลเพิ่มเติมรายละัเอียดของงานได้ที่ http://www.nextwebapps.com/th
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ ที่นี่

Share

กรุงเทพฯ เมืองบาดาล

ต้องยอมรับว่าในขณะนี้ปัญหาต่างๆ รอบด้านรุ้มเร้าสังคมไทยในขณะนี้มากเหลือเกิน ทั้งปัญหาไฟใต้ ข้อพิพาทดินแดนไทย-เขมร ปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ปัญหาปากท้องชาวบ้าน และอีกนานาปัญหาจิปาถะ

ลองหลับตาลง ทำใจให้สบาย และพักยกกับเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองกันสักครู่ แล้วมองมุ่งไปอีก 3 เดือนข้างหน้า จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่กรุงเทพอีกครั้ง ดังเช่นเคยเกิดทุกขึ้นทุกปี เป็นวัฏจักรธรรมดาของธรรมชาติ

น้ำเหนือบ่า น้ำทะเลหนุน! จำได้กันมั้ยเอ่ยกับสถานการณ์นี้?

ช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมของทุกปีในช่วงของมรสุม จะมีน้ำเหนือปริมาณมากไหลหลากเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นจากต้นแม่น้ำสายปิง-วัง-ยม-น่าน มาบรรจบกันที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลออกสู่อ่าวไทย  ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง จะมีปริมาณน้ำทะเลหนุนขึ้นผ่านทางอ่าวไทย

เกิดปรากฏการณ์น้ำจืดปะทะน้ำเค็มขึ้น!

ที่นี้ล่ะ น้ำเหนือปริมาณมากที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ จึงไม่สามารถไหลลงสู่ทะเลได้ แม่น้ำเจ้าพระยาก็เ่อ่อล้น ปริ่มตลิ่ง มีท่าทีที่จะทะลักเข้าสู่เมืองกรุงหลายครั้งหลายครา

ทุกคนอาจจะถามว่าแล้วอย่างไร?
กรุงเทพฯ น้ำจะท่วม! ผ่านมากี่ปี ๆ ก็ยังไม่ท่วมสักที
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลายปี
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง ที่ทุก ๆ คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้!

Read more »

Share

หนังสือใหม่ในตู้ 17/07/2008

สองสัปดาห์ติดต่อกันกับการผลาญงบประมาณรายจ่ายไปกับหนังสือ วันนี้มีงานสัปดาห์หนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 6 ซึ่งถือเป็นการจัดเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะถึงงานสัปดาห์แห่งสือแห่งชาติครั้งที่ 13 ในระหว่างวันที่ 11-23 ตุลาคม 2551 นี้

ชื่อว่าเป็นงานของเด็กและเยาวชน แต่บู้ทหนังสือสำหรับเด็กโต จนถึงผู้ใหญ่ก็มากันบ้างให้เห็นประปราย ทั้งมติชน โอเพนบุ๊ค บีทูเอส รวมไปถึงร้านหนังสือเก่าอย่างโฆษิต ก็มาด้วย

เดินไปพบหนังสือชุด October ของสำนักพิมพ์โอเพนบุ๊ค เนื้อหาภายในจะเกี่ยวกับการเมือง เศรษกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมกันเขียนโดยนักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย ฯลฯ และคนจากแวดวงต่าง ๆที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเมืองไทย

เล่มเก่า ๆ ของชุด October นี้ เท่าที่เดินดูตามร้านหนังสือทั่วไป เริ่มหาไม่ค่อยได้ ก็เลยต้องใช้นโยบาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” วันนี้ก็เลยต้องแบกชุด October เล่ม 1-7 กลับมาบ้าน

ปล 1. คนขายใจดีมากๆ เลย แถมสมุดโน๊ตให้เล่มนึง ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ :)
ปล 2. วันนี้จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด คงต้องงดเขียนบล็อกสักสองสามวัน ขอให้เพื่อน ๆ โชคดีในวันหยุดยาวครับ

Share

iPhone vs Android

ข่าวล่าสุดกับการเปิดตัวของ iPhone 3G ก็ทำให้กระแสของ Android Phone ของ Google และพันธมิตร (Motorolla, Samsung,  HTC  etc.)  หยุดนิ่งชั่วขณะ

การชิงลงมือของ Apple ในการออกเริ่มต้นจำหน่าย iPhone 3G ครั้งนี้ เป็นการเปิดตัวได้ถูกเวลา ถือได้ว่าทำให้ Android Phone ที่มีแผนจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยค่าย HTC เสียจังหวะอยู่หลายขุม นอกจากที่ Apple จะได้ลูกค้าเก่าที่ต้องการอัพเกรด iPhone รุ่นเก่าเป็นรุ่นใหม่แล้ว Apple ยังจะได้ลูกค้าหน้าใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อโทรศัพท์ระดับไฮท์เอนด์อีกจำนวนไม่น้อยด้วย

ถ้าลองคิดในแง่ของจิตวิทยาผู้บริโภคแล้ว ถ้าเงินไม่เหลือกินเหลือใช้จริง ๆ การที่ผู้บริโภคบางกลุ่มที่มี iPhone อยู่แล้วจะเปลี่ยนไปใช้ Android Phone ของทางพันธมิตร Google นั้นยากยิ่ง เว้นเสียแต่ว่าระบบ Andriod ของ Google นั้นดีกว่า iPhone มาก ๆ หรือไม่ก็มีราคาที่ต่ำกว่าจริง ๆ

แต่อย่าลืม…
สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร!

ถึงแม้ว่า Google  และพันธมิตร จะออกเริ่มต้นช้ากว่า แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อของวงการซอฟแวร์แล้ว Google จะต้องมีไม้เด็ดที่น่าจะงัดมาใช้ในการกู้ศักดิ์ศรีครั้งนี้ เรามาลองดูว่า Google น่าจะใช้กลยุทธิ์อะไรในการต่อสู้ครั้งนี้

1. จำนวนนักพัฒนาซอฟแวร์ระบบเปิด (Opensource)

ในปัจจุบันแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักพัฒนาซอฟแวร์ระบบเปิด (Opensource) เพิ่มสูงขึ้น ดังจะเห็นได้จากชุมชนนักพัฒนาในอินเตอร์เนทมีมากมาย  และโปรแกรมระบบเปิดมีให้เลือกใช้งานจำนวนมาก

Google ได้เล็งเห็นจุดนี้ จึงได้เปิดแคมเปญประกวดซอฟแวร์ที่พัฒนาบนระบบของ Android เพื่อดึงดูดความสนใจของนักพัฒนาทั่วโลกมาตั้งแต่ปลายปี 2007 จากผลการสำรวจพบว่ามีการดาวน์โหลดชุดพัฒนาโปรแกรมบน Android จากเว็บไซต์ของ Google เอง ประมาณ 7 แสนชุด* ซึ่งในขณะที่ชุดพัฒนาของ iPhone เองเพิ่งจะมีนักพัฒนาดาวน์โหลดไปเพียง 1 แสนชุด* (ข้อมูลเืดือนมีนาคม Slashgear)

ชุดพัฒนาที่ถูกดาวโหลดมากหมายถึงจำนวนผู้พัฒนาที่จะสนับสนุน Google มาก และจำนวนโปรแกรมที่จะโลดแล่นบน Android ก็มากขึ้นตามลำดับ

2. ชุดพัฒนาโปรแกรม (SDK)

ข้อแตกต่างอย่างเด่นชัดของชุดพัฒนาระหว่าง Android กับ iPhone คือ Android สามารถพัฒนาบนระบบปฏิบัิิติการ Linux และ Window ส่วน iPhone นั้นได้ถูกออกแบบให้พัฒนาได้บนเครื่องแมคอินทอสเท่านั้น เป็นที่รู้กันว่าจำนวนผู้ใช้แมคอินทอสอยู่ในวงจำกัด และอยู่ในแวดวงการออกแบบกราฟฟิกเท่านั้น

ถึงแม้ว่า Mac OSx จะสามารถลงบน  Virtual Machine เช่น VM Ware ได้ แต่นั่นก็เป็นหนทางที่ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมบน iPhone คือ Objective-C ส่วน Android นั้นจะใช้ Java

เป็นที่่ทราบกันว่า Java เป็นภาษาที่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และเข้าใจได้ง่ายกว่า Objective-C  และแนวโน้มของนักพัฒนาหน้าใหม่ที่สามารถเขียนภาษา Java นั้นมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ (เนื่องจากเรียนรู้ได้ง่าย) ซึ่งเป็นอัตราส่วนกลับของ C ที่แพร่หลายเฉพาะในหมู่ผู้มีทักษะระดับสูงในการเขียนโปรแกรม

ชุดพัฒนาที่ไม่ยืดหยุ่นของ iPhone นั้น จะเป็นการตอกย้ำจำนวนผู้พัฒนาซอฟแวร์ที่ Android มีมากกว่า iPhone อยู่หลายเท่าตัว

3. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นภายนอก

เนื่องจาก Android นั้นใช้ระบบ Linux เป็นฐานในการออกแบบ ดังนั้นโปรแกรมใดก็ตามที่พัฒนาบน Android ก็มีโอกาสสูงในการเชื่อมต่อ และประยุตก์กับโปรแกรมอื่นภายนอกที่มีมากมายบน Linux และตัว Google เองก็มี Google API (ชุดสำหรับพัฒนาเชื่อมต่อ)ที่หลากหลาย ดังจะเห็นโึีครงการต่าง ๆ ที่ Google ผลิตออกมา เช่น Google Earth, Google Map, Google Search API และอื่น ๆ อีกมากมาย

จะเห็นได้ว่าโอกาสที่โปรแกรมที่พัฒนา Android จะมีความหลากหลาย และสามารถติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโปรแกรม หรือโปรโตคอลภายนอกได้ดีกว่า

4. กลุ่มพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

Google ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตร (Open Handset Alliance) ซึ่งประกอบด้วย ผู้ให้บริการสัญญาณมือถือ (DoCoMo, Sprint, China Mobile) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ เช่น HTC, LG, Motorola, Samsung)  ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (Intel, NVidia) บริษัทซอฟแวร์ (eBay, Ascender)  และบริษัททางด้านการสื่อสาร (Aplix, Noser)

บริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จเชี่ยวชาญ และเป็นดับดับต้น ๆ ของวงการ พื้นฐานความแข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่มจะทำให้ Android มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

5. ราคาจัดจำหน่าย

เนื่องด้วย iPhone ที่จำหน่ายในท้องตลาดมีน้อยรุ่น ราคาค่อนข้างสูง และการซื้อ iPhone ส่วนใหญ่ต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการสัญญาณในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นการผูกขาดสัญญาณและยุ่งยาก ผิดกับ Android Phone ที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการมือถือ เช่น HTC และ Samsung เติบโตรวดเร็วอย่างน่าใจหายเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หนุนหลังอยู่ ก็น่าจะทำให้ Anroid Phone ที่จะทยอยคลอดมาสู่สายตาผู้บริโภค คงมีมากมายหลายรุ่น และหลายราคา มีให้เลือกใช้งานกันหลากหลาย

ถึงแม้ว่าจุดเด่นที่สุดของ iPhone คือการดีไซน์ที่เฉียบขาดสไตล์ Apple ทำให้ผู้บริโภคหลายคนที่ไม่สนใจในเรื่องราคาเท่าไหร่นัก ยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้โทรศัพท์ที่ดูหรูหรา น่าใช้งานกว่า แต่เราอย่าลืมกรณีตัวอย่างของ Samsung บริษัทสัญชาติเกาหลี ที่การออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาดที่ดีเลิศ โดยโทรศัพท์ส่วนใหญ่ของ Samsung จะเน้นดีไซน์ที่หรูหรา และราคาไม่แพง ซึ่งทำให้ Samsung กินส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้นจากขาใหญ่ในวงการเช่น Nokia, Siement, Motorolla และกลายมาเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในโลกภายในเวลาไม่กี่ปี

บทสรุป

ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า Google หรือ Apple จะชนะน็อกในยกสุดท้าย ซึ่งไม่ว่าใครจะชนะไม่สำัคัญ ผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคอย่างเราได้รับก็ถือว่าคุ้มค่า สำหรับศึกครั้งนี้

Share

หนังสือใหม่ในตู้ 12/07/2008

เพลโต วันสุดท้ายของโสคราตีส

  • แปลโดย กิ่งแก้ว อัตถากร
  • แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของ ฮิวห์ เทรดเดนนิค

เปลว สีเงิน – ห่วงทหาร

  • เขียนโดย เปลว สีเงิน

ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว

  • แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬน์
  • เขียนโดย ทอม สแดนเดจ

สัตว์วิกาล

  • ภาพเรืองแสงของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

Share

ปัญหาแก้ได้ที่ต้นเหตุ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาหลักของมหานครทั่วโลกคือการที่มีประชากรมาอาศัยอยู่อย่างแออัด  การกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่มักเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย

ปัญหาอาชญากรรม การจราจรหนาแน่น มลภาวะทางอากาศ มลภาวะทางเสียง ปัญหาขยะมูลฝอย การอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบทมาสู่เมืองหลวง ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ในขณะที่คนหนุ่มสาวต้องมาแสวงหาความเจริญก้าวหน้า หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องในเมืองหลวง

ดังโบราณกล่าวไว้
มากคน มากความ ก็มากปัญหา!

ถ้าวิเคราะห์กันดี ๆ มองในภาพกว้าง ๆ ทุกปัญหาล้วนเกิดจากการที่นโยบายภาครัฐ ที่ไม่กระจายความเจริญในด้านต่าง ๆ สู่ชนบท

หากมีการสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายสู่ชมชนและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด
ก็ไม่มีคนที่จะละทิ้งถิ่นฐานอพยพจากชนบทมาสู่เมืองใหญ่
ประชากรไม่หนาแ่น่น อาชญากรรมก็หมด การจราจรเดินสะดวก ขยะก็ไม่ล้นเมือง มลภาวะต่าง ๆ ก็ลดลง

ทางแก้ปัญหามันมี แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงต่าง ๆ ที่จะต้องกล้าคิดใหม่ทำใหม่ ปรับเปลี่ยนนโยบายในระดับชาติ หยุดการสร้างความเจริญในเมืองหลวง แล้วมองหาแผนพัฒนาในแต่ละภาคส่วน โดยอาจเริ่มต้นในระดับภูมิภาค แล้วค่อยกระจายไปสู่ตามต่างจังหวัด

เริ่มต้นสร้างระบบลอจิสติกส์กลาง ระบบสารธารนูปโภค บริโภค โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน แล้วย้ายอุตสาหกรรมต่าง ๆ ออกจากเมืองหลวง โดยอาจยึดถนนสายหลัก เหนือ-ใต้-ออก-ตก  เป็นที่ตั้งโรงงาน สำนักงาน เป็นศูนย์กลางในการพักสินค้่า และการขนส่ง เริ่มต้นจากหัวเมืองหลักในภูิมิภาค เช่น

ภาคเหนือ-เชียงใหม่, เชียงราย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น
ภาคกลาง-นครนายก, สมุทรปราการ
ภาคตะวันออก-ชลบุรี, ระยอง
ภาคตะวันตก-กาญจนบุรี
ภาคภาคใต้-สงขลา

การที่ย้ายที่ตั้งโรงงาน หรือสำนักงานออกจากกรุงเทพฯ และตามเมืองท่าต่าง ๆ จะทำให้การกระจายตัวของประชากรดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นข้อดีในการลดต้นทุนขององค์กร เพราะค่าครองชีพในต่างจังหวัดนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าเมืองหลวงมาก ทำให้ระดับเงินเ้ดือนของพนักงานลดลงเป็นเงาตามตัว

เงินเดือนลด รายจ่ายลด ต้นทุนการผลิตก็ลด
ระบบลอจิสติกดี ลดต้นทุนในการขนส่ง ต้นทุนในการผลิตก็ลด
มลภาวะน้อย ลูกจ้างมีสุขภาพจิตดีขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น กำไรบริษัทก็มากขึ้น

ลูกจ้างแฮปปี้ บริษัทแฮ้ปปี รัฐบาลก็แฮปปี้!

มีแต่ได้กับได้ จะเสียหน่อยก็ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นสูง
แต่ระยะยาว 10 ปี 20 ปี หรือ 50 ปี ก็ถือว่าคุ้ม ไม่มีเสีย

รัฐไม่ต้องกังวลว่าบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ จะไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้
รัฐพร้อม บริษัทก็พร้อม!

หากรัฐเอาจริง ผู้บริหารของแต่ละองค์กร ก็จะได้ไปวางแผนการ ดำเนินงานตามนโนบายที่รัฐให้ไว้
เริ่มต้นเสียแต่วันนี้ มองปัญหาให้เห็น ตีโจทย์ให้แตก แล้วแก้ต้นที่ต้นเหตุ

จะได้ไม่ต้องมาแก้ที่ปลายเหตุเหมือนอย่างทุกวันนี้ มันเสียเงิน เสียทอง เสียเวลาเปล่า!

Share

วิถีสู่ธรรมชาติ

การไม่ครอบครองอะไรเลย คือการอยู่โดยไม่ขาดอะไรเลย

มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

Share

คุณธรรมนำหน้า วิชาการตามหลัง

ในที่สุดศาลฏีกาก็วินิจฉัยให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาฯ ฐานผิดกฏหมายการเลือกตั้งโดยการซื้อเสียงเือื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง

ผลจากการวินิจฉัยครั้งนี้ ทำให้นายยงยุทธ ถูกถอนสิทธิในการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปีโดยทันที และยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่นายยงยุทธเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรค ก็ทำให้พรรคพลังประชาชนตกที่นั่งลำบากถึงขั้นยุบพรรค ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 103 วรรค 2 ที่ระบุไว้ว่า

ถ้าการกระทำของบุคคลตามวรรค หนึ่ง ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรคการ เมืองมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้วมิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อ ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐะรรมนูญ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและ กรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นมีกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบ พรรคการเมือง

ครับ! แปลเป็นภาษาให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ ว่า พรรคพลังประชาชนต้องถูกยุบพรรคแน่นอน ไม่ช้าก็ในเร็ววันนี้

หลาย ๆ ท่านอาจจะเป็นห่วงว่าสถานการณ์การเมืองในบ้านเรายิ่งไม่แน่นอน เพิ่งจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาแค่ 5 เดือน เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไม่ดีในสายตาของนักลงทุนและชาวต่างชาติ หวั่นเกรงสูญญากาศทางการเมืองรอบสองนับแต่รัฐประหาร 19 กันยา 49 จะเกิดขึ้นซ้ำอีก

มีนักวิชาการ และคอลัมนิสต์บางส่วน ห่วงเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย หวั่นเกรงทรัพยากรบุคคลทางการเมืองจะถูกโทษแบนหมด  ซึ่งถ้าหากนับตัวเลขนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชนครั้งนี้ที่จะถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง ก็จะทำให้จำนวนหัวของนักการเมืองที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมจากพรรคไทยรักไทยงวดที่แล้ว เบ็ดเสร็จก็กว่าสองร้อยหัว

ท่านกำลังคิดว่าถ้าเมืองไทยขาดนักการเมืองที่ไร้คุณธรรมและจริยธรรมพวกนี้ แล้วประเทศไทยจะไปไม่รอดหรือ ?

พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่าประชากรคนไทยมีประมาณ 60 ล้านคน
ใน 60 ล้านคนจะไม่มีเชียวหรือ ?

บุคคลที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ
บุคคลที่มีความรู้ในวิชาการแขนงต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
บุคคลที่มีอุดมการณ์ที่พร้อมจะมาช่วยเหลือประเทศชาติ
บุคคลที่มีคุณธรรม คุณงามความดี

พวกเขาพร้อมจะเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือประเทศชาติ หากแต่ต้องได้รับโอกาสการสนับสนุนที่ดี

นักการเมืองรุ่นเก่าก็ควรเปิดใจ จะแนะนำคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจมาบริหารประเทศชาติ ดั่งครูกับลูกศิษย์ ร่วมแรงร่วมใจกันนำพาประเทศไปสู่ในทิศทางที่ดี ให้ทัดเทียมกับอารยประเทศ

ลดละเลิกเถอะครับกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
การตักตวงผลประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง
บริหารบ้านเมืองแบบไร้หลักจริยธรรม

ต้องคิดต้องย้ำกับตัวเองเสมอว่า แผ่นดินไทยทุกวันนี้ก็มาจากการรวมพลังปกปักรักษาของคนบรรพชนรุ่นก่อน ผนึกกำลังทะนุบำรุงแผ่นดินไทยให้ปราศจากสงครามการเมือง สงครามศาสนา สงครามของชาติพันธุ์ให้พวกเราได้มีผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ อุดมสุข ให้เราได้อาศัยทุกวันนี้

อย่าคิดกันสั้น ๆ ภายในช่วงชีวิตของตน รุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน
แต่ให้คิดไปถึงรุ่นหลานของเหลน หรือเหลนของหลาน
คิดไปนานๆ สักร้อยสองร้อยปีนับจากนี้ หากแต่อาจจะมีคนในวงศ์ตระกูลของท่านได้รับความลำบากแสนสาหัสจากการกระทำในปัจจุบันของท่านนี้ โดยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

นักการเมืองรุ่นต่อไป ต้องถือหลักคุณธรรมนำหน้า วิชาการตามหลัง

บ้านเมืองเราไม่ต้องการคนเก่ง แต่โกง
แต่ต้องการเพียงคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมมาบริหารประเทศ

ที่มาข้อมู พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จากหนังสือพิมพ์มติชน

Share

วิีถีเกษตรธรรมชาติ

ภายใต้ยุคการล่าอาณานิคมสมัยใหม่ ที่เน้นการรุกคืบเข้าสู่ประเทศด้อยพัฒนาโดยมิติแห่งเศรษฐกิจแบบทุนนิยม  วางรากฐานแนวคิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม การค้าและเทคโนโลยี ทะลายกำแพงทางวัฒนธรรมสู่สังคมต่าง ๆ ตั้งแต่สัมคมชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นรากหญ้า ส่งผลกระทบมากมายในสังคมประเทศเกษตรกรรมในทุก ๆ ด้าน

แนวคิดทางอุตสาหกรรม และการค้าสมัยใหม่ ทำให้ทัศนคติต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรมเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล  การดำรงชีวิตด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัยกับธรรมชาติเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างพอเพียงหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน  อิทธิพลจากความรู้ทางการเกษตรแนวใหม่ได้พร่ำสอนให้มนุษย์กบฏต่อธรรมชาติ มุ่งถึงผลผลิตที่เน้นปริมาณ และคำนึงถึงกำไรสูงสุดที่ได้จากการค้าขาย  เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากธรรมชาติอย่างน่าหวาดวิตก โดยไม่ตระหนักในผลกระทบและการเสื่อมถอยของสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่มีแนวโน้มแย่ลงเรื่อย ๆ

วิทยาศาสตร์สอนให้ชาวนาปฏิรูปการเกษตร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้น การใช้ยาฆ่าแมลง รวมไปถึงหลักการเกษตรสมัยใหม่ที่มีฐานความรู้จากห้องทดลอง เน้นการคิดแบบแยกส่วน การเกษตรถูกย่อยเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ความรู้เรื่องดิน เรื่องปุ๋ย วิชาที่ว่าด้วยศัตรูพืช ลักษณะของพืช ใบ ราก ดอก ผล กิ่งก้านลำต้นและราก ถูกแยกออกจากัน ทุก ๆ ส่วนจะมีนักวิชาการประจำดูแลรับผิดชอบอยู่เฉพาะทาง

เมื่อเกิดปัญหา นักวิชาการก็จะแจงแจงปัญหาออกเป็นส่วนๆ แบ่งงานให้ผู้รับผิดชอบงานตามส่วนนั้น ๆ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีแก้ไขในมุมมองของตน แล้วจึงนำมาประกอบเป็นองค์รวม จากนั้นก็เสนอแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งวิธีการเช่นนี้ดูคล้ายกับวิธีการที่เป็นระบบ มีคุณภาพ แต่แท้จริงแล้วกลับขาดศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้องการวิเคราะห์แบบเชื่อมโยงผลกระทบของแต่ละองค์ประกอบและสังค์เคราะในรูปปัจเจคภาพ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถแยกย่อยธรรมชาติเช่นนั้นได้ ปัญหาการเกษตรทุกวันนี้จึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

Read more »

Share

บทเรียนกรณีเขาพระวิหาร

๏ เสียศักดิ์ เสียศรี ๏

๑๏ ใช่เสียแค่ปราสาท
แต่เสียชาติและเสียหน้า
รัฐบาลไร้เดียงสา
ไม่รู้สึกไม่รู้สม

๒๏ ลุกลี้ไปรับรอง
แลลุกลนมีลับลม
ซ่อนเล่ห์อันโสมม
ด้วยสามานย์สันดานเดิม

๓๏ รับรองเป็นของเขา
สะเพร่าพลาดสะเพร่าเพิ่ม
โอหัง ยังเหิมเกริม
ไม่รู้หนาว ไม่รู้ร้อน

๔๏ เสียสิทธิ์ ทักท้วงสิทธิ์
เหนือพื้นที่ ที่ทับซ้อน
เสียขวัญ ทวยนาคร
และเสียศรีสะเกษศรี

๕๏ ไม่ใช่เรื่องคลั่งชาติ
และไม่ใช่เรื่องไมตรี
เป็นเรื่องเราเสียที
ก็เพราะคนของเราเอง

๖๏ สงสารประเทศไทย
ที่ปล่อยให้เขาข่มเหง
แต่นี้ จะร้องเพลง
ประเทศไทย…ให้ใครฟัง!

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
อ.๘/๗/๕๑

ที่มาคำประพันธ์  Manager Online

ครับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ปราสาทเขาพระวิหารได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อของประเทศกัมพูชาไปเรียบร้อยแล้ว  นับแต่ตั้งเราถูกศาลโลกตัดสินให้ไทยแพ้ในคดีสิทธิเหนือปราสาทเขาพระวิหารไปเมื่อ 46 ปีที่แล้ว

ถึงแม้คณะกรรมการมรดกโลกจะยืนยันว่ากัมพูชาจดทะเบียนมรดกโลกเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะต้องเสียดินแดงที่เป็นรอยต่อระหว่างไทยและกัมพูชาที่อยู่บริเวณโดยรอบเขาพระวิหารอีกทอดหนึ่ง

แม้ว่ารัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 ตัดสินให้การลงนามร่วมกับกัมพูชานั้นเป็นโมฆะ แต่ก็ยากที่ใช้คำตัดสินในการอุธรณ์ต่อคณะกรรมการมรดกโลก นับตั้งแต่นายนพดล ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศไปลงนามกับกัมพูชา ทางกำพูชาเขาก็เก็บทุกเม็ด ทุกรายละเ้อียด ของหลักฐานและพยานเพื่อยืนยันต่อคณะกรรมการมรดกโลก แบบที่ไทยก็ได้แต่นั่งตาปริบ ๆ ทำอะไรไม่ได้เลย

เพราะคนไม่กี่คน คราวนี้ไทยถึงได้เสียทีให้เขมรแบบราบคาบ

แต่ก็ว่าอะไรรัฐมนตรีท่านมากก็ไม่ได้ เราคนไทยทุกคนก็มีส่วนผิดในการเสียสิทธิเหนือดินแดนเขาพระวิหารครั้งนี้

46 ปีนับแต่การตัดสินครั้งแรกเราทำอะไรอยู่
46 ปีเราพยายามกันแึค่ไหนในการรวมหลักฐาน
46 ปีมีมั้ย ที่เราตระหนักว่าเขาพระวิหารเป็นมรดกร่วมของไทยทั้งชาติ

เราดูถูกกำพูชาว่าเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าเรา ไม่มีพิษสง แข่งขันอย่างไรก็ชนะ ถือว่ามีเทคโนลียีทันสมัยที่สุดมากกว่ากำพูชาหลายเสา มีบุคคลากรที่เชีี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ  มีความสัมพันธ์ทางการทหาร การทูตที่ดีกับหลาย ๆ ประเทศ แต่ก็สู้รัฐบาลกัมพูชาที่เพิ่งจัดตั้ง หัดเดินกระเตาะกระแตะหลังสงครามการเมืองมาไม่นานมานี้

เขาร่วมใจกันมา 46 ปี ในการหาข้อมูล เชิญประเทศมหาอำนาจ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณสถาน ปรึกษาหารือเพื่อจัดเตรียมการนำปราสาทเขาพระวิหารจดทะเบียนเป็นมรดกโลก

และก็สามารถกำชัยชนะได้อย่างงดงามในเวทีโลก!
เพราะเขาร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ ทหาร และประชาชน

ย้อนกลับมาดูประเทศไทย

รัฐก็อยู่ส่วนรัฐ ส.ส. ที่เลือกเข้ามาส่วนใหญ่ก็เป็นนักธุรกิจลงทุนลงเงินไปมากเพื่อให้ได้ตำแหน่งในคณะบริหารประเทศ พอได้อยู่ในอำนาจก็ต้องกอบโกยทุนที่เสียไปคืนมา จะบริหารประเทศก็ไม่จริงใจ คิดผลประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ เลยทำให้เวลาทำสนธิสัญญาต่อรองกับนานาประเทศ เป็นมุมมองของนักธุรกิจที่คำนึงแต่ผลประโยชน์ของตนไม่ใช่ประเทศชาติ ดังเช่นกรณีเขาพระวิหาร หรือกรณีสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือแม้กระทั่งปลดกำแพงภาษีเพื่อทำเขตการค้าเสรี (FTA)

ส่วนทางทหาร ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการดำเนินการ เพื่อทวงสิทธ์ ทวงเสรีภาพ ปกปักผืนแผ่นดินไทย ด้วยจิตสำนึกที่เหนือกว่าทางกำพูชา เพื่อให้เกิดผลดีกับประเทศชาติอย่างไรได้บ้าง

ประชาชนก็ฟุ้งเฟ้อไปกับลัทธิทุนนิยมสุดขั้ว โดยเป็นผลจากนโยบาลของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย ปล่อยให้กลุ่มทุนครอบงำ ด้วยเครื่องมือทางการตลาด หลงว่ามีรถไฟฟ้ามากมาย มีถนนตัดผ่านทุกหมู่บ้าน มีตึกสูงระฟ้า ที่ไหนได้เทคโนโลยีเหล่านี้ซื้อเขามาทั้งนั้น ไม่เคยคิดเองทำเอง จะมีก็อยู่มากกับคนคิดดีทำดี แต่คนกลุ่มนี้ก็จะถูกขัดด้วยมือที่มองไม่เห็น ไอเดียดี ๆ เจ๋ง ๆ ก็ได้แต่คิดแต่ไม่สามารถทำออกมาได้ เพียงเพราะว่าขัดขานักเลงใหญ่เท่านั้น

ครับ ครั้งนี้ก็อยากให้ถือเป็นบทเรียน
แต่ต้องไม่เหมือนที่ผ่านมา ที่เจ็บแล้วไม่จำ ทั้งที่เด็กมันยังรู้เลย …

เด็กหัดขี่จักรยาน พอมันล้มก็รู้สึกเจ็บ
เจ็บแล้วก็จำ พยายามไม่ทรงตัวไม่ให้ล้ม
สักพักก็ขับได้ปร๋อ ..

ต้องร่วมใจฟันฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตน

ประชาชนก็ช่วยกันประหยัด ช่วยกันพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า
ทหารก็ปกปักรักษาดินแดนอย่าให้ใครมาย่ำยี
รัฐบาลก็ตั้งถือความสัตย์สุจริตเป็นสรณะ แล้วบริหารประเทศให้ก้าวไกล นำหลักเศรฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช้เป็นแนวทางในการบริหารประเทศ

ให้ยึดจำกรณีเขาพระวิหารครั้งนี้ ให้ขึ้นใจ
จะต้องไม่มีเหตุการสูญเสียอย่างกรณีเขาพระวิหารเช่นนี้อีก!

Share
Page 1 of 212