เพรชที่หาได้จากโคลนในถิ่นสลัม

เรื่องนี้มีอยู่ว่า อาจารย์แห่งนิกายเซ็น ชื่อ กูโด เป็นอาจารย์ของพระจักรพรรดแห่งประเทศญี่ปุ่น ในสมัยนั้น ท่านอาจารย์คนนี้ชอบเที่ยวไปคนเดียวโดดๆ อย่างนักบวชเร่ร่อนไม่ค่อยได้อยู่กับวัดวาอาราม ครั้งหนึ่งท่านเดินทางไปยังตำบลอีโด เย็นวันนั้นฝนตกมากท่านจึงเปียกปอนไปหมด และรองเท้าของท่านที่ใช้ เป็นรองเท้าทำด้วยฟาง จึงขาดยุ่ยไปหมด ท่านจึงเหลียวดูว่าจะมีอะไรที่ไหนจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง ก็พบกับกระท่อมน้อยๆแห่งหนึ่งในถิ่นใกล้ๆนั้น เห็นรองเท้าฟางมีแขวนอยู่ด้วย ก็คิดจะไปซื้อสักคู่หนึ่ง เอาแห้งๆมาใส่เพือ่เดินทางต่อไป หญิงเจ้าของบ้านนั้นเขาถวาย เลยไม่ต้องซื้อ และเมื่อเห็นว่าเปียกปอนมาก ก็เลยนิมนต์ให้หยุดอยู่ก่อน เพราะฝนตกจนค่ำ ท่านเลยก็ต้องพักอยู่ที่บ้านนั้น ด้วยคำขอร้องของหญิงเจ้าของบ้าน.

หญิงเจ้าของบ้านเรียกเด็กๆและญาติๆมาสนทนาด้วยท่านอาจารย์ ท่านได้สังเกตุเห็นว่า สกุลนี้เป็นอยู่ด้วยความข้นแค้นที่สุด ก็เลยขอร้องให้บอกเล่าตรงๆโดยไม่ต้องเกรงใจ ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรกัน หญิงเจ้าของบ้านก็บอกว่า “สามีของดิฉันเป็นนักเลงพนัน แล้วก็ดดื่มจัด ถ้าบังเอิญชนะเขาก็ดื่มมันจนไม่มีอะไรเหลือ ถ้าเขาแพ้เขาก็ยืมเงินคนอื่นเล่นอีก เพิ่มหนี้สินให้มากขึ้น เขาไม่เคยมาบ้านเลยเป็นวันเป็นคืน หรือหลายวันหลายคืนก็ยังมี ดิฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี”.

ท่านอาจารย์กูโดว่า ไม่ต้องทำหรอก ฉันจะช่วยทำ แล้วก็ว่า นี่ฉันมีเงินมาบ้าง ช่วยไปซื้อเหล้าองุ่นมาให้เหยือกใหญ่ๆเหยือกหนึ่ง แล้วก็อะไรที่ดีๆน่ากินเอามาให้เป็นจำนวนเพียงพอ เอามาวางไว้ที่นี่แล้วก็กลับไปทำงานตามเรื่องเถอะ ฉันจะนั่งอยู่ที่นี่ตรงหน้าที่บูชา.

เมื่อผู้ชายคนนั้นกลับมาบ้านเวลาดึก เขาก็เมา เขาก็พูดตามประสาคนเมาว่า “เฮ้ย เมียโว้ย มาบ้านแล้วโว้ย มีอะไรกินบ้างโว้ย ท่านอาจารย์กูโดที่นั่งอยู่ที่หน้าหิ้งพระก็ออกรับหน้าบอกว่า ฉันได้มีทุกอย่างสำหรับท่าน เผอิญฉันมาติดฝนอยู่ที่นี่ ภรรยาของท่านเขาขอร้องให้ฉันพักค้างฝนที่นี่ตลอดคืน ฉันก็ควรจะมีส่วนตอบแทนท่านบ้าง ฉนั้นขอให้ท่านบริโภคสิ่งเหล่านี้ตามชอบใจ ชายคนนั้นก็ดีใจใหญ่ มีทั้งเหล้าองุ่น มีทั้งปลา มีทั้งอาหารต่างๆ เขาก็ดื่มและรับประทานจนนอนหลับไปไม่รู้สึกตัว อยู่ข้างๆเข่าของท่านอาจารย์กูโด ที่นั่งสมาธิตลอดคืนนั้นเหมือนกัน .

ทีนี้พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าชายคนนั้นก็ลืมหมดไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเมื่อคืนเขาเมาเต็มที่ และถามว่าท่านเป็นใครและจะไปไหน ท่านอาจารย์ก็ตอบว่า อาตมาคือ กูโด แห่งนครเกียวโต กำลังจะไปธุระที่ตำบลอิโด ตามเรื่องที่เล่ามาแล้ว ซึ่งชายคนนั้นก็ละอายจนเหลือที่จะรู้ว่าจะอยู่ที่ไหน จะแทรกแผ่นดินหนีก็ทำไม่ไหว จึงขอโทษขอโพย ขอแล้วขออีกจนไม่รู้จะขออย่างไร ต่ออาจารย์ของพระจักรพรรดิ ซึ่งจับพลัดจำผลูเข้ามาอยู่ในบ้านเขา ท่านอาจารย์กูโดยิ้มละไมอยู่เรือ่ย แล้วก็พูดขึ้นช้าๆว่า “ทุกอย่างในชีวิตนี้มันเปลี่ยนแปลงเรื่อย เป็นกระแสไหลเชี่ยวไปทีเดียว และทั้งชีวิตนี้มันก็สั้นเหลือเกิน ถ้ายังเล่นการพนันและยังดื่มอยู่อย่างนี้ ก็หมดเวลาที่จะทำอะไรอื่นให้เกิดขึ้น หรือสำเร็จได้ นอกจากจะทำตัวเองให้เป็นทุกข์แล้ว ก็จะทำให้ครอบครัวพลอยตกนรกทั้งเป็นไปด้วย” .

ความรู้สึกอันนี้ได้ประทับใจชายคนนั้น มีอาการเหมือนกับว่า ตื่นขึ้นมาในโลกอื่น เหมือนกับตื่นขึ้นมาจากความฝัน ในที่สุดก็พูดกับอาจารย์ว่า ที่ท่านอาจารย์กล่าวนั้นมันถูกหมดเลย มันถูกอย่างยิ่ง ถ้าอย่างไนให้กระผมได้สนองคุณอาจารย์ ไปส่งท่านอาจารย์ในการเเดินทางนี้สักระยะหนึ้ง ท่านอาจารย์กูโดก็บอกว่าตามใจ.

สองคนก็ออกเดินทางไปได้ประมาณ ๓ ไมล์ ท่านอาจารย์ก็บอกว่ากลับเถอะ ชายคนนี้ก็บอกว่าขออีกสัก ๕ ไมล์เถอะ ขยั้นขยอขอไปอีก ๕ ไมล์ แล้วก็ไปด้วยกันอีก พอครบ ๕ ไมล์ อาจารย์ก็ขยั้นขยอให้กลับอีก นายคนนี้ก็บอกว่าขออีกสัก ๑๐ ไมล์เถอะ ในที่สุดก็ต้องยอม พอถึง ๑๐ ไมล์ ท่านอาจารย์ขยั้นขยอให้กลับ เขาก็ตอบว่าขอตลอดชีวิตของผมเถอะ .

นี่เป็นอันว่า ไปกับท่านอาจารย์ไปเป็นนักบวชแห่งนิกายเซ็น ซึ่งต่อมาก็เป็นปรมาจารย์พุทธศาสนาแห่งนิกายเซ็นในญี่ปุ่น นิกายเซ็นทุกสาขาที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่นในทุกวันนี้ล้วนเป็นลูกศิษย์ออกมาจาก อาจารย์องค์นี้องค์เดียว ท่านกลับตัวชนิดที่เราเรียกกันว่า “เพชรที่พบจากโคลนในถิ่นสลัม”.

คนเรานั้นแม้จะเคยเดินทางผิดมาก่อนก็สามารถกลับตัวกลับใจ ได้ และสามารถจะเดินทางไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นหรือสูงขึ้นได้ ไม่มีคำว่าสาย ขอเพียงให้มีความตั้งใจจริงเท่านั้น.

ที่มา – http://www.whatami.8m.com/zen/zen11.html

Related posts

Tags: ,

Leave a Reply