ในที่สุดศาลฏีกาก็วินิจฉัยให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาฯ ฐานผิดกฏหมายการเลือกตั้งโดยการซื้อเสียงเือื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง
ผลจากการวินิจฉัยครั้งนี้ ทำให้นายยงยุทธ ถูกถอนสิทธิในการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปีโดยทันที และยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่นายยงยุทธเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรค ก็ทำให้พรรคพลังประชาชนตกที่นั่งลำบากถึงขั้นยุบพรรค ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 103 วรรค 2 ที่ระบุไว้ว่า
ถ้าการกระทำของบุคคลตามวรรค หนึ่ง ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรคการ เมืองมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้วมิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อ ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐะรรมนูญ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและ กรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นมีกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบ พรรคการเมือง
ครับ! แปลเป็นภาษาให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ ว่า พรรคพลังประชาชนต้องถูกยุบพรรคแน่นอน ไม่ช้าก็ในเร็ววันนี้
หลาย ๆ ท่านอาจจะเป็นห่วงว่าสถานการณ์การเมืองในบ้านเรายิ่งไม่แน่นอน เพิ่งจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาแค่ 5 เดือน เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไม่ดีในสายตาของนักลงทุนและชาวต่างชาติ หวั่นเกรงสูญญากาศทางการเมืองรอบสองนับแต่รัฐประหาร 19 กันยา 49 จะเกิดขึ้นซ้ำอีก
มีนักวิชาการ และคอลัมนิสต์บางส่วน ห่วงเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย หวั่นเกรงทรัพยากรบุคคลทางการเมืองจะถูกโทษแบนหมด ซึ่งถ้าหากนับตัวเลขนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชนครั้งนี้ที่จะถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง ก็จะทำให้จำนวนหัวของนักการเมืองที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมจากพรรคไทยรักไทยงวดที่แล้ว เบ็ดเสร็จก็กว่าสองร้อยหัว
ท่านกำลังคิดว่าถ้าเมืองไทยขาดนักการเมืองที่ไร้คุณธรรมและจริยธรรมพวกนี้ แล้วประเทศไทยจะไปไม่รอดหรือ ?
พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่าประชากรคนไทยมีประมาณ 60 ล้านคน
ใน 60 ล้านคนจะไม่มีเชียวหรือ ?
บุคคลที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ
บุคคลที่มีความรู้ในวิชาการแขนงต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
บุคคลที่มีอุดมการณ์ที่พร้อมจะมาช่วยเหลือประเทศชาติ
บุคคลที่มีคุณธรรม คุณงามความดี
พวกเขาพร้อมจะเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือประเทศชาติ หากแต่ต้องได้รับโอกาสการสนับสนุนที่ดี
นักการเมืองรุ่นเก่าก็ควรเปิดใจ จะแนะนำคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจมาบริหารประเทศชาติ ดั่งครูกับลูกศิษย์ ร่วมแรงร่วมใจกันนำพาประเทศไปสู่ในทิศทางที่ดี ให้ทัดเทียมกับอารยประเทศ
ลดละเลิกเถอะครับกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
การตักตวงผลประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง
บริหารบ้านเมืองแบบไร้หลักจริยธรรม
ต้องคิดต้องย้ำกับตัวเองเสมอว่า แผ่นดินไทยทุกวันนี้ก็มาจากการรวมพลังปกปักรักษาของคนบรรพชนรุ่นก่อน ผนึกกำลังทะนุบำรุงแผ่นดินไทยให้ปราศจากสงครามการเมือง สงครามศาสนา สงครามของชาติพันธุ์ให้พวกเราได้มีผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ อุดมสุข ให้เราได้อาศัยทุกวันนี้
อย่าคิดกันสั้น ๆ ภายในช่วงชีวิตของตน รุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน
แต่ให้คิดไปถึงรุ่นหลานของเหลน หรือเหลนของหลาน
คิดไปนานๆ สักร้อยสองร้อยปีนับจากนี้ หากแต่อาจจะมีคนในวงศ์ตระกูลของท่านได้รับความลำบากแสนสาหัสจากการกระทำในปัจจุบันของท่านนี้ โดยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
นักการเมืองรุ่นต่อไป ต้องถือหลักคุณธรรมนำหน้า วิชาการตามหลัง
บ้านเมืองเราไม่ต้องการคนเก่ง แต่โกง
แต่ต้องการเพียงคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมมาบริหารประเทศ
ที่มาข้อมู พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จากหนังสือพิมพ์มติชน
เฮ้อ …