iPhone vs Android
ข่าวล่าสุดกับการเปิดตัวของ iPhone 3G ก็ทำให้กระแสของ Android Phone ของ Google และพันธมิตร (Motorolla, Samsung, HTC etc.) หยุดนิ่งชั่วขณะ
การชิงลงมือของ Apple ในการออกเริ่มต้นจำหน่าย iPhone 3G ครั้งนี้ เป็นการเปิดตัวได้ถูกเวลา ถือได้ว่าทำให้ Android Phone ที่มีแผนจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยค่าย HTC เสียจังหวะอยู่หลายขุม นอกจากที่ Apple จะได้ลูกค้าเก่าที่ต้องการอัพเกรด iPhone รุ่นเก่าเป็นรุ่นใหม่แล้ว Apple ยังจะได้ลูกค้าหน้าใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อโทรศัพท์ระดับไฮท์เอนด์อีกจำนวนไม่น้อยด้วย

ถ้าลองคิดในแง่ของจิตวิทยาผู้บริโภคแล้ว ถ้าเงินไม่เหลือกินเหลือใช้จริง ๆ การที่ผู้บริโภคบางกลุ่มที่มี iPhone อยู่แล้วจะเปลี่ยนไปใช้ Android Phone ของทางพันธมิตร Google นั้นยากยิ่ง เว้นเสียแต่ว่าระบบ Andriod ของ Google นั้นดีกว่า iPhone มาก ๆ หรือไม่ก็มีราคาที่ต่ำกว่าจริง ๆ
แต่อย่าลืม…
สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร!
ถึงแม้ว่า Google และพันธมิตร จะออกเริ่มต้นช้ากว่า แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อของวงการซอฟแวร์แล้ว Google จะต้องมีไม้เด็ดที่น่าจะงัดมาใช้ในการกู้ศักดิ์ศรีครั้งนี้ เรามาลองดูว่า Google น่าจะใช้กลยุทธิ์อะไรในการต่อสู้ครั้งนี้
1. จำนวนนักพัฒนาซอฟแวร์ระบบเปิด (Opensource)
ในปัจจุบันแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักพัฒนาซอฟแวร์ระบบเปิด (Opensource) เพิ่มสูงขึ้น ดังจะเห็นได้จากชุมชนนักพัฒนาในอินเตอร์เนทมีมากมาย และโปรแกรมระบบเปิดมีให้เลือกใช้งานจำนวนมาก
Google ได้เล็งเห็นจุดนี้ จึงได้เปิดแคมเปญประกวดซอฟแวร์ที่พัฒนาบนระบบของ Android เพื่อดึงดูดความสนใจของนักพัฒนาทั่วโลกมาตั้งแต่ปลายปี 2007 จากผลการสำรวจพบว่ามีการดาวน์โหลดชุดพัฒนาโปรแกรมบน Android จากเว็บไซต์ของ Google เอง ประมาณ 7 แสนชุด* ซึ่งในขณะที่ชุดพัฒนาของ iPhone เองเพิ่งจะมีนักพัฒนาดาวน์โหลดไปเพียง 1 แสนชุด* (ข้อมูลเืดือนมีนาคม Slashgear)
ชุดพัฒนาที่ถูกดาวโหลดมากหมายถึงจำนวนผู้พัฒนาที่จะสนับสนุน Google มาก และจำนวนโปรแกรมที่จะโลดแล่นบน Android ก็มากขึ้นตามลำดับ
2. ชุดพัฒนาโปรแกรม (SDK)
ข้อแตกต่างอย่างเด่นชัดของชุดพัฒนาระหว่าง Android กับ iPhone คือ Android สามารถพัฒนาบนระบบปฏิบัิิติการ Linux และ Window ส่วน iPhone นั้นได้ถูกออกแบบให้พัฒนาได้บนเครื่องแมคอินทอสเท่านั้น เป็นที่รู้กันว่าจำนวนผู้ใช้แมคอินทอสอยู่ในวงจำกัด และอยู่ในแวดวงการออกแบบกราฟฟิกเท่านั้น
ถึงแม้ว่า Mac OSx จะสามารถลงบน Virtual Machine เช่น VM Ware ได้ แต่นั่นก็เป็นหนทางที่ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมบน iPhone คือ Objective-C ส่วน Android นั้นจะใช้ Java
เป็นที่่ทราบกันว่า Java เป็นภาษาที่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และเข้าใจได้ง่ายกว่า Objective-C และแนวโน้มของนักพัฒนาหน้าใหม่ที่สามารถเขียนภาษา Java นั้นมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ (เนื่องจากเรียนรู้ได้ง่าย) ซึ่งเป็นอัตราส่วนกลับของ C ที่แพร่หลายเฉพาะในหมู่ผู้มีทักษะระดับสูงในการเขียนโปรแกรม
ชุดพัฒนาที่ไม่ยืดหยุ่นของ iPhone นั้น จะเป็นการตอกย้ำจำนวนผู้พัฒนาซอฟแวร์ที่ Android มีมากกว่า iPhone อยู่หลายเท่าตัว
3. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นภายนอก
เนื่องจาก Android นั้นใช้ระบบ Linux เป็นฐานในการออกแบบ ดังนั้นโปรแกรมใดก็ตามที่พัฒนาบน Android ก็มีโอกาสสูงในการเชื่อมต่อ และประยุตก์กับโปรแกรมอื่นภายนอกที่มีมากมายบน Linux และตัว Google เองก็มี Google API (ชุดสำหรับพัฒนาเชื่อมต่อ)ที่หลากหลาย ดังจะเห็นโึีครงการต่าง ๆ ที่ Google ผลิตออกมา เช่น Google Earth, Google Map, Google Search API และอื่น ๆ อีกมากมาย
จะเห็นได้ว่าโอกาสที่โปรแกรมที่พัฒนา Android จะมีความหลากหลาย และสามารถติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโปรแกรม หรือโปรโตคอลภายนอกได้ดีกว่า
4. กลุ่มพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
Google ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตร (Open Handset Alliance) ซึ่งประกอบด้วย ผู้ให้บริการสัญญาณมือถือ (DoCoMo, Sprint, China Mobile) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ เช่น HTC, LG, Motorola, Samsung) ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (Intel, NVidia) บริษัทซอฟแวร์ (eBay, Ascender) และบริษัททางด้านการสื่อสาร (Aplix, Noser)
บริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จเชี่ยวชาญ และเป็นดับดับต้น ๆ ของวงการ พื้นฐานความแข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่มจะทำให้ Android มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

5. ราคาจัดจำหน่าย
เนื่องด้วย iPhone ที่จำหน่ายในท้องตลาดมีน้อยรุ่น ราคาค่อนข้างสูง และการซื้อ iPhone ส่วนใหญ่ต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการสัญญาณในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นการผูกขาดสัญญาณและยุ่งยาก ผิดกับ Android Phone ที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการมือถือ เช่น HTC และ Samsung เติบโตรวดเร็วอย่างน่าใจหายเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หนุนหลังอยู่ ก็น่าจะทำให้ Anroid Phone ที่จะทยอยคลอดมาสู่สายตาผู้บริโภค คงมีมากมายหลายรุ่น และหลายราคา มีให้เลือกใช้งานกันหลากหลาย
ถึงแม้ว่าจุดเด่นที่สุดของ iPhone คือการดีไซน์ที่เฉียบขาดสไตล์ Apple ทำให้ผู้บริโภคหลายคนที่ไม่สนใจในเรื่องราคาเท่าไหร่นัก ยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้โทรศัพท์ที่ดูหรูหรา น่าใช้งานกว่า แต่เราอย่าลืมกรณีตัวอย่างของ Samsung บริษัทสัญชาติเกาหลี ที่การออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาดที่ดีเลิศ โดยโทรศัพท์ส่วนใหญ่ของ Samsung จะเน้นดีไซน์ที่หรูหรา และราคาไม่แพง ซึ่งทำให้ Samsung กินส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้นจากขาใหญ่ในวงการเช่น Nokia, Siement, Motorolla และกลายมาเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในโลกภายในเวลาไม่กี่ปี
บทสรุป
ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า Google หรือ Apple จะชนะน็อกในยกสุดท้าย ซึ่งไม่ว่าใครจะชนะไม่สำัคัญ ผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคอย่างเราได้รับก็ถือว่าคุ้มค่า สำหรับศึกครั้งนี้
Related posts
Tags: android, apple, google, iphone, thai
July 15th, 2008 at 2:02 pm
เชียร์ iphone … เพราะใช้อยู่ (ฮา)
January 7th, 2009 at 1:13 am
ขอเชีย ด้วยใจ เพราะชอบมีอยู่ 1 เครื่องเหมือนกัน แต่มือ 2
June 16th, 2009 at 7:41 am
ใช้อยู่ทั้ง 2 รุ่นเลยคับ Iphone ก็ ok HTC Magic ก็ ok คับ 2หมื่นกว่าๆเหมือนกันนะคับ Fuction ก็คล้ายๆกัน
August 16th, 2009 at 2:39 am
เอาให้ Mac มันตายไปจากโลกนี้เลยครับ Google พวกที่โง่ไม่สนใจให้ Apple มันโกยตังจํากัดสิทธิ จํากัดการพัฒนาของ โลกนี้มันหายไปเลย หาซื้ออะไรทั้งที่ ต้องมีดีไซย์ อย่างอื่นไม่สนใจ จะได้ไม่ต้องมีคํานี้
ปล. Anroid สู้ๆ