Archive for November, 2008

Java Performance Tuning

เมื่อเดือนที่แล้วมีโอกาสได้บรรยายเรื่อง “Java Performance Tuning” เลยเอาสไลด์มาแปะไว้ เผื่อใครมีเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Java แล้วสนใจอยากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมมากขึ้น ก็สามารถศึกษาผ่านสไลด์นี้ได้ด้วยตัวเองได้ไม่ยาก โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้

Introduction
- Why java slow?
- Tuning Strategy
- Start to tune

Profiling Tool
- Timing
- Garbage Collection
- Method Call
- All in one tool

Good code pratice
- Object creation
- String
- Exception, Asserttion, Cases, Variable
- Loops, Switch and Recursion
- I/O, Logging, and Console Output
- Appropiate Collection

Java Performance Tuning

View SlideShare presentation or Upload your own.

Related posts

Tags: , ,

โค้งสุดท้ายก่อน Readcamp

สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงงาน Readcamp ที่จะจัดขึ้นที่หอศิลปฯกรุงเทพ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10:00 - 19:00 น.

ReadCamp 29 Nov 2008 @ Bangkok Art and Culture Centre

ใครว่างก็ไปกัน ยังคิดหัวข้อไม่ออก ก็ค่อยไปดูหัวข้อหลากหลาย รักใครชอบใคร ก็เข้าไปแจมกันตามสนใจ

” หน้าปัดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เนื้อเพลง การไม่อ่าน การแปลซอฟต์แวร์ เว็บ วิทยาศาสตร์ กันดั้ม สัตว์เลี้ยง กอด เว็บบอร์ด ป้ายบอกทาง ช่องคำพูดในหนังสือการ์ตูน ReadCamp การฟัง หนังสืออ่านนอกเวลา หนังสือเรียน ซีรีส์ญี่ปุ่น Change สติกเกอร์ท้ายรถ verbal abuse การ์ตูนฝรั่ง ภาพลายเส้น ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน คำพูดชายและหญิง บรรจุภัณฑ์ขนม วรรณกรรม Herman Melville ‘รงค์ วงสวรรค์ การ์ตูนญี่ปุ่น นิยายจีน มิยาโมโต้ มุซาชิ คู่สร้างคู่สม ศาลาคนเศร้า อ่านในใจ สามก๊ก A History of Reading เทพนิยาย อ่านไม่ออก สื่อและวัฒนธรรม The Library at Night ดวง ลอตเตอรี่ หวย หนังสือเศรษฐศาสตร์การเมือง สังคมศาสตร์กระแสรอง ดูหนังอย่าง geek ปฏิทิน เสียงสิ่งที่อ่าน ช้าง เมื่อทุกคนตาบอดสี นิยายกำลังภายใน การตลาด ปรัชญา นวนิยาย เจ้าชายน้อย เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม George Orwell’s 1984 ผู้หญิงและผู้ชาย ฉลากแชมพู ฉลากยา การเต้น ละครเวที โหวเหวินหย่ง ศรัทธาที่หายไป ความคิดนักเรียน การเมืองสหรัฐ หนังเกาหลี คำที่แปลได้หลายความ หนังสือชวนสยิว คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา Artemis Fowl ศิลปะจากอดีตสู่ปัจจุบัน The Ring … ”

ที่มาจาก เรื่องที่ลงทะเบียนไว้แล้ว

Related posts

Tags: , , ,

เด็กไทยไป Google

เสียงแว่วๆ เข้าหูมาหลายสายว่า ช่วงนี้ Google ประกาศรับพนักงานที่เป็นคนไทย เข้าทำงานในบริษัท ตำแหน่งที่ลงประกาศไว้ก็ระบุชัดเจนเลยว่า ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ถึงจะสมัครได้ ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีของเด็กไทย ที่จะมีโอกาสเข้าร่วมทำงานในบริษัทที่จัดได้ว่าเจ๋งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

หากเราดูเผินๆ ไม่พิจารณาให้ถ้วนถี่แล้วก็ดูเหมือนว่า Google ใจกว้างเหลือเกิน เปิดรับสมัครเฉพาะคนไทย ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ถ้าเป็นกระบวนการรับสมัครปกติ โอกาสที่คนไทยจะเข้าทำงานที่ Google นั้นก็น้อยเหลือเกิน

ไม่ใช่ว่าผมดูถูกคนไทยด้วยกันเองนะ แต่ด้วยอุปสรรคนานาประการทำให้เรามีโอกาสน้อยมากที่จะเข้าทำงานที่นี่ได้

ทั้งเรื่องภาษา การสื่อสาร หรือเรื่องพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ การแก้ปัญหา และอัลกอริทึม ซึ่งพื้นฐานวิชาเหล่านี้ต้องถือได้ว่าเป็นวิชาปราบเซียนของเหล่านักศึกษาวิชาคอมพิวเตอร์ ทั้งสายวิทยาศาสตร์และสายวิศวกรรม

คุณสมบัติของผู้สมัครที่ Google ต้องการนั้น ไม่มีหรอกที่จะถามว่าคุณเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือใช้เครื่องมือในการพัฒนาอะไรได้บ้าง มีประสบการณ์ทำงานมาแล้วกี่ปี ? ถึงแม้จะมีทักษะในการพูดจูงใจ บวกกับ Resume ที่เขียนบรรยายสรรพคุณมากมายแค่ไหน Google เค้าไม่สนใจหรอก

ข้อสอบของ Google นั้นเท่าที่ได้ยินมา ตัวอย่างเช่น
จากตัวเลข 1 ถึง 1000 มีจำนวนเฉพาะกี่จำนวน
ถ้าไม่มีตาชั่ง ให้หาวิธีในการชั่งน้ำหนักเครื่องบิน ว่าจะมีวิธีการอย่างไร?
ทุกคำถามจะเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์และอัลกอริทึมล้วนๆ!

การสมัครเข้าทำงานกับ Google นับว่าเป็นเรื่องยาก ยิ่งถ้าไปแข่งขันกับมือฉมังจากทั่วโลกแล้วละก็ เปอร์เซนต์ที่คนไทยจะได้รับเลือกนั้นมีน้อยเหลือเกิน

แต่ทำไมอยู่ดีๆ Google เปิดรับสมัครตำแหน่งที่ให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น???
อะไรที่ทำให้คนไทยแตกต่างจากชาติอื่นในโลก?

Read the rest of this entry »

Related posts

Tags: , ,

เพลงชาติไทย

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี

ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย

Related posts

Tags: ,

บันได 5 ขั้น ของนักพัฒนาซอฟแวร์ (Dreyfus Model)

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องมีการพัฒนา
นักพัฒนาซอฟแวร์ก็เช่นกัน!

มาดูกันว่าลักษณะของนักพัฒนาซอฟแวร์ในแต่ละขั้น ของเส้นทางสู่การเป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ตามรูปแบบของ Dreyfus  (Dreyfus Model) เป็นเช่นไร,

1. มือใหม่(Novice)

  • ไม่มีประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์น้อย
  • จำเป็นต้องมีตัวอย่าง ระเบียบแบบแผน เพื่อช่วยในการเรียนรู้
  • ต้องการจุดมุ่งหมายในระยะสั้นเพื่อพัฒนาตัวเอง
  • จำเป็นต้องมีคนแนะนำในทุกๆ ขั้นตอน

2. ผู้ริเริ่ม (Advance Beginner)

  • เริ่มตัดสินใจด้วยตนเองได้
  • ชอบเรียนรู้อะไรไวๆ แต่ไม่จำเป็นต้องรูที่มา เช่น โปรแกรมเมอร์แบบตัดแปะ (copy & paste)
  • เริ่มเห็นภาพรวมของขั้นตอน และโครงสร้างของซอฟแวร์
  • ยังจำเป็นต้องมีคนแนะนำในบางส่วน

3. ผู้มีประสบการณ์ (Competent)

  • เริ่มมีคำถามกับตัวเอง เช่น เขียนโค้ดแบบนี้เพื่ออะไร หรือทำไม?
  • มองผลกระทบต่างๆ ของการออกแบบและำพัฒนาซอฟแวร์ได้กว้างขึ้น
  • สามารถแก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้ด้วยตัวเอง
  • เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเองได้
  • จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้การปรึกษาในบางเรื่อง
  • สามารถให้คำแนะนำนักพัฒนารุ่นน้องได

4. ผู้ชำนาญเจนจัด (Proficient)

  • มีทักษะระดับสูงในการวิเคราะห์
  • รู้จักจุดแข็งและข้อด้อยของตัวเอง และปรับปรุงตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
  • สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ถูกจุดและรวดเร็วมากกว่าเดิม
  • เริ่มศึกษาหลักการออกแบบซอฟแวร์ที่ดี (Design Pattern) และประยุกต์ใช้ในการพัฒนาซอฟแวร์

5. ผู้เชี่ยวชาญ (Expert)

  • ระดับผู้เชี่ยวชาญ มีความกระตือรือร้นอย่างสูงในการค้นหา และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ
  • สามารถเขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้อื่น
  • เริ่มจะมีจินตการที่เหนือเหตุผล ดั่งเช่นที่ไอส์ไตน์เคยพูดไว้ว่า จินตาการสำคัญกว่าความคิด
  • ดูทุกๆ อย่างเป็นของง่าย
  • มีความเชี่ยวชาญสูง บางสิ่งสามารถทำโดยไม่ต้องคิด เหมือนนักกีฬาที่ฝึกตนจนคล่องแคล่วแล้ว ร่างกายจะทำงานเองโดยไม่ขึ้นกับสมอง

มือใหม่ ผู้ริเริ่ม ผู้มีประสบการณ์ ผู้ชำนาญเจนจัด ผู้เชี่ยวชาญ
รวมเป็น 5 ขั้นสู่การเป็นสุดยอดนักพัฒนา

อ่านจบแล้ว เพื่อนๆ ล่ะ คิดว่าตัวเองอยู่ในขั้นไหน ??

Related posts

Tags: , , ,

บายบาย รีโมต

ตื่นนอนแต่เช้าคิดจะซักผ้าปูที่นอน กับผ้านวมสักหน่อย
แต่ของที่ดันไม่ควรซักก็ถูกซักไปด้วย

Deal TV Remote

แหลกเหลวคาถังปั่นเลย รีโมตผมม
แล้วจะเอาอะไรเปลี่ยนช่องทีวีละทีนี้  เฮ้ออ ….

Related posts

Tags: ,

ทดสอบจุดยืน

เห็นคุณ Heretic ทำแบบทดสอบเกี่ยวกับจุดยืนแล้ว ก็เลย ลองดู บ้าง

ผลออกมาเป็นดังนี้

ว้าว เค้าบอกว่าเราเป็น Libertarian (นักเสรีภาพ)
ว่าแล้วก็มาดูกันเลยว่านิยามนักเสรีภาพคืออะไร ??

LIBERTARIANS support maximum liberty in both personal and
economic matters. They advocate a much smaller government; one
that is limited to protecting individuals from coercion and violence.
Libertarians tend to embrace individual responsibility, oppose
government bureaucracy and taxes, promote private charity, tolerate
diverse lifestyles, support the free market, and defend civil liberties.

แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า …

นักเสรีภาพ เป็นผู้ที่สนับสนุนเสรีภาพทุกรูปแบบทั้งในส่วนตนเอง สัมคมและเศรษฐกิจโดยรวม. โดยปกติแล้วนักเสรีภาพจะไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีนโยบายไม่คุ้มครองสวัสดิภาพและสิทธิเสรีของประชาชน
นักเสรีภาพ มีแนวโน้มที่จะรัก และสนับสนุนแนวทางหลักการของสิทธิและหน้าที่ของบุคคล  และต่อต้านระบบระเบียบที่มีพิธีรีตรองโดยรัฐ และระบบภาษี เป็นผู้ที่ชื่นชอบการช่วยเหลือสังคม นิยมสังคมที่มีความหลากหลายในทุกมิติ สนับสนุนตลาดเสรี และปกป้องหลักการของเสรีภาพของประชาชน

แปลกๆ ดี ตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง

ใครว่างๆ ก็ลองทำดู ตอบคำถามอยู่ 10 ข้อ ในเรื่องส่วนตัวกับเศรษฐศาสตร์สังคม
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย ลุย

Related posts

Tags: , , ,

Google เจอผมแล้ว

แอบอู้งาน search ชื่อตัวเองเล่นใน Google Image

ว้า่ววว Google รู้จักเราด้วยแฮะ !!!

Related posts

Tags: , ,

อะไรเปลี่ยนไปใน ม.ขอนแก่น

กว่า 9 วันหลังจาก เดิน เล่น กิน นอน อยู่ในตัว ม.ขอนแก่น ก็ได้พบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป

1. คณะนิติศาสตร์ มีอาคารเป็นของตัวเองแล้ว นับแต่เริ่มก่อตั้งมาประมาณ 4 ปี
2. ตลาดเจ๊พร ฝั่ง U-Center เงียบเหงา มีตลาดเปิดท้ายเกิดใหม่ที่โรงชาย (โรงอาหารกลาง)
3. หมดยุคร้านนม ธุรกิจที่เคยเฟื่องฟู ในยุคนี้เหลือร้านนมไม่กี่ร้าน โดยส่วนใหญ่จะแปรรูปมาเป็นร้านอาหาร + นม/กาแฟ+ ขนมเค้ก
4. ธุรกิจร้านเหล้าเติบโตเป็นอย่างมาก อันเนื่องจากเด็กๆ หันมากินเหล้าก่อนนอน
5. ป่าไม้ที่อยู่ในมอ ถูกแทนที่ด้วยป่าหอพัก
6. น้องๆ นักศึกษาแต่งตัวกันเก่งขึ้น และน่ารักมากขึ้น
7. ตึกใหม่ของหอสมุดกลางที่ใช้เวลานานกว่า 10 ปีในการสร้างก็เสร็จเรียบร้อย
8. มีถนนตัดใหม่จากซอยบาดาลเก่า ไปถึงประตูสีฐานฝั่งร้านยาเภสัชกร
9. หอ 9 หลังมีหอเพิ่มอีกหลายสิบหลัง แต่ก็ยังเรียก 9 หลังเหมือนเ้ดิม
10. ร้านเกมส์ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

และอีกมากมาย แต่ลืมจด
ลาก่อนวันนี้

สวัสดี

Related posts

Tags: ,

ความขัดแย้ง

หากแม้ผู้ซึ่งเป็นที่รัก ซึ่งคบหากันมาเป็นเวลานาน
ผ่านช่วงเวลาที่ประทับใจ และวันเวลาแห่งการทะเลาะเบาะแว้ง

แรกเริ่มจากความรักที่หวานชื่น ตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความลุ่มหลง
การยินยอมโอนอ่อน มีอานุภาพเหนือความขัดแย้ง และถูกเจือจางด้วยพลังแห่งรัก

แต่ทว่า …สิ่งใดๆ ล้วนไม่เคยหยุดนิ่ง
เมื่อความเบื่อหน่าย ความเคยชินเริ่มก่อตัวขึ้น
ความรู้สึกดั่งคู่รัก ที่ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผา เริ่มจางหาย
กลับกลายมาเป็นความรู้สึกดั่งเพื่อนสนิท ที่มิอาจเหมือนดั่งเช่นตอนดอกรักแรกเริ่มผลิบาน

ความขัดแย้ง รอยร้าวของแต่ละฝ่าย
ที่เดิมทีได้เชื่อมติดกันแนบสนิท ด้วยเตาหลอมแห่งรัก
ได้เริ่มปริตัวออกจากกันทีละเล็กทีละน้อย

อนิจจา … คู่นกน้อยที่เคยโผบินบนฟากฟ้า
ยืนเกาะกิ่งไม้ ในพงไพรคอยส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
ส่งความอบอุ่นแผ่ขยาย แบ่งปันสู่หมู่สรรพสัตว์ไปทั่วหุบเขาหลังฝนโปรย
ไม่ได้รู้สึกถึงรอยปริแยกที่ก่อตัวทีละนิด

ยามใดที่ความขัดแย้งมีพลังพอจะทำลายตัวประสาน
รอยแตกได้แผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจ

ความรักและความหลงได้ถูกแทนที่ด้วยความเบื่อหน่าย

คนรักหลากหลายคู่ต้องแยกจากกัน
แต่ก็อีกหลากหลายคู่ก็อยู่รอดตลอดฝั่งจนล่วงวัยชรา

สาเหตุคือสิ่งเดียวกัน แต่ล้วนแตกต่างในผลลัพธ์

ทำไมหนอ ทำไม ???
ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเราเอง

สวัสดี …

Related posts

Tags: ,


Page 1 of 212»