สงครามยังไม่จบ
ในที่สุดพันธมิตรก็มีเหตุผลการหยุดชุมนุม หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พรรคการเมืองใหญ่ฝ่ายรัฐบาล 3 พรรค คือ มัชณิมาธิปไตย-พลังประชาชน-ชาติไทย ถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคไป 5 ปี
ฝ่ายสีเหลืองตอบสนองต่อผลตัดสินของศาล ด้วยการประกาศยุติการชุมนุมทันที ทุกสถานที่ทั่วประเทศ! แต่มีเงื่อนไขในการกลับมาชุมนุมอีกครั้ง ถ้ารัฐบาลฝ่ายแดงมาแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก
ดูราวศึกครั้งนี้จะจบลงด้วยดี แต่ผมคิดว่าไม่เป็นเช่นนั้น …
ฝ่ายเหลืองได้โอกาสพักรบ ด้วยเหตุผล “เคารพต่อศาล” หลังจากหาวิธีลงจากหลังเสือไม่ได้ จนต้องใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ยึดสถานที่สำคัญ ทั้งทำเนียบ และสนามบิน ทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้ ความน่าเชื่อถือ และยังได้คำนิยมจากต่างประเทศจัดอันดับให้เป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในโลกลำดับที่ 7
ฝ่ายแดงก็ดูท่าที แม้ว่าจะสูญเสีย สส. ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคไปบางส่วน แต่จำนวน สส. ที่เหลือก็ยังมากพอที่จะคงสภาพการเป็นรัฐบาลไว้ได้ ดังนั้นเมื่อยังไม่สูญเสียอำนาจไปทั้งหมด กองกำลังพลเสื้อแดงก็ยังสงวนดูท่าทีอยู่
สถานการณ์เลยพอผ่อนคลายพอให้เราได้พอหายใจได้บ้าง เพื่อทั้งหลายๆ ฝ่ายทั้งแดง เหลือง ขาว เขียว กลายเป็นมิตรกันสักครู่ และการเตรียมตัวเพื่อจัดงานเนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษา ของพ่อหลวงของเราในช่วงวันที่ 4-5 ธันวานี้
มีโอกาสพักรบ ตั้งหลักกันหลายวัน เหลือง หรือแดง คงไม่หยุดนิ่งเฉยแน่!
ฝ่ายแดงเตรียมพร้อมจัดตั้งพรรคใหม่ พรรคเพื่อไทย เผื่อมีข้อผิดพลาดจะได้ถ่ายเทกองกำลังไปยังพรรคใหม่ และเลือกตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อมาแทนนายสมชาย เตรียมพร้อมสู้ศึกใหม่รอบหน้า
ส่วนฝ่ายเหลืองก็ไม่แคล้วในการให้นักรบแนวหน้าไปพักผ่อน เตรียมคิดแผนการ ระดมทุนเผื่อว่าฝ่ายแดงที่ไล่ไม่รู้จักไป กลับมาใหม่ เมื่อถึงเวลา จะได้มีแรง-มีทุน-มีกำลังสนับสนุนในการรบครั้งถัดไป
หลังจากวันเฉลิมพระชนพรรษา และตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ถูกประกาศเรียบร้อยแล้ว ทั้งฝ่ายเหลือง และฝ่ายแดง ก็คงจะมีการเคลื่อนไหว สู้ฟ้า-ท้าลม โดยไม่สนใจสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่กำลังถดถอยอย่างน่ากลัว และกำลังจะลุกลามมาถึงเมืองไทยในไม่ช้า
ปล่อยให้คนไทยหลายล้านคน หลายภาคส่วน ต้องได้รับผลกระทบจากกลุ่มคนเพียงสองกลุ่ม เหตุด้วยความคิดที่ไม่ลงรอยเพียงว่า “เธอจะออกมั้ย-เราไม่ออก” !!!
December 4th, 2008 at 10:09 pm
เรื่องราวมันเริ่มต้นจากความเ็ห็นที่ไม่ลงรอยกันของสองขั้วความคิด…
แต่ยืดเยื้อยาวนานมาด้วยการไม่ยอมมองตัวเอง ไม่ว่าใครจะทักท้วงตักเตือน
ไม่ยอมรับ ไม่ยอมมองหาทางออก นอกจากกรูถูก เมิงผิด
คนที่ต้องการจะช่วยเหลือประเทศชาติ ถูกตัดแขนตัดขา ไม่สามารถออกความคิดเห็นทางการเมืองได้
การเมืองไทยจะดีขึ้นได้ยังไง… ในเมื่อไม่มีใครสักคนเริ่มต้นจากการยอมรับความบกพร่องของตัวเอง
December 7th, 2008 at 10:26 am
เห็นด้วยครับ