เรื่องไม่คาดฝันที่ BTS

In: Personal

8 Dec 2008

เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS

ระหว่างทางออกจากรถไฟฟ้า ผมได้เหลือบไปเห็นชาวต่างชาติคนหนึ่งได้ลมตึง (ในที่นี้ผมจะเรียกว่าคนผอม) และลุกขึ้นมาอย่างโซซัดโซเซ พร้อมด้วยเลือดกำเดาไหลทะลักออกทางโพรงจมูก พลางร้องขอความช่วยเหลือ

Call Police, Call Police!!!
เรียกตำรวจที, เรียกตำรวจที

ผู้โดยสาร พนักงานตรวจตั๋ว ยาม และคนเดินทางสัญจรบริเวณนั้นต่างพากันตื่นตกใจต่อเหตุการณ์ ด้วยไม่ทราบสาเหตุถึงที่มาที่ไปว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนตัวผมเองถึงแม้จะฟังภาษาอังกฤษพอรู้เรื่อง แต่ใจก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะโทรเรียกตำรวจตามที่ชาวต่างชาติคนนั้นร้องขอ

พอตั้งสติได้ ผมก็สังเกตได้ว่ามีชาวต่างชาติสองคน ซึ่งดูเหมือนกำลังทะเลาะวิวาทกันอยู่ อีกคนพยายามเดินออกห่าง และอีกคนพยายามเดินตามโดยรักษาระยะไว้ประมาณ 3-4 เมตร  โดยชาวต่างชาติที่เดินตามนั้นเป็นคนที่ถูกทำร้าย และพยายามข้อร้องคนรอบข้างให้เรียกตำรวจอยู่เป็นระยะๆ (โดยในที่นี้ผมจะเรียกฝรั่งที่ถูกทำร้ายว่า “ฝรั่งคนผอม” และฝรั่งอีกคนที่เป็นคนทำร้ายร่างกายว่า “ฝรั่งคนอ้วน”)

ผมได้ติดตามดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ในระหว่างทางเดิน ผมได้คิดตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี ต่อเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้

ปล่อยเรื่องให้ผ่านไป หรือ โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ???

ในระหว่างที่ผมครุ่นคิดอยู่นั้น ผมก็ได้พยายามเดินรักษาระยะห่าง และได้กวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ที่เกิดเหตุ (ผมเดินตามมาจนกระทั่งถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง) แต่ก็ไม่พบเจ้าหน้าที่สักคน

ชาวต่างชาติสองคนนั้นก็ได้เดินไปรอบๆ ห้างสรรพสินค้า จนกระทั่งเดินไปบริเวณทางเข้าลานจอดรถ ฝรั่งคนผอมได้ขอร้องเจ้าหน้าที่ควบคุมบางอย่าง และเดินตามฝรั่งคนอ้วนต่อไปอย่างห่างๆ ในขณะนั้นผมก็ยังตามเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะเกรงที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น ผมจึงได้ตัดสินใจไปคุยกับพี่ชายเจ้าหน้าที่ควบคุมที่จอดรถ ว่าฝรั่งคนผอมได้พูดคุยอะไรกับพี่บ้าง

พี่เจ้าหน้าที่ได้ตอบผมมาอย่างมั่นใจว่า เค้าคงมาถามทางไปรถไฟฟ้า BTS

ผมได้ยืนนึ่งชั่วขณะ ถามตัวเองว่าทำไมพี่เจ้าหน้าที่ได้ตอบกลับมาเช่นนั้น และอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ผมก็ถึงบ้างอ้อ …

Call Police = Where is BTS ??

เนื่องจากคำสองคำนี้ลงท้ายด้วยเสียงสูงเหมือนกัน จึงทำให้พี่เจ้าหน้าที่เข้าใจผิดว่าฝรั่งคนผอมได้ถามทางไปรถไฟฟ้า BTS

แต่ไม่นานผมก็ตั้งสติได้อีกครั้งหนึ่ง และได้ขอร้องให้พี่เจ้าหน้าที่เรียกตำรวจ เพื่อมาควบคุมสถาการณ์ที่เกิดขึ้น และอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเจอ พี่เจ้าหน้าที่เลยใช้วิทยุสื่อสารเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณนั้นให้มาดูเหตุการณ์

ในขณะนั้นฝรั่งคนผอมได้เดินถอยหลัง กลับมาเนื่องจากฝรั่งคนอ้วนได้ทำท่าทางขู่ และจังหวะเดียวกันนั้นเอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายนาย อยู่ใกล้ๆ กับผม ผมจึงรวบรวมความกล้าที่จะถามว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น

ผมตัดสินใจเลือกถามฝรั่งคนผอมที่ถูกทำร้าย  โดยมองจากท่าทีแล้ว คุยกับฝรั่งคนผอม ปลอดภัยกว่าคนอ้วน ผมจึงได้ถามเค้าไปว่า

ผม: What happens?
ฝรั่งคนผอม: He tried to rob my pocket and he knocked my nose. Please call police!!!.

ทันใดนั้นฝรั่งคนอ้วนได้จ้องตาเขม็งใส่ผม ผมจึงถอยไปอยู่หลังพี่ๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และตั้งใจรวบรวมสติอีกครั้ง โดยให้ทั้งคู่ใจเย็นๆ ลง แต่ฝรั่งคนอ้วนก็พยายามแสดงท่าทีข่มขู่ฝรั่งคนผอม และเดินออกจากลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพอสมควร

หลังจากนั้นผมได้อธิบาย เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น และขอร้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งให้ตามไปกับผม พลางกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผมพยามกด 191 นับ 10 ครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะมีสัญญาเชื่อมต่อไปยังสถานีตำรวจ เนื่องจากสายไม่ว่าง

ในระหว่างการเดินตามทั้งคู่ไปกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปได้ระยะหนึ่ง พี่ที่เดินมากับผมก็เดินไปหาหัวหน้า และพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และก็ไม่ได้สนใจอะไร พร้อมกับบอกกับพี่และผมที่เดินตามฝรั่งสองคนว่า

“ให้เรียกชาวต่างชาติสองคนนั้นมายืนรอตำรวจ เพื่อรอตำรวจมาไกล่เกลี่ย”

โดยแสดงสีหน้าท่าทางรำคาญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับหันไปหาเพื่อนและเริ่มบทสนทนาต่อไป โดยทิ้งผมและพี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกคนติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาไม่นานนัก ฝรั่งคนอ้วนได้โอกาสเรียกรถแท็กซี่และได้ขึ้นรถแท๊กซี่หนีไปอย่างลอยนวล โดยฝรั่งคนผอมได้แต่ยืนอยู่กับที่อย่างบันดาลโทสะ พร้อมมองรถแท๊กซี่คันนั้น หายวับไปกับสายตา

ผมได้เดินเข้าไปคุยกับฝรั่งคนผอมอีกครั้ง เค้าพยายามบอกลักษณะของรถแท๊กซี่และทะเบียน และขอร้องให้ผมแจ้งตำรวจให้สกัดจับรถแท๊กซี่คันนั้น

“รถโตโยต้าสีแดง ป้ายทะเบียน 9601″
“ฝรั่งคนนั้นเป็นคนฝรั่งเศส” … ด้วยสำเนียงภาษาไทยที่ไม่ชัดเจน

ผมใช้ความพยายามอีกครั้งในการโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากสายโทรศัพท์ไม่ว่าง จากนั้นผมจึงประมวลปะติดปะต่อเหตุการณ์ทั้งหมด และสรุปได้ว่า ฝรั่งคนอ้วนได้พยายามขโมยกระเป๋าเงินของฝรั่งคนผอมจริง

จากนั้นผมจึงถามเค้าไปว่า ตกลงกระเป๋าเงินได้ถูกฝรั่งคนอ้วนฉกไปไหม แต่ฝรั่งคนผอมก็ตอบว่าเค้าสามารถรักษากระเป๋าเงินไว้ได้ พลางเช็ดเลือดกำเดาที่ยังไหลไม่หยุด และเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ถูกทำร้ายตั้งแต่ต้น

ไม่นานนักผมไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลย ผมก็เลยบอกฝรั่งคนผอมไปว่า

We lost him already?
เราคงไม่สามารถติดตามเค้าได้แล้วล่ะ

Do you want to go the hospital? I will take you there?
ผมจะพาไปโรงพยาบาลดีมั้ย

แต่ฝรั่งคนผอมยังอยู่ในสภาวะอารมณ์แค้นเคือง สายตามองไปตามทางที่แท๊กซี่คันนั้นหนีหายไป และก็ตอบผมกลับมาว่า

I’m OK, I’m OK.
ผมสบายดี ผมสบายดี

ผมจึงยืนอยู่เป็นเพื่อนเขาสักพัก ท่ามกลางสายตาผู้คนหลากหลายคู่ที่ตะลึงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  พร้อมเลือดกำเดาของฝรั่งคนผอมที่ยังไม่หยุดไหล และเสื้อเชิ๊ต กระดาษชำระที่ไว้เช็ดจมูกเต็มไปด้วยคราบเลือด หลังจากนั้นไม่นานผมจึงบอกลาฝรั่งคนผอม และเดินทางกลับที่พัก

ระหว่างทางพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาสักครู่ ได้แต่ถามกับตัวเองว่า

ทำไมเมื่อเกิดเหตุการณ์ชายคนหนึ่งถูกทำร้าย ไม่ว่าคู่กรณีจะรู้จักกันหรือไม่ ทำไมจึงไม่มีคนมาช่วยเหลือ ? ซึ่งแม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอง ก็ไม่เข้ามาช่วย ได้แต่ยืนมองเหตุการณ์อย่างไม่สนใจ ซึ่งผมก็ได้ยินทีหลังหลังจากพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บางคนว่า

“ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะช่วยห้ามยังไง”

ทำไม… ในขณะที่เราไม่สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ แต่เราสามรถช่วยเพื่อนมนุษย์ได้ แต่เราไม่ตัดสินใจช่วยคนที่กำลังลำบาก?

และทำไมเวลาแบบนี้… ผมจึงติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ ?
ถ้าสักวันเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดกับผม หรือคนใกล้ชิดโดยตรง โดยไม่สามารถขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเราจะทำเช่นไร?

ผมได้แต่คิด คิด คิด และก็คิด แต่อนิจจาสมองผมก็ถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่า ไม่มีแม้คำตอบสนับสนุน จนกระทั่งกลับถึงอพาร์ทเม้นต์

Related posts

3 Responses to เรื่องไม่คาดฝันที่ BTS

Avatar

walkingtrail

December 9th, 2008 at 1:00 am

ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์รึเปล่า… แต่เคยได้ยินเพื่อนเล่ามาว่า…

มันพยายามกด 191 เป็นสิบครั้งไม่ติด… แต่ลองกด 911 (แบบเดียวกับในอเมริกา) ดันติด
แล้วมีเสียงตอบรับว่า “191 สวัสดีครับ” ???!!!???

Avatar

bugton

December 11th, 2008 at 11:12 pm

คนไทยส่วนใหญ่เป็นโรคกลัวฝรั่งครับ
ถ้าฝรั่งคนผอมพูดคำว่า “ช่วยด้วย” หรือ “เรียกตำรวจที” เป็นภาษาไทย
คงจะมีคนช่วยอยู่หรอก(มั้ง)ครับ

^
^
911 มันไม่ใช่เบอรถดับเพลิงเหรอครับ ผมไม่แน่ใจนะ

Avatar

เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์

January 5th, 2009 at 9:24 pm

เรื่องนี้ฝรั่งหรือไทยอาจมีผลบ้าง แต่ไม่มากหรอกครับ
คนกรุงมันธรรมดาอยู่แล้วที่จะไม่หาเรื่องใส่ตัว มองเรื่องของคนอื่นเป็นเรื่องที่ทำให้เราเสียเวลา เพราะทุกคนเร่งรีบ

จริงๆน่าจะให้ รปภ.ช่วยจับตั้งแต่ก่อนออกจาก BTS อ่ะครับ

เรื่องตำรวจน่าจะมีจุดย่อยมากกว่านี้ จุดที่คนเยอะๆเช่นสยาม ผมยังไม่รู้เลยนะว่าจะไปหาตำรวจที่ไหน

ส่วนเรื่อง 191 ผมก็เคยโทรติดดีนะครับ เคยแจ้งเบาะแสเรื่องขโมยสายไฟไม่รู้ได้ความมั้ย

Comment Form

Bio:

Software developer, movie lover, blogger, traveller. Currently work for Thomson Reuters, Thailand.