อำลา “พญาอินทรีแห่งสวนอักษร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.05 น. วันที่ 15 มีนาคม “รงค์ วงษ์สวรรค์” ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยอายุ 77 ปี หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดอาการวูบหมดสติ ขณะพักอยู่ที่บ้านสวนทูนอิน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพปัญญา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยแพทย์ตรวจพบมีอาการเลือดออกบริเวณแกนกลางสมอง และต้องอยู่ในห้องไอซียูตลอดเวลา
นางสุมาลี ภรรยา แถลงว่า “คุณรงค์ได้จากเราไปแล้วอย่างสงบ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง และจะใช้วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล”
นายวงค์ดำเลิง วงษ์สวรรค์ บุตรชายแถลงว่า จะมี พิธีรดน้ำศพเวลา 16.00 น. วันที่ 16 มีนาคม สวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน และเก็บไว้ 100 วัน ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเผาหรือฝังไว้ที่บ้านสวนทูนอิน เพราะต้องการรักษาบ้านไว้ให้เหมือนช่วงที่พ่อยังอยู่ ส่วนการขอพระราชทานเพลิงนั้น ยังไม่ทราบขั้นตอน แต่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติคงดำเนินการให้ในฐานะศิลปินแห่งชาติ
“เราหารือกันว่างานบำเพ็ญกุศลศพ ขอให้ทุกท่านงดพวงหรีดแต่ขอเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วย โรคไตแก่ผู้ยากไร้และขาดทุนทรัพย์ หรือนำกล้าไม้-พันธุ์ไม้มาร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ สร้างความเขียวให้กับเมืองเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมปณิธาน “รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นครั้งสุดท้าย” นายวงค์ดำเลิงกล่าว
ข่าวจาก: มติชนออนไลน์ และ 0bserver.com
น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้คร่ำหวอดในวงการหนังสือมาอย่างยาวนาน และผู้คนได้รู้จักในฐานะพญาอินทรีแห่งสวนอักษร
ผลงานเขียนของ รงค์ วงษ์สวรรค์ มีนับร้อยเรื่อง ซึ่งมีคุณประโยชน์มากมายสำหรับคนรุ่นหลัง ทั้งที่ตั้งใจตามรอยเป็นนักเขียน และนักเหล่าอ่านที่ดื่มด่ำในวรรณกรรม
รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้พำนักอยู่ที่สวนทูนอิน อันเป็นสถานที่พำนักสุดท้ายก่อนที่จะเสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่นักเขียนผู้คร่ำหวอดในวงการมักจะไปเยี่ยมเยียนอารงค์เพื่อถกปัญหา ร่ำเรียน หรือแลกเปลี่ยนแนวทางในการเขียนหนังสือ
ถึงแม้ รงค์ วงษ์สวรรค์จะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่รอยน้ำหมึกที่ รงค์ วงค์สวรรค์ ทิ้งไว้ ยังคงโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาในหน้าหนังสือ และรอคอยนักอ่านรุ่นใหม่ๆ มารู้ลิ้มลองงานเขียนที่มีคุณภาพในรสวรรณกรรม และเปี่ยมด้วยความสนุกสนาน
ผมในฐานะนักอ่าน ก็ขออาลัยกับการจากไปของ “พญาอินทรีแห่งสวนอักษร”