Archive for the ‘Book’ Category

โค้งสุดท้ายก่อน Readcamp

สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงงาน Readcamp ที่จะจัดขึ้นที่หอศิลปฯกรุงเทพ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10:00 - 19:00 น.

ReadCamp 29 Nov 2008 @ Bangkok Art and Culture Centre

ใครว่างก็ไปกัน ยังคิดหัวข้อไม่ออก ก็ค่อยไปดูหัวข้อหลากหลาย รักใครชอบใคร ก็เข้าไปแจมกันตามสนใจ

” หน้าปัดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เนื้อเพลง การไม่อ่าน การแปลซอฟต์แวร์ เว็บ วิทยาศาสตร์ กันดั้ม สัตว์เลี้ยง กอด เว็บบอร์ด ป้ายบอกทาง ช่องคำพูดในหนังสือการ์ตูน ReadCamp การฟัง หนังสืออ่านนอกเวลา หนังสือเรียน ซีรีส์ญี่ปุ่น Change สติกเกอร์ท้ายรถ verbal abuse การ์ตูนฝรั่ง ภาพลายเส้น ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน คำพูดชายและหญิง บรรจุภัณฑ์ขนม วรรณกรรม Herman Melville ‘รงค์ วงสวรรค์ การ์ตูนญี่ปุ่น นิยายจีน มิยาโมโต้ มุซาชิ คู่สร้างคู่สม ศาลาคนเศร้า อ่านในใจ สามก๊ก A History of Reading เทพนิยาย อ่านไม่ออก สื่อและวัฒนธรรม The Library at Night ดวง ลอตเตอรี่ หวย หนังสือเศรษฐศาสตร์การเมือง สังคมศาสตร์กระแสรอง ดูหนังอย่าง geek ปฏิทิน เสียงสิ่งที่อ่าน ช้าง เมื่อทุกคนตาบอดสี นิยายกำลังภายใน การตลาด ปรัชญา นวนิยาย เจ้าชายน้อย เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม George Orwell’s 1984 ผู้หญิงและผู้ชาย ฉลากแชมพู ฉลากยา การเต้น ละครเวที โหวเหวินหย่ง ศรัทธาที่หายไป ความคิดนักเรียน การเมืองสหรัฐ หนังเกาหลี คำที่แปลได้หลายความ หนังสือชวนสยิว คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา Artemis Fowl ศิลปะจากอดีตสู่ปัจจุบัน The Ring … ”

ที่มาจาก เรื่องที่ลงทะเบียนไว้แล้ว

Related posts

Tags: , , ,

ReadCamp พร้อมแล้ว

ตอนนี้ ReadCamp ได้ข้อสรุปแล้ว จะจัดขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ในวันที่ 29 พ.ย. 2551 นี้ ตั้งแต่เวลา 10:00-19:00 น. ใครว่างก็มาแจมกัน กิจกรรมดีๆ แบบนี้ไม่ควรพลาด

ได้รู้จักเพื่อนใหม่
ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ลงทะเบียนเข้างานได้ที่นี่ -> คลิ๊กที่นี่

ReadCamp Logo

ปล. คุณการะเกต์ นักเขียนก็มาร่วมงานนี้ แถมมีการ์ตูนน่ารักๆ มาฝากชาว ReadCamp ไปชมข้างล่างกันได้เลย

Readcamp by Garagay

View SlideShare document or Upload your own. (tags: readcamp bangkok)

Related posts

Tags: ,

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 13

งานหนังสือเวียนมาบรรจบอีกหน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13  โดยงานมีระหว่างวันที่ 11-23 ตุลาคม 2551 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาิติสิริกิติ์ที่เดิม เวลา 10.00-21.00 น.

Related posts

Tags: ,

ประชาสัมพันธ์ ReadCamp

อะไรคือ ReadCamp ? และความคืบหน้า
( จาก http://culturelab.in.th/readcamp/2008/09/what-is-readcamp/ )

คอนเซปต์ของ ReadCamp หรือ “กางมุ้งอ่าน” ก็ยังตามที่ทวีตคุย ๆ กัน
และที่โพสต์ถามลงใน Culture Lab คือจะเป็นงานลักษณะ unconference ทำนอง
BarCamp ที่ชวนผู้ร่วมงานมาเสนอเรื่องการ “อ่าน” แล้วก็แลกเปลี่ยนกัน

อ่าน หนังสือ. อ่าน หนัง. อ่าน เพลง. อ่าน โปสเตอร์. อ่าน โฆษณา. อ่าน
เสื้อยืด. อ่าน พฤติกรรม. อ่าน trend. อ่าน วัฒนธรรม. อ่าน
ปุ่มบนไมโครเวฟ user interface. อ่าน ตึก สถาปัตยกรรม. อ่าน การ์ตูน.
อ่าน ภาพวาด งานศิลปะ. … …

นั่นคือ เป็น “อ่าน” ในความหมายที่กว้างที่สุดนั่นเอง.
ทั้งการอ่านตามตัวบท ตีความ วิพากษ์ วิจารณ์
หรือกระทั่งรื้อแล้วเล่าใหม่.

การอ่านในความหมายกว้างนี้
เชิญชวนหรือเอาเข้าจริงก็อาจจะถึงขั้นเรียกร้องให้ผู้อ่านตั้งคำถามกับสิ่ง
ที่พวกเขาอ่าน. ทำไมเขาถึงอ่านได้เช่นนั้น.
อะไรทำให้เขามีทัศนคติหรือวิจารณ์งานชิ้นใดอย่างที่เขาทำ.
ผู้เขียนต้องการสื่ออะไร อะไรที่ทำให้ผู้เขียนสื่อเช่นนั้น.
ไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ก็ตาม
แต่การตั้งคำถามนี้จะนำไปสู่ความตระหนักที่ว่า สิ่งต่าง ๆ
เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่ด้วยเหตุผลบางสิ่งเพื่อตอบคำถามบางอย่าง
ไม่มีสิ่งใดที่เป็นอย่างที่มันเป็นอย่างไร้เดียงสา —
อย่างน้อยความหมายที่เราให้กับมันก็ไม่เคยไร้เดียงสา.

ด้วยการแสดงให้เห็น-ด้วยการลงมืออ่านด้วยกัน
เราจะเห็นความเป็นไปได้ที่แตกต่าง/ขัดแย้งมากมายในการอ่าน
และประสบการณ์จะค่อย ๆ
ทำให้เราตระหนักว่าไม่มีการอ่านแบบใดหรือความหมายแบบไหนที่ถูกต้องที่สุด-ดี
ที่สุด. อำนาจในการอ่านเป็นของผู้อ่านแต่ละคน
ไม่ใช่ของผู้ผูกขาดการอ่านรายไหน หรือกระทั่งผู้เขียน.
ถ้าไม่ชอบใจเรื่องที่เขาเล่ามา เราก็รื้อมันซะ แล้วเล่าใหม่. ทำได้
และจริง ๆ เราก็ทำมันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว
(ทีวีเล่าข่าวจากนสพ.ให้เราฟัง เราไปเล่าต่อให้เพื่อนฟัง ..
ในทุกขั้นจริง ๆ แล้วมันก็มีการเขียนใหม่ - เลือกที่จะเล่าอะไร
และไม่เล่าอะไร เพิ่มอะไรเข้าไป หรือเปลี่ยนลำดับเรื่องและวิธีการเล่า).

สิ่งต่าง ๆ ไม่ไร้เดียงสา. ผู้เขียน/สร้างก็ไม่ไร้เดียงสา
และผู้อ่าน/ใช้ก็ไม่ไร้เดียงสา. ในทุก ๆ การอ่านมีการต่อรองอำนาจกันอยู่.
เพื่อก้าวไปสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดกว้าง
ผู้อ่าน-ซึ่งอันที่จริงก็เป็นผู้เขียนในคนเดียวกัน-จำต้องหลุดไปจากอำนาจการ
อ่านของผู้อื่น และเปิดพรมแดนการอ่านและให้ความหมายของตัวเอง. เพราะ
เสรีภาพในการอ่าน คือเสรีภาพขั้นต้นในการสร้างสรรค์.

งาน ReadCamp นี้ที่เราวางแผนกันนี้ ก็หวังว่าจะเป็นเวทีให้คนมาแลก
“การอ่าน” ของตัวกัน เพื่อสร้างบรรยากาศและขยายพรมแดนความคิดสร้างสรรค์.

งานนี้จะใช้ชื่อหลักว่า “ReadCamp” (รีดแคมป์) ล้อกับ BarCamp,
โดยมีชื่อรองภาษาไทยว่า “ทุกอย่างอ่านได้”.
โดยวางแผนไว้ว่าจะจัดในช่วงปลายพฤศจิกายนนี้.

ใครสนใจ ก็มาร่วมจัดกันครับ. เสนอรูปแบบงานกันได้ในเมลกลุ่ม YouFest นี้ได้เลย

บาร์แคมป์คืออะไร ?
อธิบาย http://culturelab.in.th/blog/2008/08/08/barcamp-bangkok-2/
แนะนำสั้น ๆ (เสียง) http://barcampbangkok.org/node/68
หรือถ้ามีเวลา ลองไปดูวีดิโอจากงานกัน ที่ http://barcampbangkok.org/

ReadCamp ค่ายอ่าน ทุกอย่างอ่านได้
http://culturelab.in.th/readcamp/

Related posts

Tags: , ,

หนังสือใหม่ในตู้ 17/07/2008

สองสัปดาห์ติดต่อกันกับการผลาญงบประมาณรายจ่ายไปกับหนังสือ วันนี้มีงานสัปดาห์หนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 6 ซึ่งถือเป็นการจัดเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะถึงงานสัปดาห์แห่งสือแห่งชาติครั้งที่ 13 ในระหว่างวันที่ 11-23 ตุลาคม 2551 นี้

ชื่อว่าเป็นงานของเด็กและเยาวชน แต่บู้ทหนังสือสำหรับเด็กโต จนถึงผู้ใหญ่ก็มากันบ้างให้เห็นประปราย ทั้งมติชน โอเพนบุ๊ค บีทูเอส รวมไปถึงร้านหนังสือเก่าอย่างโฆษิต ก็มาด้วย

เดินไปพบหนังสือชุด October ของสำนักพิมพ์โอเพนบุ๊ค เนื้อหาภายในจะเกี่ยวกับการเมือง เศรษกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมกันเขียนโดยนักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย ฯลฯ และคนจากแวดวงต่าง ๆที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเมืองไทย

เล่มเก่า ๆ ของชุด October นี้ เท่าที่เดินดูตามร้านหนังสือทั่วไป เริ่มหาไม่ค่อยได้ ก็เลยต้องใช้นโยบาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” วันนี้ก็เลยต้องแบกชุด October เล่ม 1-7 กลับมาบ้าน

ปล 1. คนขายใจดีมากๆ เลย แถมสมุดโน๊ตให้เล่มนึง ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ :)
ปล 2. วันนี้จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด คงต้องงดเขียนบล็อกสักสองสามวัน ขอให้เพื่อน ๆ โชคดีในวันหยุดยาวครับ

Related posts

Tags: , , ,

หนังสือใหม่ในตู้ 12/07/2008

เพลโต วันสุดท้ายของโสคราตีส

  • แปลโดย กิ่งแก้ว อัตถากร
  • แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของ ฮิวห์ เทรดเดนนิค

เปลว สีเงิน - ห่วงทหาร

  • เขียนโดย เปลว สีเงิน

ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว

  • แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬน์
  • เขียนโดย ทอม สแดนเดจ

สัตว์วิกาล

  • ภาพเรืองแสงของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

Related posts

Tags: ,

งานหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36 (2008/1)

ผ่าน ไปแล้วกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36 ครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ไปงานหลายรอบกว่าครั้งไหน ทั้งที่ตั้งใจไปเอง และที่ไปเพราะใจพาไป หรืออาจจะเป็นเพราะนิสัยเสียส่วนตัว ที่ต้องออกนอกที่พักอย่างน้อยหนึ่งครั้งในหนึ่งวัน แล้วไม่รู้จะไปแห่งหนใด จึงตัดสินใจไปงานหนังสือ

ไปทุกครั้ง และก็ได้หนังสือติดกลับมาทุกครั้ง!

ก่อนหน้านี้ไปงานหนังสือทีเรียกได้ว่าแทบไม่ได้หนังสือเลย หรือไม่ก็ซื้อสัก 3-4 เล่ม อาจจะเพราะไม่เห็นความแตกต่างของหนังสือที่ขายตามร้านหนังสือ กับภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เลยคิดไปว่าซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน

พักหลัง ๆ ได้ไปเยี่ยมเยือนร้านหนังสือบ่อย จึงพบว่าเมื่อเปรียบเทียบแล้ว งานหนังสือแห่งชาติกับร้านหนังสือทั่วไปนั้น มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแง่ของปริมาณที่หลากหลายมากกว่า

ต้องเข้าใจว่าหนังสือบางเล่ม ก็ไม่ใช่เป็นหนังสือติดตลาดหรือที่เป็นหนังสือขายดี (Best Seller) ทางร้านหนังสือก็สั่งมาเก็บไว้ไม่ได้มาก เพราะกลัวจะขายไม่ออก เพราะคนสนใจน้อย หนังสือเหล่านั้นก็เลยไปกองอยู่ที่สำนักพิมพ์ พอถึงมหกรรมหนังสือเมื่อไหร่ ก็ขนโกดังมาไว้ในงานเลยทีเดียว

Read the rest of this entry »

Related posts

Tags: ,

วินทร์ เลียววาริณ

แวะไป TBT (Thailand Book Tower) ได้หนังสือมา 3 เล่ม “เขียนฝันด้วยชีวิต” ของประชา คมลุนาชัย และ “ยาแก้สมองผูก ตราควายบิน” กับอีกเรื่องหนึ่งชื่อ “อำ” ของวินทร์ เลียววาริณ

พอนำหนังสือไปจ่ายเงินที่เค้าเตอร์ พนักงานห่อปกทักว่า “ซื้อหนังสือของวินทร์ ครบทุกเล่มยังคะ … ?”

นึกย้อนไปหนึ่งปีเต็มกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2546 ช่วงเดือนเมษายน ณ เวลานั้นผมเคยเห็นคุณวินทร เลียววาริณเป็นครั้งแรก (ขอเรียก คุณวินทร์สั้น ๆ เพื่อคำที่กระทัดรัด) ที่บู๊ทขายหนังสือ เพื่อที่มาแจกลายเซ็น แก่นักอ่านที่แวะมาซื้อหาหนังสือของคุณวินทร์ ในตอนนั้นผมยังไม่รู้จักว่าคุณคนนี้คือใคร มาจากไหน และแทบไม่เคยซื้อหา หรือแม้แต่ได้ยินชื่อหนังสือของคุณวินทร์แม้สักครั้งเดียว

ครบรอบหนึ่งปีกับงานหนังสือครั้งนั้น ผมก็ได้ลองซื้อหนังสือของคุณวินทร์ เรื่อง “สิ่งมีชีวิตทีเรียกว่าคน” ซึ่งรวมเรื่องสั้นของคุณวินทร์ ไว้หลายเรื่อง จากรูป เล่มที่กระทัดรัด ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย บวกกับเนื้อหาที่น่าสนใจทั้งปรัชญา ศาสนา และการเมือง และผสมผสาน กันอย่างลงตัว ด้วยลักษณะบันเทิงคดีและแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เริ่มยันท้ายเรื่อง

หนังสือส่วนขยายแนววิทยาศาสตร์และปรัชญาของ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” อีกเล่มหนึ่งที่มีชื่อพาดปกหนังสือแปลกตาว่า “ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล”

น่าแปลกใจว่า คุณวินทร์สามารถทำให้สนามฟุตบอลในความทรงจำของเขา เป็นเวทีของเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ ตั้งแต่ทฤษฏีการเกิดโลกนี้ การวิวัฒนการ เรื่องราววิทยศาสตร์ สังคม ศาสนา ตลอดจนความเชื่อต่าง ๆ ได้ถูกร้อยเรียงเป็นบทความผ่านตัวละครต่าง ๆ ที่ใช้สนามฟุตบอลเป็นเวทีในการดำเนินเรื่องราวทั้งหมด

หนังสือสองเล่มที่ผมถืออยู่ในมือ ณ ขณะนี้ “ยาแก้สมองผูก ตราควายบิน” กับอีกเรื่องหนึ่งชื่อ “อำ” เป็นอีกสองเล่มที่น่าติดตาม โดยเนื้อหาของ “ยาแก้สมองผูก ตราควายบิน” เป็นการแชร์ประสบการณ์การเขียน การทดลองประติดประต่อเรื่องราวต่าง ๆ และ “อำ” เป็นเรื่องโกหกที่คุณวินท์นำข้อมูลทั่วไปในชีวิตประจำวันของเรามายำใหญ่จนได้หนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

โดยส่วนตัวแล้ว ตอนนี้ชอบแนวคิด และการเขียนหนังสือของคุณวินทร์มากถึงมากที่สุด และด้วยตนเองก็เรียนสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ทำให้เรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือ เป็นเรื่องใกล้ตัวอ่านแล้วเข้าใจง่าย อีกทั้งเป็นการทบทวนความจำเรื่องราวที่ขาดหายตกหล่น และสามารถกลั่นกรองเพื่อนำไปต่อยอดได้

ถ้าใครสนใจจะหาหนังสือของคุณวินทร์มาอ่านลองไปดูตัวอย่างบทความ และรายชื่อหนังสือได้ที่ http://www.winbookclub.com

ถูกใจเล่มไหนก็สั่งตรงกับคุณวินทร์ได้เลย คุณอาเค้าจะแจกลายเซ็นกับทุกเล่มที่ซื้อด้วย

Related posts

Tags: ,

Dune ราชันย์พิภพทราย

วันหยุดยาวผ่านไปไวเหมือนโกหก ไปต่างจังหวัดเหมือนเปลี่ยนสถานที่อ่านหนังสือ สัปดาห์นี้หยิบหนังสือในสต๊อกที่คงค้างยังไม่ได้อ่านอีกเกือบสิบเล่ม ประเดิมด้วยหนังสือเรื่อง Dune ราชันย์พิภพทราย หนังสือวรรณกรรมแนวไซไฟต์เรื่องเยี่ยม ที่จัดว่าเป็นรุ่นพี่ของลอร์ดออฟเดอริงค์ แต่งโดย Frank Herbert ตีพิพม์ครั้งแรกเมื่อปี 1965 และก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจนทำให้มีภาคต่อมาอีกหลายภาค มีการแปลงไปสร้างภาพยนตร์และเกมส์อีกหลายภาคด้วยกัน

Dune เล่มที่ผมถืออยู่นี้ เป็นตอนแรก ซึ่งเป็นเรื่องราวการผจญภัยของพอล หนุ่มน้อยที่มีพลังวิเศษ และอำนาจจักษุทิพย์ที่สามารถมองอนาคตล่วงหน้าได้ ความสามารถคล้าย ๆ The next ) ภาพยนตร์ Action ที่ นิโคลัส เคจ และเพิ่งฉายไปเร็ว ๆ นี้) ผู้ซึ่งสูญเสียบิดาผู้เป็นดยุคแห่งอทัยเรส และโชคชะตากำหนดให้มาเป็นผู้ปกครองชนเผ่าเฟรเมน แห่งดวงดาวแห่งทะเลทราย ที่น้ำมีความสำคัญมากที่สุด

เรื่องราวของ Dune สะท้อนให้เห็นจินตนาการของผู้แต่ง สอดแทรกด้วยเนื้อหาการแย่งชิง ปฏิภาณไหวพริบ ความรัก ความชิงชัง และการเมืองการปกครองที่ดูทันสมัย สามารถนำมาปรับใช้ได้ในกาลปัจจุบัน ซึ่งอ่านแล้วไม่น่าเชื่อว่า จินตนการของคนใน คศ. 1965 ดูราวกับมองเห็นอนาคตการเมืองการปกครองสมัยปัจจุบัน

ต้องยกนิ้วให้ Frank Herbert ที่แต่งวรรณกรรมดีๆ แบบนี้ให้พวกเราอ่าน ในขณะอัพเดทบล็อกอยู่นี้ผมยังอ่านไม่จบ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ผมใช้เวลาเพียงสองวันเศษ ๆ อ่านเกือบจบเล่มแล้ว เชียร์ให้เพื่อน ๆ หามาอ่านกับ Unputdownable Science Literature เรื่องนี้

Related posts

Tags: , ,


Page 1 of 11