Archive for the ‘Literature’ Category

ความขัดแย้ง

หากแม้ผู้ซึ่งเป็นที่รัก ซึ่งคบหากันมาเป็นเวลานาน
ผ่านช่วงเวลาที่ประทับใจ และวันเวลาแห่งการทะเลาะเบาะแว้ง

แรกเริ่มจากความรักที่หวานชื่น ตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความลุ่มหลง
การยินยอมโอนอ่อน มีอานุภาพเหนือความขัดแย้ง และถูกเจือจางด้วยพลังแห่งรัก

แต่ทว่า …สิ่งใดๆ ล้วนไม่เคยหยุดนิ่ง
เมื่อความเบื่อหน่าย ความเคยชินเริ่มก่อตัวขึ้น
ความรู้สึกดั่งคู่รัก ที่ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผา เริ่มจางหาย
กลับกลายมาเป็นความรู้สึกดั่งเพื่อนสนิท ที่มิอาจเหมือนดั่งเช่นตอนดอกรักแรกเริ่มผลิบาน

ความขัดแย้ง รอยร้าวของแต่ละฝ่าย
ที่เดิมทีได้เชื่อมติดกันแนบสนิท ด้วยเตาหลอมแห่งรัก
ได้เริ่มปริตัวออกจากกันทีละเล็กทีละน้อย

อนิจจา … คู่นกน้อยที่เคยโผบินบนฟากฟ้า
ยืนเกาะกิ่งไม้ ในพงไพรคอยส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
ส่งความอบอุ่นแผ่ขยาย แบ่งปันสู่หมู่สรรพสัตว์ไปทั่วหุบเขาหลังฝนโปรย
ไม่ได้รู้สึกถึงรอยปริแยกที่ก่อตัวทีละนิด

ยามใดที่ความขัดแย้งมีพลังพอจะทำลายตัวประสาน
รอยแตกได้แผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจ

ความรักและความหลงได้ถูกแทนที่ด้วยความเบื่อหน่าย

คนรักหลากหลายคู่ต้องแยกจากกัน
แต่ก็อีกหลากหลายคู่ก็อยู่รอดตลอดฝั่งจนล่วงวัยชรา

สาเหตุคือสิ่งเดียวกัน แต่ล้วนแตกต่างในผลลัพธ์

ทำไมหนอ ทำไม ???
ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเราเอง

สวัสดี …

Related posts

Tags: ,

คำถาม

ทำไมยีราฟถึงคอยาว ?
ทำไมโลกถึงหมุนรอบตัวเอง ?
ทำไมใคร ๆ ก็เรียกฟลุ๊กเกริกพลเป็นคาสโนวา ?
ทำไมเราถึงต้องตาย ?

มีคำถามมากมายในโลกใบนี้

หลายคำถามมีคำตอบ และก็อีกมากมายหลากหลายคำถามยังหาคำตอบไม่ได้ บางที คำถามก็มาในรูปแบบของปรัชญา และสรรสาระ และก็หลายครา ก็ถามเพื่อตอบสนองความบันเทิง ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่น

เคยคิดกันไหมว่า ถ้ามนุษย์เราไม่เคยสงสัย ไม่เคยอยากรู้ ไม่เคยคิดถึงปัญหาต่าง ๆ ประวัติศาสตร์มนุษย์จะออกมาในรูปแบบไหน

ประวัติศาสตร์มนุษย์จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีคำถาม !

มาดูกับคำถามง่าย ๆ

นิวตันเห็นลูกแอปเปิลตกลงมา ก็คิดว่าทำไมลูกแอปเปิลจึงตก จึงมีทฤษฏีแรงโน้มถ่วง องค์กรนาซ่าจึงสามารถส่งกระสวยอวกาศ ดาวเทียมออกไปนอกโลกได้

พระพุทธเจ้าอยากรู้ว่าความทุกข์คืออะไร อะไรคือสาเหตุของทุกข์ ทรงต้องการดับทุกข์ พระองค์ทรงต้องค้นหาวิธีการดับทุกข์ ทุกวันนี้เราจึงมีพระพุทธศาสนา มีองค์อริยสัจสี่ มีมรรค 8 เป็นหนทางแห่งการดับทุกข์

จำนวนนับและตัวเลขก็เกิดจากการสงสัยใครรู้ของ ชนชาติเมโสโปเตเมีย และอียิปโบราณ ที่หาวิธีในการนับสิ่งของ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นรากฐานของคณิตศาสตร์ และเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์ อีกหลายสาขาวิชาในเวลาต่อมา

ประวัติศาสตร์มนุษย์จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีคำถาม !

บรรพบุรุษ นักคิด นักเขียน ได้ตั้งคำถามดี ๆ ไว้มากมาย พยายามหาคำตอบกับคำถามเหล่านั้น จดบันทึกเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน ผ่านหลายยุค หลายสมัย ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ก็พัฒนาขึ้นมาอย่างมาก และมีการนำไปใช้ประโยชน์

ผ่านมาเนิ่นนาน มาจนถึงยุคสมัยนี้ ทำไมนะ คำถามดี ๆ จึงหายากเหลือเกิน

ใครเป็นแฟนกับใคร ไปเที่ยว หรือทำอะไรกันที่ไหน ?
จะมีวิธีไหนไหนการหาเงินมาก ๆ เพื่อมาซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อความสุข ?
ทำอย่างไรถึงจะเป็น จะได้อย่างดารา นักร้อง มีหน้าตาในสังคม ?

หนังสือ Howto หรือหนังสือจำพวกแทบลอยด์เกิดขึ้นมากมาย คำถาม และคำตอบล้วนเกี่ยวข้องกับเงิน ผลประโยชน์ เรื่องบันเทิง และโลกของวัตถุเป็นส่วนใหญ่

คำถามมากมายทางจิตวิญญาณ และเพื่อการพัฒนาวิทยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ได้ถูกละเลยจากวัยรุ่น หนุ่มสาว และคนในยุคร่วมสมัย

ประวัติศาสตร์มนุษย์จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีคำถาม !

แต่ประวัติศาสตร์มนุษย์ก็ล่มสลายได้ ถ้าไม่มีคำถาม หรือคำถามนั้นไม่มีคุณค่าและมีค่าเพียงพอ !

ลองถามตัวเองกันว่า ทุกวันนี้ เราได้คิดและถามปัญหาที่ดีพอสำหรับตัวเองและคนรุ่นหลังแล้วหรือยัง ?

Related posts

Tags: ,

โลกสีคราม

โลกสีคราม … ใจดีให้มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายมีที่อยู่อาศัย
โลกสีคราม … จัดหาอากาศบริสุทธิ์ให้พวกเราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
โลกสีคราม … มีทรัพยากรธรรมชาติ น้ำที่ใสสะอาดเพื่อให้สิ่งมีชีวิตใช้เป็นอาหาร
โลกสีคราม … อุดมด้วยธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ที่สวยงามให้แก่ทุกสรรพสิ่ง

มนุษย์ตัวน้อย … กำลังถางป่าไม้นานาพรรณ ปล่อยของเสียลงแม่น้ำ และทะเลสีฟ้า
มนุษย์ตัวน้อย … ปล่อยควันเสียสู่อากาศ โดยโรงงานอุตสาหกรรม
มนุษย์ตัวน้อย … แก่งแย่งกันนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ โดยไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้มีวันหมดไป
มนุษย์ตัวน้อย … ทำลายระบบนิเวศน์ ทำรีสอร์ท สนามกอล์ฟ เพียงเพื่อคนกลุ่มเล็ก

โลกสีครามใบนี้ กำลังปรับตัวเข้าสู่สมดุล เพื่อชดเชยสิ่งที่เสียไป ผ่านทางสิ่งที่มนุษย์เรียกกันว่าภัยธรรมชาติ โลกกำลังกระซิบเตือนมนุษย์ตัวน้อยให้ระวัง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตัวโลกสีครามเอง

มนุษย์ตัวน้อย ไม่ตระหนักถึงคำเตือน กลับคิดหาวิธีป้องกัน ฝืนกฏธรรมชาติ และตั้งหน้าตั้งตาทำลายโลกสีครามต่อไป เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตน และคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมธรรมชาติได้

โลกสีคราม … พยายามเตือนมนุษย์ตัวน้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดูเหมือนไม่มีใคร ใส่ใจหรือแม้แต่ได้ยินเสียงของโลกสีครามเลย

โลกสีคราม … ได้แต่ภาวนาว่า เมื่อเวลาแห่งการแปรเปลี่ยนเพื่อความสมดุลครั้งใหญ่มาถึง เพื่อนตัวเล็กจะสามารถทนรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจรุนแรงและยิ่งใหญ่กว่าครั้ง ไหนที่เคยปรากฏมาดั่งยุคเพื่อนไดโนเสาร์ขณะมีชีวิต เพื่อรอดูโลกใบใหม่ ที่มีธรรมชาติ แม่น้ำ ทรัพยากรที่สมบูรณ์ ที่สวยงามอีกครั้ง…

Related posts

Tags: ,

ภิกษุสันดานกา

ป็นข่าวกันครึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์และ โทรทัศน์ทีเดียว กับภาพงานศิลปะ “ภิกษุสันดานกา” รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ศิลปกรรมแห่งชาติ ผลงานของ อ.อนุพงษ์ จันทร ภาควิชาวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

พระภิกษุและฆราวาสบางกลุ่มถึงกับออกมา ประท้วง และยื่นข้อเสนอในการถอดถอน ยุติการแสดงงานชิ้นนี้ รวมไปถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อศิลปินผู้วาดภาพ เนื่องจากประเด็นที่คิดว่าภาพเขียนชิ้นนี้ดูหมิ่น และทำให้พระสงฆ์เสื่อมเสีย รวมถึงความไม่เหมาะสมกับเมืองไทยที่เป็นเมืองพุทธศาสนา

ถือเป็นการเหมาะสมหรือไม่ กับการดำเนินการของภิกษุเหล่านี้?

นานมาแล้ว บทธรรมได้ถูกถ่ายทอด ในรูปแบบของภาพเขียนที่แฝงไว้ด้วยปริศนาธรรม ผู้ศึกษาธรรมะจักต้องพินิจพิเคราะห์เจตนาของภาพเขียน ที่ผู้วาดได้สอดแก่นคำสอนของธรรมะไว้ แล้วนำมาปฏิบัติตาม ดังที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้เคยกล่าวเกี่ยวกับการศึกษาธรรมจากภาพว่า

“… การศึกษาธรรมจากภาพนั้น ในชั้นแรกที่สุด จะต้องดูให้ออกเสียก่อน ว่ามันเป็นภาพอะไร หรือเขามุ่งหมายที่จะเขียนภาพอะไรนั่นเอง ในชั้นที่สอง จะต้องพินิจพิจารณาจนเข้าใจความหมายของภาพนั้นๆ ว่ามุ่งจะแสดงอะไรโดยแท้จริงถึงที่สุด และในขั้นที่สาม ซึ่งควรจะเป็นขั้นสุดท้ายนั้น คือ การน้อมเอาภาวะแห่งความหมายนั้นมาสู่จิต หรือภาวะของตัวเราเอง, ที่กำลังเป็นอยู่จริง ซึ่งอาจจะถึงกับสะดุ้ง เพราะภาพนั้นได้ด่าเรา สอนเรา ล้อเรา ถึงขนาดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสันดานของเรา ซึ่งหมายความว่ามันได้ช่วยชำระชะล้างกิเลสของเราได้ไม่น้อยทีเดียว…”

เนื้อหาในพระไตรปิฏก คำสอนของพระพุทธเจ้า ก็มีคำสอน คำอธิบายเกี่ยวกับพระภิกษุลามกไว้ถึง 10 อย่าง ใช้เป็นเครื่องชี้วัดสำหรับฆราวาส ว่าภิกษุที่เรากราบไว้นั้นเป็นภิกษุดีหรือลามก

“…ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุลามกก็เช่นเดียวกับกานี้แหละ เป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรม ๑๐ ประการ ๑๐ ประการอะไรกันเล่า? ๑๐ ประการ คือ ๑. ภิกษุลามก เป็นคนทำลายความดี ๒. ภิกษุลามก เป็นคนคะนอง ๓. ภิกษุลามก เป็นคนทะเยอทะยาน ๔. ภิกษุลามก เป็นคนกินจุ ๕. ภิกษุลามก เป็นคนหยาบคาย ๖. ภิกษุลามก เป็นคนไม่กรุณาปราณี ๗. ภิกษุลามก เป็นคนต่ำช้า ๘. ภิกษุลามก เป็นคนพูดเสียงอึง ๙. ภิกษุลามก เป็นคนปล่อยสติ ๑๐. ภิกษุลามก เป็นคนสะสมของกิน

ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุลามกเป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรมสิบประการเหล่านี้ แล …”

จะเห็นว่าภาพ “ภิกษุสันดานกา” จิตรกรต้องการสื่อถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับภิกษุที่ไม่ดี ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ภิกษุที่ปฏิบัตดี ปฏิบัติชอบเลย

การออกมาประท้วงครั้งนี้โดยภิกษุบางกลุ่ม แสดงให้เราเห็นว่า หลักธรรมของพระพุทธศาสนาได้ถูกบิดเบือนจากหลักคำสอนเดิมของพระพุทธเจ้า มายึดติดกับรูปและวัตถุ หรือแม้ว่าเจตนาของจิตรกรภาพเขียน จะแฝงด้วยเจตนาร้าย พระสงฆ์ก็มิควรออกมาเดินต่อต้าน ประท้วง หรือการออกมาให้สัมภาษณ์กับทางโทรทัศน์ด้วยอารมณ์โทสะ (รายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันที่ 10/10/2550) เนื่องจากในพระไตรปิฏกก็บ่งชัดอยู่แล้วว่า การกระทำดังกล่าว ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลยแม้แต่น้อย

หรือการออกมาเดินขบวนครั้งนี้เป็นการเดือดเนื้อ ร้อนตัวของภิกษุลามก ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นในสังคมไทย ???

ไม่มีใครตอบได้ หรือคำตอบนั้นก็อยู่ในใจของเราทุกคน …

ที่มาข้อมูล “ภิกษุลามก 10 ประการ” : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Related posts

Tags: , ,

เหมันตฤดู

ผ่านมาแล้วสามไตรมาส ย่างเข้าช่วงปลายปี ปลายฝน ต้นหนาว เวลาช่างไหลผ่านไปไวเหลือเกิน

ทุกสิ่งที่ผ่านมา และก็ผ่านไป
ทุกสิ่งที่กำลังหมุนมา ก็จะกลายไปเป็นอดีตในช่วงเวลาในแต่ละวินาที แต่ละวินาทีถัดไป

หลับตาลง ความรู้สึกที่ผ่านมาในอดีต คล้าย ๆ ราวกับว่ามันอยู่ใกล้เหลือเกิน
แต่ยามลืมตาตื่น ทุกสิ่งทุกอย่าง หลากหลายภาพ ได้เลือนหายไป ทิ้งเหลือไว้แต่ปัจจุบัน

…….. ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตในช่วงเวลาถัดไป ……

ผ่านมา 25 ปี รู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่าง มันเพิ่งเกิดได้มาไม่นานนี้ ความทรงจำครั้งยังเด็ก ยังอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ภาพครั้งยังเป็นเด็กอนุบาล นักเรียนประถม มัธยม และนักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นสีจาง ๆ
แต่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยสายใยแห่งรัก และความผูกพัน

ความสุข ความทุกข์หมุนเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยียน
ช่วงเวลาที่ความสุขมาเยือน ก็รู้สึกสุขมากล้นเหลือ แต่บางทีความทุกข์ก็มาเคาะประตูแห่งอารมณ์ แล้วก็อยู่ในใจนานเหลือเกิน
บางคนสามารถเข้าใจ และรู้จักความทุกข์ และความทุกข์ก็จะหมุนไป แทนที่ความสุขที่มาสับเปลี่ยน
อนิจจา ที่บางคนที่ไม่สามารถเรียนรู้ การปรับตัวเข้ากับความทุกข์ ความสุขก็ดูเหมือนอยู่ห่างไกล ราวกับไม่อาจเอื้อมถึง
และแล้วมันก็หมุนเวียน เปลี่ยนไป เป็นอย่างนี้ทุก ๆ นาที ไม่รู้จักจบสิ้น

กาลเวลาไม่เคยทำร้ายใคร ถ้าเราเรียนรู้ที่จะอยู่ และทำใจยอมรับกับสิ่งที่มาพร้อมในแต่ละช่วงเวลา

บางสิ่งบางอย่าง ความทุกข์ทน ณ ปัจจุบัน ดูเหมือนยากที่จะทนยอมรับ
แต่ถ้าลองปล่อยมันผ่านไป ไม่นาน …. ลองเหลียวย้อนไปดู พบว่า สิ่งนั้น เหมือนหลากหลายเรื่อง ที่มาพร้อมกับกาลเวลา ที่มาแล้วก็ผ่านไป
เรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผ่านไปนานเข้า มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก

เรียนรู้ที่การรักษาความสุขไว้ และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ นี่ละรสชาติของชีวิต ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ตลอดเวลา ไม่รู้จักจบจักสิ้น ไม่ว่าเด็กหรือคนสูงอายุ

ตลอดเวลา และตลอดไป …

Related posts

Tags: ,

ทะเลสาบ

บ่อยครั้งชีวิตก็เรียบง่าย เหมือนน้ำในทะเลสาบที่สงบนิ่งอยู่มาเป็นเวลานานจนกระทั่ง ก้อนหิน ก้อนหนึ่งได้ถูกขว้าง พุ่ง มุ่งลงกระทบผิวน้ำ แรงน้ำกระเพื่อมสั่นไหว แล้วค่อย ๆ เงียบสงบลงอีกครั้ง ในระหว่างที่หินก้อนนั้น ได้จมลงสู่ผืนทะเลสาบที่กว้างใหญ่

ชีวิตคนเราก็เหมือนกับทะเลสาบ มีความเรียบง่ายดังผืนน้ำ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความอ่อนนุ่ม ลื่นไหลคล้ายกลับสายน้ำลึก แต่คนเราชอบหยิบเรื่องรอบข้างมากมาย เข้ามาใส่ให้กับชีวิต  ดั่งหินนับพันก้อน ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ได้พุ่งทะยานจากขอบฟ้า แล้วตกลงใส่ผืนน้ำ ก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่เราไม่สังเกตว่า คลื่นบนผิวน้ำได้ก่อตัวขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย คลื่นได้ซ้อนกันกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ ทะเลสาบที่เคยแสนสงบ บัดนี้ได้กลายเป็น สายน้ำที่หวั่นไหว ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสงบนิ่ง แต่ถ้าเมื่อไร ที่ไม่มีหิน ทะละสาบก็จะค่อย ๆ กลับมาสู่สภาวะสงบนิ่งอีกครั้ง

คนเราเรียนรู้ที่จะรับรู้สิ่งรอบ ๆ ตัว ทั้งเรื่องที่ดีมีสาระ และอีกมากมาย หลายเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุ และไร้คุณค่าทางจิตใจ แต่คนเราไม่เคยเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กลับปล่อยให้ภาวะจิตที่เคยสงบนิ่งถูกรุมเร้า ดั่งเห็นพันก้อนพุ่ง เสียดแทงจิตใจ

การค้นหาความสงบ ไม่ใช่การขวนขวาย ท่องไปหาดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก หรือทะเลสาปแห่งใหม่ จักแต่เป็นการเรียนรู้ที่จะวางของหนัก ที่อยู่ในจิตใจ

จำไว้ให้ขึ้นใจว่า “ตัวกู ไม่ใช่ของกู”

Related posts

Tags: ,

ทำไมนะ …

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยสัมผัสกับความร้อน เราก็จะไม่รู้เลยว่าสิ่งไหนเย็น

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยเป็นทุกข์ เราก็จะไม่รู้ว่าความสุขนั้นงดงามเพียงใด

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยรู้สึกเจ็บป่วย เราก็จะไม่ตระหนักว่าการมีสุขภาพดีนั้นดีเช่นไร

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยรู้สึกถึงความตาย เราก็จะไม่เคยมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

… ไม่เข้าใจว่าทำไม ก่อนที่เราจะเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ก็ต้องผ่านประสบการณ์ หรือสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะตรงกันข้ามกันเสมอ

Related posts

Tags: ,

บ้านไร่

ท่ามกลางแสงอำพันของดวงตะวันยามเช้า เสียงไก่ขัน นกกระจิบ และผีเสื้อโบยบิน คล้าย ๆ กับโห่ร้องแสดงความยินดีต้อนรับวันใหม่ หลังจากพระพิรุนได้โปรยลงมาอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน

เสียงร้องเรียกของคุณแม่ปลุกให้ผมตื่นขึ้น เพื่อให้อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ผมได้แต่ชะเง้อคอมาขานรับเสียง โดยที่ยังคงไม่ลุกจากเตียงนอนที่แสนสบาย จนกระทั่งไข่เจียวร้อน ๆ กับข้าวมะลิหอมกรุ่น ส่งกลิ่นเข้าไปถึงห้องนอน เย้ายวนใจผมจนต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะได้ไปทานข้าวไข่เจียวจานโปรดที่ตั้งสำรับพร้อมแล้วที่โต๊ะอาหาร

จักรยานคันเก่งจอดรออยู่แล้วที่ใตุ้ถุนบ้าน หลังจากทานข้าวเรียบร้อยแล้ว ผมก็กระโจนลงบันได ด้วยความว่องไวแล้วก็ควบจักรยานเพื่อปั่นไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านไม่ใกล้ ไม่ไกล ประมาณสามกิโลเมตร

เสียงกริ่งบ่งบอกถึงเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง ผมรีบน้ำจักรยานไปจอดใต้อาคารไม้ ที่สร้างมาแล้วมานานกว่าสิบปี ตั้งตระหง่านเพื่อให้จักรยานของเด็กประถมรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้จอดพักพิง เพื่อให้ไม่ต้องแดด ลม และฝน

ทันใดนั้นเองระหว่างที่วิ่งเพื่อที่จะไปเข้าแถวหน้าเสาธงให้ทันเวลา อากาศก็ร้อนอบอ้าวผิดปกติล้อมจู่ ๆ ก็แผ่คลุมรอบตัว ควันดำ และเสียงดังของรถเมล์ที่แข่งกันปล่อยควันดำเข้าสู่อากาศ

… ผมสะดุ้งตื่นขึ้นทันที พร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกครั้งที่สิบสองที่ทำหน้าที่ของมันได้ดี โดยที่เมื่อคืนได้ถูกตั้งไว้ในเวลาไว้เจ็ดโมงเช้า พร้อมกับความงุนงงที่อยู่ ๆ ภาพต่าง ๆ ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยภาพของเพดานหอพักใน กทม ที่ได้เช่าอยู่เพื่อมาทำงานได้ปีกว่าแล้ว

โธ่ นี่เราฝันไปหรอกหรือนี่ …

Related posts

Tags: ,

จุดหมาย

เคยคิดกันหรือเปล่าว่าความต้องการสูงสุดของเราคืออะไร เราต้องการอะไรจริง ๆ กันแน่ในชีวิต ถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กว่า ให้เรียนหนังสือ จบมาจะได้มีหน้าที่การงานที่ดี จากนั้นก็เก็บเงินสร้างฐานะ ซื้อบ้าน ซื้อรถ และมีครอบครัวที่อบอุ่น สิ่งเหล่านี้แท้จริงเป็นคำสอนที่ดีหรือไม่ หรือเป็นเพียงแนวคิดเก่า ๆ ที่ยัดเยียดเ้ข้ามาในสมองของเด็กทุกคนที่เพิ่งเกิดมาดูโลก เพื่อให้เดินตามวัฏจักรที่ดิ้นรน บวกกับสภาวะความเป็นอยู่ การเมือง และเศรษฐกิจที่คลุมเครือ และแข่งกัน ค่านิยมแบบทุนนิยม คนรวยเป็นอภิสิทธิ์ชนด้วยอำนาจเงินตรา และด้วยอำนาจนี้คนรวยก็จะรวยขึ้นไปอีก ส่วนคนจนซึ่งไม่มีอำนาจและเงินตรา บวกกับถูกระบบทุนนิยมครอบงำให้ใช้จ่ายจนเกินคำค่าเศรษฐกินพอเพีียง กระเสือกกระสนอย่างให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น (รวยขึ้น) ยิ่งทำให้การมองไปข้างหน้าของคนหาเช้ากินค่ำ เป็นการสร้างภาระหนักอึ้งในจิตใจ ก่อให้เกิดสภาวะทางร่ายกายที่ี่ถดถอย ความเครียดเพิ่มขึ้น เนื่องจากทำงานหนักเพื่อหาเงินมาบำเรอความฟุ้งเฟ้อของตนเองที่ไม่มีขอบเขต

ลองตั้งสติกลับมานั่งคิด หยุดการกระทำทุก ๆ อย่าง พินิจพิจารณาให้่ถ้วนถี่ แล้วหันมาตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า

  • อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต ?
  • จุดหมายของชีิวิตเราคืออะำไร ?

คำถามเหล่านี้เป็นคำถามใกล้ตัว เป็นคำถามที่นำเราไปสู่การดำรงชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุข แต่โดยส่วนใหญ่ไม่มีใครจะคิดหาคำตอบ หรือถ้าได้คำตอบก็อาจจะเป็นคำตอบอย่างผิวเผิน ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง เนื่องจากกาย ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ได้ถูกหลอมรวมกับระบบ และกฏที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ได้สร้างขึ้นเพื่อมาจำกัดสิทธิและเสรีในการคิด

คำตอบอาจจะมีมากมาย ขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นอยู่ของคนในขณะนั้น เช่น ถ้าเราไปถาม อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต ? กับคนพิการ คำตอบที่ได้อาจจะเป็นว่า ต้องการเกิดมาให้สมประกอบมีอวัยวะครบ 32 ประการ ถ้าไปถามผู้คนที่อดอยากในทวีปโลกที่สาม คำตอบที่ได้ก็อาจจะเป็นอาหาร หรือถ้าถ้าคนป่วย คนป่วยก็จะต้องการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กลุ่มคนที่มีอำนวจก็อยากจะรักษาอำนาจและความร่ำรวยไว้ให้นานที่สุด ถ้าตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา จุดมุ่งหมายที่ทุกคนไขว่คว้าก็การนิพพาน ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏจักรสงสาร

จะสังเกตเห็นว่าคำตอบส่วนใหญ่เกิดจากการบีบคั้นทางธรรมชาติและความเป็นอยู่ ไม่ได้เป็นคำตอบที่เกิดจากการพินิจพิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ณ จุดนี้หลายคนก็อาจจะมีคำถามต่อมาว่า ความคิดอย่างเป็นระบบนั้นเป็นอย่างไร? และทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าจะบรรลุถึงคำตอบของคำถามที่ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญและจุดหมายในชีวิตของเรา

ระบบระเบียบวิธีการเหล่านี้โดยแท้จริงแล้ว ได้ผ่านการคิดมาหลายยุคหลายสมัย โดยนักปรัชญาได้มีการบอกเล่า หรือจดบันทึกถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แนวคิดที่ดูน่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับกระบวนการคิดแบบวิทยาศาตร์มากที่สุดก็คือหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีการบันทึกและเผยแผ่มาตลอดสองพันห้าร้อยปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการหาคำตอบกับคำถามที่ดีที่สุดต้องเกิดจากการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้ที่ค้นหาความจริงของชีวิตด้วยตัวเอง

ตัวผมเองนั้น จนบัดนี้ผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ผมได้รู้ถึงคำตอบที่แท้จริงได้แล้วหรือยัง และผมยังต้องถามตัวเองว่าต้องใช้ระยะเวลานานอีกเพียงใดถึงจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ หรือสิ่งเหล่านี้ เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ต้องการเพียงให้เราค้นหา จนในท้ายที่สุดเราก็อาจจะพบแต่ความว่างเปล่า …

Related posts

Tags: , ,

เมื่อลมหนาวพัดมา

ปีนี้ … ในที่สุดลมหนาวก็ได้เริ่มพัดมา มาพร้อมกับเสียงเงียบแห่งความสงบ ผสมผสานกับเสียงใบไม้ที่พริ้วปลิวไปตามลมเหมือนที่เคยผ่านมาเฉกเช่นทุก ๆ ปี แต่ทว่า …

บางสิ่งรอบตัวที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทีละน้อย ทีละน้อย
บางสิ่งที่ไม่อาจหวนคืนมาอีก แต่จะกลายเป็นความทรงจำที่งดงาม
บางสิ่งที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเล็ก ๆ ของข้าพเจ้า

กลิ่นอายชีวิตในสมัยเรียน ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนชั้นปีที่หนึ่ง เหมือนเพิ่งจะผ่านไปไม่นานมานี้เอง
ชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบมากนัก หน้าที่ก็มีเพียงอย่างเดียวคือเรียน เรียนแล้วก็เรียน
หลายปีที่ผ่านมาในรั้วมหาวิทยาลัย ก็ได้พบกับผู้คนมากมาย

บ้างก็เป็นเพื่อนที่รัก เพื่อนสนิท
บ้างก็เป็นเพื่อนมักที่ชัง
บ้างก็ยังอยู่ ยังพบเห็นเป็นประจำ
บ้างก็หายหน้าหายตา ไปพบพร้อม ๆ กับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทุกนาที

แต่ทุกคนก็ได้ผ่านไป คนแล้วคนเล่า จนมารู้สึกตัวว่า บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราก็ต้องไปเหมือนกัน
ไปพบกับโอกาสใหม่ สังคมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงที่พร้อมจะทำให้เรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือเลวลงได้พร้อม ๆ กัน
เราต้องตระหนักทุก ๆ นาทีว่า เวลาไม่เคยรอใคร จะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะได้ไม่มารู้สึกเสียใจในภายหลัง
อย่างเลวร้ายที่สุด ถ้าพรุ่งนี้เราตาย หรือมีบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจเราสูญสิ้น ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้บนโลกนี้
ซึ่งนั้นอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อไรที่เราประมาท เมื่อไรที่เราเผลอเรอ ใช้ชีวิตด้วยความคึกคะนอง
อย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่า เราทำดีที่สุดแล้ว ขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

Related posts

Tags: ,


Page 1 of 212