<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>A Long Way Journey &#187; Movie</title>
	<atom:link href="http://www.atthakorn.com/category/movie/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.atthakorn.com</link>
	<description>Love, Intellect, Freedom and Ordinary Man</description>
	<lastBuildDate>Sun, 28 Nov 2010 02:53:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เกร็ดน่ารู้ก่อนดู The Social Network</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2010/11/28/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9-the-social-network/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2010/11/28/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9-the-social-network/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Nov 2010 02:40:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=801</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2010/11/28/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9-the-social-network/" title="เกร็ดน่ารู้ก่อนดู The Social Network"></a>PHP = ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์ Python = ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาโปรแกรม Firewall = ระบบป้องกันผู้บุกรุกในระบบคอมพิวเตอร์ EMACS = ตัวแก้ไขไฟล์เอกสาร ไว้ใช้พัฒนาโปรแกรม (คล้าย ms word) Napster= โปรแกรมแชร์ไฟล์เพลงอันโด่งดัง Silicon Valley = เขตอุตสาหกรรม IT แห่งใหญ่ในรัฐแคลิฟอเนีย เป็นที่ตั้งของบริษัทโด่งดังหลายบริษัทเช่น Google, Apple, eBay, HP, Intel, Yahoo และอีกมากมาย Sean Parker = ผู้ก่อตั้ง Napster Mark Zuckerberg = ผู้ก่อตั้ง, &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2010/11/28/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9-the-social-network/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2010/11/28/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9-the-social-network/" title="เกร็ดน่ารู้ก่อนดู The Social Network"></a><div id="_mcePaste">
<ul>
<li>PHP = ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์</li>
<li>Python = ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาโปรแกรม</li>
<li>Firewall = ระบบป้องกันผู้บุกรุกในระบบคอมพิวเตอร์</li>
<li>EMACS = ตัวแก้ไขไฟล์เอกสาร ไว้ใช้พัฒนาโปรแกรม (คล้าย ms word)</li>
<li>Napster= โปรแกรมแชร์ไฟล์เพลงอันโด่งดัง</li>
<li>Silicon Valley = เขตอุตสาหกรรม IT แห่งใหญ่ในรัฐแคลิฟอเนีย เป็นที่ตั้งของบริษัทโด่งดังหลายบริษัทเช่น Google, Apple, eBay, HP, Intel, Yahoo และอีกมากมาย</li>
<li>Sean Parker = ผู้ก่อตั้ง Napster</li>
<li>Mark Zuckerberg = ผู้ก่อตั้ง, นักพัฒนา และยังคงเป็น CEO คนปัจจุบันของ Facebook</li>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Eduardo_Saverin">Eduardo Saverin</a> = ผู้ก่อตั้งร่วม Facebook, เพื่อนของ Mark เป็นคนบราซิล ปัจจุบันมีหุ้นใน Facebook 5% คิดเป็นมูลค่า 2.3 พันล้านเหรียญ ทุกวันนี้เชื่อกันว่า Saverin พักอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์</li>
<li>facemash= อัลกอริทึมที่ใช้ในการวัด Am I Hot or Not &#8230; มีข่าวเก่าที่ Mark Z. โดนสอบสวนก่อนที่เค้าจะสร้าง Facebook ในเวลาต่อมา <a href="http://www.thecrimson.com/article/2003/11/19/facemash-creator-survives-ad-board-the/">(ที่มา)</a></li>
<li><a href="http://www.facemash.com">Facemash.com</a> = มีอยู่จริง  และ Mark  ได้ขายให้แก่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามในราคา 30,000 เหร๊ยญ <a href=" http://www.thecrimson.com/article/2010/11/19/according-facemashcom-photo-through/">(ที่มา)</a> (ปัจจุบันเป็นหน้า Construction page)</li>
<li>Erica Albright = แฟนเก่าของ Mark เธอมีตัวตนจริง!  เข้าไปดูในเว็บไซตฺ์ของเธอได้ที่  <a href="http://ericaalbright.com/">http://ericaalbright.com/</a> หรือ <a href="http://www.facebook.com/profile.php?id=100001661371340">Profile ของเธอบน Facebook</a> ปัจจุบันเธอมีแฟนใหม่ชื่อ <a href="http://www.facebook.com/desvousges">Dave Desvousges</a> คิดว่าเธอคงจำวันที่ทะเลาะและเลิกกับ Mark ได้ไม่มีวันลืม</li>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Larry_Summers">Larry Summers </a>= อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย Harvard ลำดับที่ 27 &#8230; ผู้ที่เคยประเมินว่าการที่ Mark ขโมยไอเดีย (ถ้าเป็นจริง) Facebook ในขณะนั้นว่าเป็นเพียงการลักเล็กขโมยน้อย</li>
<li><a href="http://williamegan.ie/blog/2010/original-markzuckerberg-drunken-blog-posts-from-the-night-of-facemash/">ชิ้นส่วนของ Blog</a> เท่าที่หาได้ ในคืนที่ Mark สร้าง Facemash</li>
</ul>
</div>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2010%2F11%2F28%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9-the-social-network%2F&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B9%20The%20Social%20Network" id="wpa2a_2"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2010/11/28/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9-the-social-network/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Slumdog Millionaire</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2009/03/09/slumdog-millionaire/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2009/03/09/slumdog-millionaire/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2009 08:01:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=577</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2009/03/09/slumdog-millionaire/" title="Slumdog Millionaire"></a>นึกไม่ถึงว่ากระแสหนังออสการ์จะทำให้โรงหนังในเครือ APEX ในยามสงบที่มีมิตรสหายนักเลงหนังผ่านมาประปราย ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างหลั่งไหลมาดูภาพยนตร์ที่การันตีด้วย 8 รางวัลจากเวทีออสการ์ เพียงชั่วข้ามคืนที่ Slumdog Millionaire ได้เข้าฉายในโรงหนังเครือ APEX Slumdog Millionaire เป็นเรื่องราวของเด็กสลัมคนหนึ่ง (จามาล) ในเมืองมุมไบ ที่มีโอกาสไปออกรายการเกมส์โชว์ &#8220;Who wants To Be A Millionaire?&#8221; (เหมือนเกมส์เศรษฐีในบ้านเรา) เพื่อค้นหาและหวังว่าจะให้หญิงที่ตนรัก (ลาติกา) ซึ่งหากได้ชมรายการอยู่จะได้ติดต่อกลับมา และได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิต คำถามช่างเป็นใจ ทุกคำถามล้วนเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่หนุ่มน้อยจามาลได้เคยประสบพบเจอมาแล้วทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้หนุ่มน้อยจามาลสามารถตอบคำถามทั้งหมดคว้าเงินรางวัลกว่า 20 ล้านรูปีไปได้ ถึงแม้ว่าในภาพยนต์ผู้กำกับจะสรุปประเด็นที่จามาลชนะเกมส์โชว์จนได้เงินรางวัลไปนั้นเป็นเพราะชาตาฟ้าลิขิต แต่โดยนัยแล้วที่สิ่งที่มีส่วนช่วยจามาลจนชนะรางวัลในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากคำว่าโชคช่วยเป็นอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความรักที่มีต่อลาติกาและความพยายามต่อสู้ไม่ท้อถอยของจามาลเอง &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2009/03/09/slumdog-millionaire/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2009/03/09/slumdog-millionaire/" title="Slumdog Millionaire"></a><p>นึกไม่ถึงว่ากระแสหนังออสการ์จะทำให้โรงหนังในเครือ APEX ในยามสงบที่มีมิตรสหายนักเลงหนังผ่านมาประปราย</p>
<p>ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างหลั่งไหลมาดูภาพยนตร์ที่การันตีด้วย 8 รางวัลจากเวทีออสการ์<br />
เพียงชั่วข้ามคืนที่ Slumdog Millionaire ได้เข้าฉายในโรงหนังเครือ APEX</p>
<p>Slumdog Millionaire เป็นเรื่องราวของเด็กสลัมคนหนึ่ง (จามาล) ในเมืองมุมไบ ที่มีโอกาสไปออกรายการเกมส์โชว์ &#8220;Who wants To Be A Millionaire?&#8221; (เหมือนเกมส์เศรษฐีในบ้านเรา) เพื่อค้นหาและหวังว่าจะให้หญิงที่ตนรัก (ลาติกา) ซึ่งหากได้ชมรายการอยู่จะได้ติดต่อกลับมา และได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง</p>
<p><img src="http://www.deluxe.co.nz/images/Slumdog_Millionaire_poster.jpg" alt="Slumdog Millionaire" height="75%" width="75%" /></p>
<p>แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิต คำถามช่างเป็นใจ ทุกคำถามล้วนเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่หนุ่มน้อยจามาลได้เคยประสบพบเจอมาแล้วทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้หนุ่มน้อยจามาลสามารถตอบคำถามทั้งหมดคว้าเงินรางวัลกว่า 20 ล้านรูปีไปได้</p>
<p><span id="more-577"></span><br />
ถึงแม้ว่าในภาพยนต์ผู้กำกับจะสรุปประเด็นที่จามาลชนะเกมส์โชว์จนได้เงินรางวัลไปนั้นเป็นเพราะชาตาฟ้าลิขิต แต่โดยนัยแล้วที่สิ่งที่มีส่วนช่วยจามาลจนชนะรางวัลในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากคำว่าโชคช่วยเป็นอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความรักที่มีต่อลาติกาและความพยายามต่อสู้ไม่ท้อถอยของจามาลเอง ที่ทำให้เขามายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้</p>
<p>หากจามาลไม่เรียกลาติกามาหลบฝนใจชายคาเดียวกัน หลังจาก พ่อแม่ของจามาล และลาติกาได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตีกันอันเนื่องจากศาสนา<br />
&#8230;เป็นครั้งแรก ที่ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน</p>
<p>หากจามาลไม่ตามหาลาติกา หลังจากพลัดพรากกันตั้งแต่วัยเด็กกว่าสิบปี หลังเหตุการณ์ที่จามาลและซาลิมได้หนีจากแก๊งขอทานไปโดยทิ้งลาติกาไว้ข้างหลัง<br />
&#8230;เป็นครั้งแรก ที่ทำให้ทั้งคู่เห็นใจกัน</p>
<p>หากจามาลเลิกล้มในการค้นหาลาติกา หลังจากที่พลัดพรากกันอีกครั้ง เนื่องจากซาลิมพี่ชายไปเข้าร่วมกับแก๊งมาเฟีย และมอบลาติกาให้แก่หัวหน้าแก๊งนั้น<br />
&#8230;เป็นครั้งแรก ที่ทำให้ทั้งคู่รักกัน</p>
<p><img src="http://www.filmdetail.com/wp-content/uploads/2008/09/slumdog_millionaire_0071.jpg" alt="Slumdog Millionaire" height="75%" width="75%" /></p>
<p>แต่แล้วความพยายามที่จามาล และลาติกาจะหนีออกไปจากแก๊งมาเฟียแต่ไม่สำเร็จ  ลาติกาก็ถูกจับไปอีกครั้งหนึ่ง จนในที่สุดจามาลได้ตัดสินใจออกรายการเกมส์โชว์เพื่อค้นหาลาติกาอีกครั้งหนึ่ง </p>
<p>ด้วยความช่วยเหลือของซาลิมพี่ชาย<br />
ความพยายามของจามาล<br />
ความรักที่มีต่อลาติกา<br />
และโชคชะตาฟ้าลิขิตให้ทุกอย่างสอดคล้องเข้าจังหวะกัน</p>
<p>ทำให้จามาลและลาติกาได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง<br />
&#8230;ทำให้ทั้งคู่ได้ครองรักกันแต่นั้นมา</p>
<p>นอกเหนือจากเรื่องราวความรักระหว่างจามาล ลาติกาแล้ว มุมมองความรักของซาลิมที่มีต่อจามาลในฐานะพี่ชายก็น่าสนใจไม่น้อย</p>
<p>เนื่องจากเด็กชายทั้งคู่เติบโตมาจากสลัม และพ่อแม่ของทั้งคู่ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังอยู่ในวัยเด็ก ซาลิมซึ่งเป็นพี่ชายของจามาลได้ถูกสภาวะแวดล้อมบีบคั้นให้เป็นผู้นำในขณะที่ยังไม่พร้อม โดยซาลิมต้องทำหน้าที่เป็นพ่อ แม่ และพี่ชายในขณะเดียวกัน</p>
<p>สิ่งเหล่านี้เองทำให้ซาลิมมีนิสัยก้าวร้าว นิยมความรุนแรง เพื่อให้สามารถดูแล คุ้มครองน้องชายได้ หลายครั้งที่ซาลิมดูเหมือนจะตกอยู่ในทาสของความโหดร้าย และดูเหมือนจะกู่ไม่กลับ สิ่งหนึ่งที่ยึดซาลิมไว้ให้รู้จักผิดชอบชั่วดีก็คือตัวจามาล</p>
<p>ในท้องเรื่อง ซาลิมถูกบังคับให้ตัดสินใจเลือกระหว่างน้องชายตัวเอง หรือเส้นทางเติบใหญ่ในสายนักเลง โดยการทำร้ายจามาลเป็นจุดเริ่มต้น แต่ซาลิมก็เลือกจามาล และพาจามาลหนีไปก่อนที่จามาลจะถูกราดน้ำร้อนทำให้ตาบอด</p>
<p>ระหว่างการหนีนั้น จามาลได้พาลาติกาหนีไปด้วย แต่เนื่องจากซาลิมกลัวว่าจามาลจะมีอันตราย เลยปล่อยให้ลาติกาเป็นตัวล่อนักเลงที่ตามจับทั้งสาม โดยให้ลาติกาถูกจับคนเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จามาลคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา</p>
<p>ถึงแม้ซาลิมจะยอมแลกทุกสิ่งรวมถึงลาติกา เพื่อให้จามาลมีชีวิตอยู่ในช่วงกลางเรื่อง แต่สุดท้ายแล้วซาลิมก็แสดงให้เห็นความดี ความอ่อนโยน และความเสียสละที่มีอยู่ในใจของเขา ด้วยการพาลาติกาหลบหนี โดยตนเองนั้นยอมสละชีวิตเพื่อจามาลและลาติกาหนี โดยตัวเอง</p>
<p><img src="http://csos.movieset.com/download/movieset/o/b/2009-01/slumdog-millionaire-kid.jpg" alt="Slumdog Millionaire" height="75%" width="75%" /></p>
<p>แม้โดยรวมแล้ว การดำเนินเรื่องทำได้สมบูรณ์แบบ แต่ยังมีจุดที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นจุดอ่อนในตอนท้าย</p>
<p>เนื่องด้วยจามาลนั้นถูกจับหลังจากรายกายจบในช่วงแรก ในคืนก่อนคำถามสุดท้ายชิงเงินรางวัล 20 ล้านรูปี ด้วยการถูกยัดเยียดข้อหาว่าโกงการตอบคำถามจากพิธีกรรายการ ไปทำหลักฐานสารภาพ</p>
<p>จามาลถูกซ้อม และสอบสวนในโรงพัก พร้อมทั้งโดนไฟช๊อตจนเกือบจะเสียชีวิต แต่สุดท้ายจามาลก็ถูกปล่อยตัว ให้กลับไปเล่นเกมส์จนจบอย่างง่ายดาย</p>
<p>ผู้กำกับอาจจะเลินเล่อ หรือให้ความสำคัญในช่วงตอบคำถามสุดท้ายมากเกินไป ทำให้รายละเอียด หรือเหตุผลประกอบ</p>
<p>ทำไมจามาลถึงถูกปล่อยตัวได้ง่ายดายขนาดนั้น ทั้งที่ข่าวได้ออกไปทั่วประเทศว่าหนุ่มน้อยจามาลโดนแจ้งจับในฐานะใช้กลโกงกับรายการเกมส์โชว์</p>
<p>ทำไมพิธีกรรายการที่แจ้งจับจามาล ยังสามารถมาทำรายการในคำถามสุดท้ายต่อได้ โดยไม่มีข้อแก้ตัว แสดงข้อเท็จจริง และขอโทษต่อมวลชลที่แจ้งจับจามาลโดยไม่มีสาเหตุ</p>
<p>โดยรวมแล้ว Slumdog Millionaire เป็นภาพยนต์ที่ดี (แต่ไม่ดีที่สุด) ที่สมควรแก่รางวัลออสการ์  ที่กล้าตีแผ่ในอีกแง่มุมหนึ่งของสังคมที่ประชาคมโลกไม่รู้จัก</p>
<p>Slumdog Millionaire แสดงให้คนชั้นกลางในประเทศพัฒนาทั้งหลาย ต้องฉุกคิด และรับรู้ว่า ในระหว่างที่ตนเองมีความสุขสำราญ มีอาหารการกินที่สมบูรณ์พร้อมอยู่นั้น ในอีกมุมหนึ่งก็ยังมีคนอีกหลายล้านคนที่ยังรอความช่วยเหลือ</p>
<p>ไม่ใช่ในฐานะคนรวย ช่วยเหลือคนจน<br />
แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมบนโลกใบนี้ด้วยกัน</p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2009%2F03%2F09%2Fslumdog-millionaire%2F&amp;title=Slumdog%20Millionaire" id="wpa2a_4"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2009/03/09/slumdog-millionaire/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Benjamin Button</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2009/02/19/benjamin-button/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2009/02/19/benjamin-button/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2009 16:22:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=526</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2009/02/19/benjamin-button/" title="Benjamin Button"></a>คุณจะทำอย่างไรหากชีวิตเริ่มต้นจากวัยชรา และสิ้นสุดลงในวัยเด็ก ณ วันที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบลง ทารกคนนึงได้ลืมตาดูโลกขึ้น พร้อมๆ กับการสูญเสียชีวิตของมารดาผู้ให้กำเนิด  เบนจามินได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยสภาวะที่ไม่ปกติทางร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้านั้นดูราวกับคนชราในบั้นปลายของชีวิต โทมัส บัตตอน ผู้ซึ่งเป็นพ่อของเบนจามิน โศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดโทษเบนจามินว่า เป็นซาตานที่เกิดมาเพื่อคร่าชีวิตภรรยาของเขาไป โทมัสจึงนำเบนจามินไปทิ้งที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง ที่ควีนนี่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลในขณะนั้น ด้วยความสงสารเบนจามิน กอรปกับการที่ตนเองไม่สามารถมีบุตรได้ ควีนนี่จึงรับเบนจามินเป็นลูกเลี้ยงนับแต่นั้นมา หลายคนคิดว่าชีวิตของเบนจามินคงจะอยู่ได้ไม่นาน อันเนื่องจากสภาพร่างกายที่ผิดปกติของเขา แต่โดยไม่คาดคิด หลายปีผ่านไป เบนจามินเริ่มเติบโตขึ้น โดยที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาด จากผมขาวโพลน ก็เริ่มมีผมดำแซมขึ้นมาบ้าง กระดูกที่เปราะบาง ผิดหนังที่เหี่ยวย่นดังคนชราวัยแปดสิบ ก็ถูกแทนที่ด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแรง และสมบูรณ์มากขึ้น เบนจามินได้พบกับเดซี่ เด็กผู้คนนึงผู้ซึ่งได้กลายเป็นคนรักของเบนจามินในภายหลัง ช่วงที่เขาอยู่บ้านพักคนชรา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้นไปเป็นลำดับ โดยที่เดซี่ไม่รังเกียจกับสภาพร่างกายของเบนจามินแม้แต่น้อย จนกระทั่งเบนจามินได้ตัดสินใจออกเดินทางสู่โลกกว้าง &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2009/02/19/benjamin-button/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2009/02/19/benjamin-button/" title="Benjamin Button"></a><p>คุณจะทำอย่างไรหากชีวิตเริ่มต้นจากวัยชรา และสิ้นสุดลงในวัยเด็ก</p>
<p>ณ วันที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบลง ทารกคนนึงได้ลืมตาดูโลกขึ้น พร้อมๆ กับการสูญเสียชีวิตของมารดาผู้ให้กำเนิด  เบนจามินได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยสภาวะที่ไม่ปกติทางร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้านั้นดูราวกับคนชราในบั้นปลายของชีวิต</p>
<p>โทมัส บัตตอน ผู้ซึ่งเป็นพ่อของเบนจามิน โศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดโทษเบนจามินว่า เป็นซาตานที่เกิดมาเพื่อคร่าชีวิตภรรยาของเขาไป โทมัสจึงนำเบนจามินไปทิ้งที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง ที่ควีนนี่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลในขณะนั้น ด้วยความสงสารเบนจามิน กอรปกับการที่ตนเองไม่สามารถมีบุตรได้ ควีนนี่จึงรับเบนจามินเป็นลูกเลี้ยงนับแต่นั้นมา</p>
<p><img src="http://ncjl.files.wordpress.com/2009/01/benjamin-button-01.jpg" alt="Benjamin Button" width="390" height="527" /></p>
<p>หลายคนคิดว่าชีวิตของเบนจามินคงจะอยู่ได้ไม่นาน อันเนื่องจากสภาพร่างกายที่ผิดปกติของเขา แต่โดยไม่คาดคิด หลายปีผ่านไป เบนจามินเริ่มเติบโตขึ้น โดยที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาด จากผมขาวโพลน ก็เริ่มมีผมดำแซมขึ้นมาบ้าง กระดูกที่เปราะบาง ผิดหนังที่เหี่ยวย่นดังคนชราวัยแปดสิบ ก็ถูกแทนที่ด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแรง และสมบูรณ์มากขึ้น</p>
<p>เบนจามินได้พบกับเดซี่ เด็กผู้คนนึงผู้ซึ่งได้กลายเป็นคนรักของเบนจามินในภายหลัง ช่วงที่เขาอยู่บ้านพักคนชรา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้นไปเป็นลำดับ โดยที่เดซี่ไม่รังเกียจกับสภาพร่างกายของเบนจามินแม้แต่น้อย จนกระทั่งเบนจามินได้ตัดสินใจออกเดินทางสู่โลกกว้าง ไปเป็นลูกเรือของเรือลากลำหนึ่ง เดซี่ให้เบนจามินสัญญาว่าจะเขียนจดหมายมาหาตนทุกเวลา ในทุกสถานที่ที่เบนจามินท่องเที่ยวไป</p>
<p><span id="more-526"></span>เบนจามินท่องเที่ยวไปทั่วโลก จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองจบลง พร้อมๆ กับกัปตันเรือที่เบนจามินทำงานด้วยเสียชีวิต เบนจามินได้มีโอกาสกลับบ้านเกิดอีกครั้ง  ในครั้งนี้เอง เบนจามินได้พบเจอกับโทมัส บัตตอน (ก่อนหน้านี้โทมัสก็แวะเวียนมาหาเบนจามินบ่อยๆ) โทมัสบอกเบนจามินให้รู้ว่า เขาคือพ่อแท้ๆ ของเบนจามิน พร้อมๆ กับมอบมรดกที่เป็นโรงงานทำกระดุม ให้แก่เบนจามินก่อนที่โทมัสจะเสียชีวิต</p>
<p>ระหว่างนั้นเดซี่ได้กลายเป็นนักเต้นรำที่มีชื่อเสียง และได้บังเอิญมาพบเบนจามินอีกครั้งในขณะที่เดซี่มาเยี่ยมคุณยายที่บ้านคนชรา เดซี่เติบใหญ่เป็นสาววัยยี่สิบต้น ๆ และร่างกายของเบนจามิน ซึ่งในขณะนี้ดูเหมือนชายวัยกลางคน ด้วยความที่เดซี่เป็นสาวรุ่น และความคิดถึงเบนจามินนั้นเอง เดซี่เสนอตัวให้เบนจามิน แต่เบนจามินกลับปฏิเสธเดซี่ ด้วยสาเหตุของความไม่พร้อม</p>
<p><img src="http://media.independent.com/img/photos/2008/12/28/Benjamin_Button.jpg" alt="Benjamin Button" width="433" height="289" /></p>
<p>หลายสิ่งหลายอย่างทำให้เบนจามิน กับเดซี่ได้จากกันอีกครั้ง เดซี่ใช้ชีวิตอย่างสาวรุ่น หลังจากเสียใจกับเบนจามิน ที่ไม่ยอมรับตัวเธอในขณะนั้น แต่ลึกๆ ในใจเดซี่นั้นคิดถึงเบนจามินอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นต่อเดซี่จนทำให้เดซี่ไม่สามารถเต้นรำได้อีกต่อไป เบนจามินได้รับข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุของเดซี่จากเพื่อน จึงรีบรุดไปเยี่ยมเดซี่ที่โรงพยาบาล แต่เดซี่ไม่ต้องการให้เบนจามินได้เห็นสภาพร่างกายของเธอนั้นตอนนี้ จึงไล่เบนจามินออกไป แต่ไม่นานนัก หลังจากเดซี่หายดี เดซี่จึงพร้อมมาหาเบนจามินอีกครั้ง ชีวิตคู่ของทั้งสองได้เริ่มต้นขึ้น เบนจามินและเดซี่มีบุตรสาวร่วมกันหนึ่งคน</p>
<p>แม้ว่าเรื่องราวชีวิตคู่จะจบลงโดยที่เบนจามิน จะแยกทางกับเดซี่ ไม่ใช่เนื่องจากชีวิตคู่ล้มเหลว แต่อันเนื่องมาจากความกลัวสภาพร่างกายของเบนจามินเองที่เด็กลงเรื่อยๆ และกังวลว่าตนเองจะเป็นภาระต่อเดซี่ ทำให้เบนจามินตัดสินใจ แยกทางกับเดซี่ โดยเบนจามินก็ไปท่องโลกกว้างอีกครั้ง และก็ให้เดซี่หาสามีใหม่ เพื่อมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้ลูกสาว(คลาโอไรด์) โดยที่เดซี่เองปกปิดเรื่องราวของเบนจามินไม่ให้คลาโอไรด์ทราบ</p>
<p>เดซี่ได้พบเบนจามินอีกครั้ง แต่ในขณะนี้ความจำของเบนจามินก็แทบจะไม่มีเหลือ อันเนื่องจากร่างกายพัฒนาสู่วัยเยาว์ เบนจามินพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ ร่างกายก็มีขนาดเล็กลงจนกลายเป็นทารกที่ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ความรักที่เดซี่มีต่อเบนจามินนั้น ทำให้เดซี่อยู่ดูแลเบนจามินจนวาระสุดท้ายของชีวิต</p>
<p><strong>กาลเวลาเดินทางเป็นเส้นตรง</strong></p>
<p>เรื่องราวที่สอดแทรกในเรื่องเบนจามิน มีเรื่องของชายตาบอด ที่สูญเสียลูกชายไปช่วงเวลาแห่งสงคราม ชายคนนี้ได้สร้างนาฬิกาไขลานขนาดใหญ่ที่เดินย้อนกลับ ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟ ด้วยความหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปลูกชายจะฟื้นคืนชีวิตกลับคืนมา</p>
<p><img src="http://moogirl22.files.wordpress.com/2009/01/the-curious-case-of-benjamin-button-3.jpg" alt="Benjamin Button" width="434" height="183" /></p>
<p>แต่อนิจจา&#8230;มิติของเวลานั้นเป็นเส้นตรง และเราทุกคนต่างก็อยู่ภายใต้กฏแห่งเวลา หลายชีวิตเริ่มต้นจากวัยเยาว์ และสิ้นสุดที่ความชรา และบางชีวิต ก็เริ่มต้นจากการชราภาพ และสิ้นสุดในวัยเด็ก ดังเช่นเบนจามิน  ทุกชีวิตมีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด ไม่มีใครอยู่เหนือกาลาเวลา ถึงแม้ว่าเส้นทางของเวลาจะสวนทางกัน แต่ในที่สุด เราทุกคนก็จะมุ่งตรงสู่จุดจบของชีวิต ซึ่งก็คือความตายอันเป็นสิ่งที่แน่นอน</p>
<p>นาฬิกาไขลานในสถานีรถไฟ ผ่านไปนานวัน ก็ถูกปลดระวางแทนที่ด้วยนาฬิกาดิจิตอล เพื่อรอวันที่จะมีนาฬิการุ่นใหม่ ทันสมัยกว่ามาแทนที่อีกครั้ง ณ จุดหนึ่งของเวลาในอนาคต มนุษย์เกิดขึ้นมาและจากไปมาคนแล้วคนเล่า โดยที่เวลาก็ยังเดินต่อไป</p>
<p><strong>ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้</strong></p>
<p>ในขณะที่เบนจามินท่องโลกกว้างนั้นเอง ก็ได้มีความสัมพันธ์ลับๆ กับหญิงสาวคนหนึ่ง ทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน โดยในวัยรุ่นเธอได้เล่าว่า เธอเป็นนักว่ายน้ำระดับแนวหน้า ซึ่งเคยตั้งใจจะว่ายน้ำข้ามคลองสุเอซ แต่ในระหว่างพิสูจน์ความตั้งใจของเธอนั้น อีกเพียงแค่สองไมล์จะถึงฝั่ง เธอก็หยุดว่ายน้ำกลางคัน ซึ่งทำให้เธอเสียใจจนมาถึงทุกวันนี้</p>
<p><img src="http://static.guim.co.uk/sys-images/Film/Pix/pictures/2009/2/5/1233848590893/Still-from-The-Curious-Ca-001.jpg" alt="Benjamin Button" /></p>
<p>แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็หายหน้าไปจากชีวิตของเบนจามิน และเบนจามินก็ได้ข่าวเธออีกครั้งในโทรทัศน์ และก็พบว่าเธอกลับไปพิสูจน์ความตั้งใจของเธออีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็ทำได้สำเร็จในวัยกลางคน ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่แข็งแรงเท่าวัยรุ่น แต่เธอก็แสดงให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเกินความสามารถ ถ้าคนเราทุกคนมีความพยายาม</p>
<p><strong>ทุกชีวิตมีเส้นทางของตนสุดท้ายก็ต้องปล่อยวาง</strong></p>
<p>ทุกชีวิตเกิดมา ก็ดิ้นร้นตามเส้นทางชีวิตของต้นเอง</p>
<p>บ้างก็เกิดมาเป็นหมอ<br />
บ้างก็เกิดมาเพื่อเต้น<br />
บ้างก็เกิดมาเป็นแม่<br />
บ้างก็เกิดมาเป็นสามีที่ดี</p>
<p><img src="http://graphics8.nytimes.com/images/2009/01/22/arts/22button-600.jpg" alt="Benjamin Button" width="467" height="276" /></p>
<p>ดั่งกัปตันเรือลากที่เบนจามินไปเป็นลูกเรือด้วย กัปตันได้ถูกสบประมาทจากพ่อแต่เด็ก ว่าเป็นเด็กไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ถึงแม้จะล้มลุกคลุกคลานบ้าง แม้ไม่ได้รวยล้นฟ้า หรือมีชีวิตที่เลิศเลอ เป็นเพียงแค่กัปตันเรือลาก มีความฝันที่จะเป็นศิลปินวาดภาพไปทั่วทุกแห่งหน ถึงจะทำไม่สำเร็จ แต่เขาก็ใช้ร่างกายตัวเองสักเพื่อเล่าเรื่องราวชีวิต ดั่งศิลปินผู้ไม่ท้อแท้ แต่สุดท้ายเมื่อต้องตายความฝัน เรื่องราวต่างๆ แม้สิ่งที่ตนรักที่สุดก็ยังเอาไปไม่ได้</p>
<p>ทุกเส้นทางมีเรื่องราวแตกต่าง<br />
ทุกเส้นทางมีความฝัน<br />
บางเส้นทางก้าวถึงจุดสูงสุดของชีวิต<br />
บางเส้นทางก็ไม่มีโอกาสแม้จะทำให้ฝันได้เป็นจริง<br />
แต่ท้ายสุด สุดเส้นทางสุดท้ายชีวิตก็ต้องปล่อยวาง<br />
กลับไปยังที่ ที่เราเคยผ่านมา อย่างไม่มีวันกลับ</p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2009%2F02%2F19%2Fbenjamin-button%2F&amp;title=Benjamin%20Button" id="wpa2a_6"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2009/02/19/benjamin-button/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Day The Earth Stood Still</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2008/12/11/the-day-the-earth-stood-still/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2008/12/11/the-day-the-earth-stood-still/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2008 10:40:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=360</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2008/12/11/the-day-the-earth-stood-still/" title="The Day The Earth Stood Still"></a>เมื่อวัตถุลึกลับในอวกาศอันไกลโพ้นกำลังเดินทางด้วยความเร็วสูง มุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ชื่อว่าดาวโลก พร้อมๆ กับที่ดาวเทียมสอดแนม และเครื่องยิงขีปนาวุธเพื่อความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้แผนการที่จะยิงขีปนาวุธเพื่อเบียงวิถีการโคจรของวัตถุประหลาดได้ถูกล้มเลิก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เรียกระดมนักวิทยศาสตร์ และผู้คนจากหลากหลายสาขาวิชาระดับหัวกะทิ เพื่อมาวิเคราะห์หาทางหยุดยั้งวัตถุลึกลับที่เดินทางมายังโลก และพร้อมจะพุ่งชนโลกในอีกไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความเสียหายที่มิอาจประมาณค่าได้ แต่แล้วเมื่อถึงเวลาวัตถุลึกลับได้ชะลอความเร็ว เผยให้เห็นเป็นลักษณะทรงกลมกลางน่านฟ้ากรุงนิวยอร์ค และร่อนลงสู่เซ็ลทรัลพาร์ค ท่ามกลางฝูงชนนับพันที่กำลังเดินขวักไขว่ หน่วยความมั่นคงได้เตรียมพร้อมส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธหนักเข้าประจำการเพื่อพร้อมจะโจมตีวัตถุดังกล่าวได้เมื่อรับคำสั่ง และนักวิทยาศาสตร์ ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์นี้ เฮเลน นักจุลชีววิทยา นางเอกของเรื่องก็ประจำในหน่วยเฉพาะกิจนี้ด้วย เมื่อวัตถุทรงกลมได้ลงจอดลง ณ เซนทรัลพาร์คแล้ว ได้มีสิ่งมีชีวิตเดินออกมา มุ่งตรงไปสู่กลุ่มเจ้าหน้าที่ เสียงปืนดังปัง สิ่งมีชีวิตนอกโลกได้รับบาดเจ็บสาหัส ทันใดนั้นได้มีหุ่นยนต์ร่างสูงใหญ่ ตาเดียว ออกมาเพื่อทำการรักษาบาดแผลเบื้องต้นให้กับมนุษย์ต่างดาวที่ได้รับบาดเจ็บ และเปิดจากโจมตีทำลายรถถัง และอาวุธหนักในบริเวณนั้นทันที โดยที่ไม่ได้ทำร้ายมนุษย์ จากนั้นก็หยุดนิ่ง เฮเลน ได้นำสิ่งมีชีวิตนอกโลกซึ่งในขณะนั้น ยังอยู่ในสถานะตัวอ่อนที่ยังไม่ลอกคราบโดยไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เมื่อถึงเวลามนุษย์ต่างดาวได้ลอกคราบและเผยให้เห็นถึงรูปร่างภายนอกที่เป็นมนุษย์ (คลาทู) &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2008/12/11/the-day-the-earth-stood-still/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2008/12/11/the-day-the-earth-stood-still/" title="The Day The Earth Stood Still"></a><p>เมื่อวัตถุลึกลับในอวกาศอันไกลโพ้นกำลังเดินทางด้วยความเร็วสูง มุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ชื่อว่าดาวโลก พร้อมๆ กับที่ดาวเทียมสอดแนม และเครื่องยิงขีปนาวุธเพื่อความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้แผนการที่จะยิงขีปนาวุธเพื่อเบียงวิถีการโคจรของวัตถุประหลาดได้ถูกล้มเลิก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เรียกระดมนักวิทยศาสตร์ และผู้คนจากหลากหลายสาขาวิชาระดับหัวกะทิ เพื่อมาวิเคราะห์หาทางหยุดยั้งวัตถุลึกลับที่เดินทางมายังโลก และพร้อมจะพุ่งชนโลกในอีกไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความเสียหายที่มิอาจประมาณค่าได้</p>
<p>แต่แล้วเมื่อถึงเวลาวัตถุลึกลับได้ชะลอความเร็ว เผยให้เห็นเป็นลักษณะทรงกลมกลางน่านฟ้ากรุงนิวยอร์ค และร่อนลงสู่เซ็ลทรัลพาร์ค ท่ามกลางฝูงชนนับพันที่กำลังเดินขวักไขว่ หน่วยความมั่นคงได้เตรียมพร้อมส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธหนักเข้าประจำการเพื่อพร้อมจะโจมตีวัตถุดังกล่าวได้เมื่อรับคำสั่ง และนักวิทยาศาสตร์ ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์นี้ เฮเลน นักจุลชีววิทยา นางเอกของเรื่องก็ประจำในหน่วยเฉพาะกิจนี้ด้วย เมื่อวัตถุทรงกลมได้ลงจอดลง ณ เซนทรัลพาร์คแล้ว ได้มีสิ่งมีชีวิตเดินออกมา มุ่งตรงไปสู่กลุ่มเจ้าหน้าที่</p>
<p><img class="alignnone" title="the day the earth stood still" src="http://www.canmag.com/images/front/movies20084/dayearthposter4.jpg" alt="" width="326" height="487" /></p>
<p>เสียงปืนดังปัง สิ่งมีชีวิตนอกโลกได้รับบาดเจ็บสาหัส ทันใดนั้นได้มีหุ่นยนต์ร่างสูงใหญ่ ตาเดียว ออกมาเพื่อทำการรักษาบาดแผลเบื้องต้นให้กับมนุษย์ต่างดาวที่ได้รับบาดเจ็บ และเปิดจากโจมตีทำลายรถถัง และอาวุธหนักในบริเวณนั้นทันที โดยที่ไม่ได้ทำร้ายมนุษย์ จากนั้นก็หยุดนิ่ง</p>
<p><span id="more-360"></span>เฮเลน ได้นำสิ่งมีชีวิตนอกโลกซึ่งในขณะนั้น ยังอยู่ในสถานะตัวอ่อนที่ยังไม่ลอกคราบโดยไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เมื่อถึงเวลามนุษย์ต่างดาวได้ลอกคราบและเผยให้เห็นถึงรูปร่างภายนอกที่เป็นมนุษย์ (คลาทู) และได้มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วจนร่างกายเติบโตเป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ และสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ (ภาษาอังกฤษ) คลาทูซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มวัฒนธรรมในเอกภพได้ขอพบผู้นำโลกเผื่อเจรจาเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายที่มาเยือนโลกในครั้งนี้ (แต่ก็ไม่สำเร็จ) ในเรื่องเกี่ยวกับการอยู่รอดของโลกใบนี้ ที่อยู่ในสภาวะถดถอยอันเนื่องมาจากการทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษยชาติ เนื่องจากโลกคือดาวเคราะห์ที่มีสภาวะแวดล้อมอาศัยได้ที่เหลือดวงเดียวในเอกภพ ซึ่งก่อนหน้านี้ดาวเคราะห์อาณานิคมของมนุษย์ต่างดาวได้ถูกทำลายอันเนื่องมาจากสาเหตุเดียวกัน ดังนั้นมนุษย์ต่างดาวที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง จึงต้องทำอะไรสักอย่างในการหยุดยั้งมนุษย์โลกไม่ให้ทำลายโลกดั่งเช่นที่เคยเกิดกับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ต่างดาว</p>
<p>คลาทูได้บอกทางแก่เฮเลนให้พาไปพบกับมนุษย์ต่างดาวในคราบมนุษย์คนจีนที่อาศัยบนโลกมานานกว่า 70 ปี เพื่อมาสอดแนมความเป็นอยู่ของมนุษย์ และตรวจสอบสิ่งที่มนุษย์กระทำต่อโลก  เขาพบว่ามนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่รักความรุนแรง ไม่มีจิตสำนึกในการดูแลรักษาธรรมชาติ และยืนยันว่ามนุษย์สมควรต้องถูกล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อรักษาโลกใบนี้ก่อนที่จะสายเกินไป</p>
<p>เรื่องดำเนินต่อไปโดยที่คลาทูได้ออกคำสั่งให้วัตถุทรงกลมที่อยู่กระจายทั่วโลกให้อพยพสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ยกเว้นมนุษย์ (คล้ายกับเรือโนอาร์) และให้หุ่นยนต์ได้กลายร่างเป็นแมลงเพื่อทำลายมนุษย์ และสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยน้ำมือมนุษย์ให้สิ้นซาก โดยยกเว้นเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ!</p>
<p><strong>โลกไม่ใช่ของมนุษย์</strong></p>
<p>คลาทูในฐานะผู้มาเยือนจากต่างดาว เมื่อได้สนธนากับรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ที่เป็นตัวแทนของผู้นำโลก รัฐมนตรีฯ ได้ถามถึงเหตุผลการมาเยือนโลก โดยใช้สรรพนามแทนโลกว่า <em>&#8220;ของเรา &#8211; our planet&#8221;</em> คลาทูรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ได้ตอบคำถามไปว่า</p>
<p>เรามาเพื่อช่วยโลก<br />
We come to save the earth</p>
<p>ซึ่งก็หมายถึงคลาทูจะมาช่วยโลกตามตัวอักขระ ไม่ได้หมายความถึงมนุษย์</p>
<p><img class="alignnone" title="the day the earth stood still" src="http://www.aceshowbiz.com/images/news/00018332.jpg" alt="" width="480" height="322" /></p>
<p>ตั้งแต่อดีตกาล ตั้งแต่โฮโมซาเปียนมนุษย์ยุคแรกได้ถือกำเกิดขึ้น ในสมัยนั้นมนุษย์ไม่แตกต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตอื่น ที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร มีการล่าและการถูกล่า จนมนุษย์เริ่มพัฒนาสติปัญญา และความรู้อย่างต่อเนื่อง ผ่านไปหลายยุคหลายสมัย มนุษย์เริ่มทำกสิกรรม การปศุสัตว์ มนุษย์เริ่มแบ่งแยกตัวเอง ออกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เริ่มแบ่งแยกตัวเองออกจากห่วงโซ่อาหาร จนกระทั่งในปัจจุบันมนุษย์ได้ยกตัวว่าสัตว์ประเสริฐที่มีอำนาจเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงและเป็นเจ้าครองในโลกใบนี้</p>
<p>น่าแปลกใจที่มนุษย์ยกตนเองว่าเป็นเจ้าปกครองโลก แต่การกระทำของมนุษย์ไม่เคยเลยที่จะเอาใจใส่ดูแลโลก ซึ่งต่างกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย</p>
<p><strong>ความดีที่อยู่ลึกในใจมนุษย์</strong></p>
<p>ช่วงกลางของเรื่องคลาทูไปหาเพื่อนมนุษย์ต่างดาวในคราบคนจีน และรู้สึกประหลาดใจมากต่อการตัดสินใจจะอยู่บนโลกของเพื่อนจนถึงวินาทีสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และยอมตายพร้อมกับมนุษย์ เพื่อนคลาทูได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาของเขาเกี่ยวกับการมาอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ด้วยความไม่เต็มใจแต่เพราะคำสั่ง ถึงแม้เขาจะรายงานต่อคลาทูว่ามนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีแต่การทำลาย แต่ในที่สุดแล้วก็ประทับใจในตัวมนุษย์ หลังจากอาศัยร่วมกับมนุษย์มานานหลายสิบปี และบอกเป็นนัยแก่คลาทูว่าในใจมนุษย์ไม่ได้กอปรด้วยส่วนชั่วร้ายไปเสียหมด</p>
<p><img class="alignnone" title="the day the earth stood still" src="http://www.aceshowbiz.com/images/news/00020379.jpg" alt="" width="443" height="245" /></p>
<p>ช่วงเริ่มต้นของเรื่อง หลังจากคลาทูลอกคราบกลายเป็นมนุษย์ก็เกือบจะโดนวางยาพิษ แต่เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเฮเลน จึงสามารถหนีรอดจากห้องแล็ปใต้ดินออกมาได้ และเฮเลนก็ได้กลับมาช่วยเหลือคลาทูอีกครั้ง เนื่องจากคลาทูหมดสติในระหว่างการเดินทางไปพบเพื่อนมนุษย์ต่างดาวในคราบคนจีน เพราะบาดแผลที่ถูกยิงยังไม่หายสนิท</p>
<p>ความรู้สึกที่ดีต่อมนุษย์ได้ก่อตัวขึ้นทีละน้อยในจิตใจของคลาทู หลายครั้งเฮเลนได้แสดงเห็นถึงลักษณะพิเศษของเธอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และความเมตตา แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่มีแต่ความโลภ ความเห็นแก่ตัวและรักการทำลาย เฮเลนได้แสดงให้คลาทูเห็นถึงความรักอย่างสุดซึ้งต่อจาคอบ ในเหตุการณ์ที่ยอมสละแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง เพื่อรักษาชีวิตของจาคอบทั้งๆ ที่จาคอบนั้นเป็นแค่ลูกเลี้ยง</p>
<p><strong>มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเมื่ออยู่ปากเหว</strong></p>
<p>คลาทูให้เหตุผลในการล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ในครั้งนี้ ที่แม้ว่าจะไม่ถูกกำจัดโดยเผ่าพันธุ์ของตน แต่วันใดถ้าโลกได้ถูกทำลายอันเนื่องมาจากน้ำมือมนุษย์เอง สุดท้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์ และรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตนานาชนิดที่อาศัยบนโลกก็ต้องสูญสิ้น เนื่องจากไม่มีดาวเคราะห์ให้อยู่อาศัย แต่ถ้าเผ่าพันธุ์มนุษย์สูญสิ้นไปก่อนโลก ดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะฟื้นตัว และสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นที่เหลือบนโลก</p>
<p>แต่แล้วเมื่ออาจารย์ของเฮเลนได้มีโอกาสพบคลาทู จึงได้เริ่มอธิบายให้คลาทูฟังในข้อเท็จจริงของมนุษย์ ที่ได้เริ่มตระหนักในสภาวะเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่เลวร้ายขึ้นในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากน้ำมือของมนุษย์ กระแสในการอนุรักษ์ธรรมชาติของคนกลุ่มเล็กๆ กำลังเริ่มต้นขึ้น และได้ขอร้องคลาทูอย่าได้ทำร้าย ฉกฉวยโอกาสอันมีค่าที่มนุษย์กำลังจะได้รู้จักตนเอง และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เมื่อเวลานั้นมาถึงอาจารย์ของเฮเลนเชื่อมั่นว่า มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อรักษาโลกใบนี้เพื่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวงให้น่าอยู่ได้ตลอดไป</p>
<p><img class="alignnone" title="the day the earth stood still" src="http://www.aceshowbiz.com/images/news/00019465.jpg" alt="" width="560" height="341" /></p>
<p>ในตอนท้ายเรื่อง คลาทูได้เปลี่ยนใจยกเลิกคำสั่งการทำลายล้างมนุษย์ และให้โอกาสมนุษย์อีกครั้งในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเริ่มต้นเอาใจใส่ดาวเคราะห์โลก เมื่อมองมาในชีวิตจริง มนุษย์จะมีโอกาสแบบในภาพยนต์หรือไม่ ถ้าหากมีสิ่งมีชีวิตนอกโลกมาเยือนและกวาดล้างมนุษย์ดังเช่นในท้องเรื่องภาพยนต์</p>
<p>หากสมมติว่าภัยพิบัติที่มนุษยชาติประสบอยู่ในปัจจุบัน แผ่นดินไหว พายุไซโคลน คลื่นยักษ์สึนามิ สภาวะโลกร้อน เป็นสัญญาณเตือนจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก พวกเราสมควรทำอย่างไร?  อยู่นิ่งเฉยรอรับชะตากรรม หรือเปลี่ยนทัศนะคติและร่วมมือกันในการอนุรักษ์ดาวเคราะห์สีฟ้าใบนี้ให้คงอยู่ตลอดไป</p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2008%2F12%2F11%2Fthe-day-the-earth-stood-still%2F&amp;title=The%20Day%20The%20Earth%20Stood%20Still" id="wpa2a_8"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2008/12/11/the-day-the-earth-stood-still/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สายลับ 007 กับเทคโนโลยี</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2008/11/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-007-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2008/11/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-007-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2008 16:24:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2008/11/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-007-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/" title="สายลับ 007 กับเทคโนโลยี"></a>เดินทางกลับอพาร์ทเมนท์ดังเช่นปกติเช่นทุกวัน ต้องผ่านโรงภาพยนต์เซ็นจูรี่ ตรงอนุสาวรีย์ เหลือบไปเห็นตารางภาพยนต์  007 &#8211; Quantum of Solace โอ้ว้าว ตาฝาดไปเหรอนี่! ไม่ฝาด ไม่ฝาก มองอีกที เข้าแล้วเหรอนึกในใจ วันนี้เพิ่งวันพุธเองนะ (ถ้าคนดูหนังบ่อยๆ จะรู้ว่า ปกติหนังใหม่จะเข้าทุกวันพฤหัสฯ) จากที่ตั้งใจจะไปวิ่ง ก็กลายเป็นเดินเข้าไปต่อแถวซื้อตั๋วหนัง 007 ฉะนั้นแล ไม่มีอะไรมากมาย จุดขายของหนังก็คือชื่อเรื่อง เจมส์ บอนด์ 007 ก็ใครๆ ก็อยากดู 007 นี่นา .. มาดูซิว่าภาคนี้มีอะไร ??? เปิดเรื่องก็เริ่มด้วยฉากแอ็คชั่น แล้วก็แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2008/11/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-007-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2008/11/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-007-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/" title="สายลับ 007 กับเทคโนโลยี"></a><p>เดินทางกลับอพาร์ทเมนท์ดังเช่นปกติเช่นทุกวัน ต้องผ่านโรงภาพยนต์เซ็นจูรี่ ตรงอนุสาวรีย์ เหลือบไปเห็นตารางภาพยนต์  007 &#8211; Quantum of Solace</p>
<p>โอ้ว้าว ตาฝาดไปเหรอนี่!</p>
<p>ไม่ฝาด ไม่ฝาก มองอีกที<br />
เข้าแล้วเหรอนึกในใจ วันนี้เพิ่งวันพุธเองนะ<br />
(ถ้าคนดูหนังบ่อยๆ จะรู้ว่า ปกติหนังใหม่จะเข้าทุกวันพฤหัสฯ)</p>
<p>จากที่ตั้งใจจะไปวิ่ง ก็กลายเป็นเดินเข้าไปต่อแถวซื้อตั๋วหนัง 007 ฉะนั้นแล</p>
<p>ไม่มีอะไรมากมาย จุดขายของหนังก็คือชื่อเรื่อง เจมส์ บอนด์ 007</p>
<p>ก็ใครๆ ก็อยากดู 007 นี่นา ..<br />
มาดูซิว่าภาคนี้มีอะไร ???</p>
<p>เปิดเรื่องก็เริ่มด้วยฉากแอ็คชั่น<br />
แล้วก็แอ็คชั่น</p>
<p>แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น</p>
<p>แอักชั่นอีกแล้ว ..<br />
จากต้นจนจบเรื่อง มีแต่แอ็คชั่น!!!</p>
<p>นั่งมองหาคำคมเด็ดๆ ตามสไตล์ฮอลลีวู้ดที่สอดแทรกเพื่อให้หนังดูดี เช่น</p>
<p>Great power comes with Great Responsibility (Spider man)<br />
พลังที่ยิ่งใหญ่ ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ (ไอ้แมงมุม)</p>
<p>ไม่มี ไม่มี ไม่มีเลย<br />
จะมีก็แต่ฉากบางตอนทีแสดงถึงมิตรภาพ หรือการให้กำลังใจระหว่างบอนด์กับสาวบอน แต่การแสดง และการสื่อความหมายก็ละหลวมเกินไป</p>
<p>โดยรวมแล้วหนังถือว่าแย่ แต่กราฟฟิกสวยๆ และการดำเนินเรื่องที่ไม่อืดนัก ก็ถือว่าถูไถ</p>
<p>แต่อย่างไร ก็ยังมีประทับใจอยู่บ้าง &#8230;.</p>
<p><span id="more-205"></span></p>
<p>ฉากที่สายลับบอนด์เรา ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพกลุ่มของผู้ร้าย<br />
แล้วข้อมูลภาพที่ได้ถูกส่งไปที่ Server แล้วทำการประมวลผลด้วยเทคโนโยีการจดจำใบหน้า (Face Recognition)  จากนั้นก็ค้นหาต่อไปยังฐานข้อมูล และก็แสดงผลข้อมูลของผู้ร้ายที่ได้โดยละเอียด</p>
<p>ชื่อ ที่อยู่ รูปภาพ ประวัติการทำงาน มีทุกอย่าง</p>
<p>อีกฉาก หนุ่มบอนด์โทรหาผู้ร้ายคนนึง แล้วโทรศัพท์ก็จำหมายเลข ส่งไปยัง server กลาง แล้วล็อกเป้าหมายโดย GPS โดยที่ผู้ถูกติดตามไม่ทันระวังตัว</p>
<p>สุดยอดไปเลย!!<br />
ทุกๆ อย่างแทบจะออนไลนท์ถึงกัน เทคโนโลยีทุกตัวถูกนำมาผสมผสาน</p>
<p>เทียบเทคโนโลยีปัจจุบัน กับในภาพยนต์ มีความเป็นไปได้สูงที่จะพัฒนาซอฟแวร์ที่มีการทำงานเช่นนี้<br />
ปกติแล้วถ้าสังเกต เทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริง ยังล้าหลังกว่าจินตนาการในภาพพยนต์เสมอ</p>
<p>แต่ในเรื่อง 007 &#8211; Quantum of Solace ก็ต้องตอบว่าไม่</p>
<p>GPS &#8211; ก็ทำได้ใช้งานจนเกลื่อนแล้ว เช่นระบบนำทางรถที่ราคาหมื่นนิดๆ หรือค่ายโทรศัพท์บางค่าย ก็นำ GPS มาติดตั้งไว้ในโทรศัพท์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ของต้น</p>
<p>โทรศัพท์เคลื่อนที่ &#8211; ปัจจุบัน โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ก็ต่อกับ 3G ได้หมดแล้ว สามารถใช้งานแบบ Always On ได้ อีกทั้งความเร็วในการเชื่อมต่อ ก็รวดเร็ว  สามารถประมวลผลในตัวเอง หรือส่งไปยังฝั่ง Server ให้ประมวลผลได้ไม่ยากนัก</p>
<p>การประมวลผลภาพ (Face Recognition /Finger Print) &#8211; เทคโนโลยีการประมวลผลภาพก็ถูกพัฒนาไปไกลโข คอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะภาพต่างๆ ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น</p>
<p>และอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p>ทุกอย่างในโลกแห่งความจริงดูเหมือนจะตามทันจินตนาการในภาพยนต์แล้ว แต่ดูเหมือนว่า การประยุกต์ใช้ ผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆ ยังไม่ดีนัก</p>
<p>บ้างก็ติดเรื่องความรู้<br />
บ้างก็ติดเรื่องลิขสิทธิ์<br />
บ้างก็ติดเรื่องกฏหมาย<br />
บ้างก็ขัดผลประโยชน์<br />
บ้างก็ขาดการสนับสนุน</p>
<p>ทำให้ใครบางคนที่มีไอเดียดีๆ เกี่ยวกับการผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ไม่สามารถพัฒนาให้เห็นจริงได้</p>
<p>คงต้องรอเวลา<br />
เวลาที่ใครๆ หันกันมาสนับสุน<br />
ร่วมมือร่วมใจกัน ผลักดันให้สิ่งที่อยู่ในฝันกลายมาเป็นจริง</p>
<p>จนถึงวันนั้น เราอาจจะได้เห็นสายลับเจมส์ บอนด์มากมายเดินไปเดินมา ตามท้องถนนก็ได้</p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2008%2F11%2F05%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-007-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b5%2F&amp;title=%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20007%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5" id="wpa2a_10"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2008/11/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-007-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Always (Love): Sunset on Third Street</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2008/04/12/always-love-sunset-on-third-street/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2008/04/12/always-love-sunset-on-third-street/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Apr 2008 01:35:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atthakorn.wordpress.com/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2008/04/12/always-love-sunset-on-third-street/" title="Always (Love): Sunset on Third Street"></a>งานประพันธ์ใดก็ตาม อาจจะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กของความงดงามในวรรณกรรมที่มีเลอค่า ไม่ใช่ผลงานที่เป็นอมตะ หรือคลาสสิคเท่าที่เคยมีมาในอดีตสมัย ถึงแม้ไม่เคยผ่านการการันตีคุณภาพจากสถาบันใด แต่ถ้างานประพันธ์นั้น สามารถสื่อสารความในใจจากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้อย่างลึกซึ้งและหมดจด ก็น่าจะถือได้ว่าผลงานประพันธ์นั้นมีความสมบูรณ์ มีเสน่ห์ สวยงามในตัวมันเองอย่างถึงที่สุด นักเขียนหนุ่มได้บรรจงถ่ายทอด เรื่องราว ความรู้สึกลึกในใจที่มีต่อคนรัก ผ่านงานเขียนเพื่อส่งเข้าประกวดรางวัลแห่งเกียรติยศในวงการนักเขียน แม้ว่าวันแห่งการประกาศรางวัลผ่านพ้นไป และเขาก็ไม่ได้รับรางวัลใดเลย แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่เขาได้รับ กลับมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งปวง นั่นก็คือการที่คนรักที่เคยร้างไป ตัดสินใจกลับมาหาเขาอีกครั้ง… เป็นเพียงบางฉาก จากภาพยนต์เรื่อง Always : Sunset on Third Street ภาค 2 ที่ยกให้เห็นอานุภาพของความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรักยังคงงดงามอยู่เสมอ ยาม ที่เราตกอยู่ในห้วงของความรัก แม้สิ่งที่ไม่สวยงามที่เราเคยจ้องมองด้วยสายตาคู่เดียวมาตลอด แต่ทันทีทันใดที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่เรารัก &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2008/04/12/always-love-sunset-on-third-street/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2008/04/12/always-love-sunset-on-third-street/" title="Always (Love): Sunset on Third Street"></a><div class="storycontent">
<p>งานประพันธ์ใดก็ตาม อาจจะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กของความงดงามในวรรณกรรมที่มีเลอค่า ไม่ใช่ผลงานที่เป็นอมตะ หรือคลาสสิคเท่าที่เคยมีมาในอดีตสมัย ถึงแม้ไม่เคยผ่านการการันตีคุณภาพจากสถาบันใด แต่ถ้างานประพันธ์นั้น สามารถสื่อสารความในใจจากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้อย่างลึกซึ้งและหมดจด ก็น่าจะถือได้ว่าผลงานประพันธ์นั้นมีความสมบูรณ์ มีเสน่ห์ สวยงามในตัวมันเองอย่างถึงที่สุด</p>
<p>นักเขียนหนุ่มได้บรรจงถ่ายทอด เรื่องราว ความรู้สึกลึกในใจที่มีต่อคนรัก ผ่านงานเขียนเพื่อส่งเข้าประกวดรางวัลแห่งเกียรติยศในวงการนักเขียน แม้ว่าวันแห่งการประกาศรางวัลผ่านพ้นไป และเขาก็ไม่ได้รับรางวัลใดเลย แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่เขาได้รับ กลับมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งปวง นั่นก็คือการที่คนรักที่เคยร้างไป ตัดสินใจกลับมาหาเขาอีกครั้ง…</p>
<p>เป็นเพียงบางฉาก จากภาพยนต์เรื่อง <strong>Always : Sunset on Third Street ภาค 2</strong> ที่ยกให้เห็นอานุภาพของความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง</p>
<p>ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรักยังคงงดงามอยู่เสมอ</p>
<p>ยาม ที่เราตกอยู่ในห้วงของความรัก แม้สิ่งที่ไม่สวยงามที่เราเคยจ้องมองด้วยสายตาคู่เดียวมาตลอด แต่ทันทีทันใดที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่เรารัก ทอดสายตาไปด้วยกัน ณ จุดเดิม มันคงจะสวยงามขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p>น่าแปลกใจ แต่นี่สินะที่เราเรียกว่าปาฏิหารย์แห่งรัก!!!</p>
<p>หาก จะถามว่ารักคืออะไร ก็ยากจะอธิบายด้วยตัวหนังสือหรือคำพูด บ้างก็ว่ารักคือการให้ รักคือความผูกพันธ์ รักคือความอบอุ่น มายมายหลากหลายเท่าที่มนุษย์เราจะนึกคำมาเปรียบได้</p>
<p>การแสดงออกของรัก นั้น หากได้แผ่นฟ้ามาเป็นกระดานดำ พื้นที่ก็คงจะไม่พอในการเขียนบรรยายความรักได้ทั้งหมด รักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักแฟน รักเพื่อน รักครูบาอาจารย์ รักผืนน้ำ รักสัตว์ป่า รักเพื่อนมนุษย์ รักต่างศาสนา รักข้ามชนชั้น รักดนตรี รักกีฬา รักศิลปะ หรือแม้กระทั่งรักตัวเราเอง…</p>
<p>คนมากมายผิดหวังจากความรัก เจ็บจากรัก แล้วก็พาลว่ารักแท้นั้นไม่มีจริง เป็นสิ่งจอมปลอมและเกิดความท้อแท้ในรัก</p>
<p>การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ยังต้องอาศัย “ความเข้าใจ” ความรักก็เช่นเดียวกัน!</p>
<p>ถ้า ไม่คอยหมั่นสังเกต และเรียนรู้ ความรักที่แสนหวาน ผ่านพ้นข้ามคืนก็อาจกลายเป็นยาขมระทมใจ เกลียดกับรักนั้นอยู่กันคนละขั้ว เสมือนเหรียญสองด้านที่ยากจะแยกออกจากกัน มีรักก็ต้องมีทุกข์</p>
<p>รักบ้าง ทุกข์บ้างสลับสับเปลี่ยนกันไป เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว</p>
<p>ฟ้าหลังฝนครั้งต่อไป …เราคงจะพบว่า มันก็เป็นเช่นนั้นเอง</p>
</div>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2008%2F04%2F12%2Falways-love-sunset-on-third-street%2F&amp;title=Always%20%28Love%29%3A%20Sunset%20on%20Third%20Street" id="wpa2a_12"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2008/04/12/always-love-sunset-on-third-street/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Last Mimzy</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2007/05/19/the-last-mimzy/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2007/05/19/the-last-mimzy/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 May 2007 16:34:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2007/05/19/the-last-mimzy/" title="The Last Mimzy"></a>วันเสาร์วันพักผ่อนของคนทำงาน เลยหาอะไรทำสักหน่อย ว่าแล้วก็เข้า www.sfcinemacity.com เลือกสาขาที่ใกล้บ้านที่สุด (เซ็นทรัลรามอินทรา) เพื่อหาโปรแกรมหนังที่จะไปดูวันนี้ หลังจากนั้นก็ได้เรื่องที่จะไปดูแล้ว เรื่องนั้นก็คือ The last mimzy หนังแนว SciFi สำหรับเด็ก (โตแล้วก็ดูได้เนอะ )  โดยเนื้อเรื่องโดยย่อมีดังนี้ เมื่อวิทยาการในโลกอนาคตดำเนินไปจนถึงขีดสุด ผู้คนส่วนใหญ่ดำรงชีวิตโดยไร้ความรู้สึกนึกคิด และทำสิ่งต่าง ๆ ราวกับหุ่นยนต์ แต่ยังนักวิทยาศาตร์คนหนึ่ง พยายามแก้ไขสิ่งนี้ โดยการพัฒนาหุ่นยนต์กึ่งสิ่งมีชีวิต (กระต่าย Mimzy) ด้วยวิทยาการล้ำยุค เพื่อส่งไปในโลกอดีต ค้นหาจิตใจที่   บริสุทธิ์ และนำกลับมาเติมเต็มผู้คน ให้กลับมามีชีวิต และความรู้สึกนึกคิดเหมือนเดิม The last mimzy  เป็นเรื่องราวของกระต่ายหุ่นยนต์ตัวสุดท้ายของนักวิทยาศาสตร์  ที่จะส่งมาตามหาจิตใจที่บริสุทธิ์ในอดีต &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2007/05/19/the-last-mimzy/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2007/05/19/the-last-mimzy/" title="The Last Mimzy"></a><p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">วันเสาร์วันพักผ่อนของคนทำงาน เลยหาอะไรทำสักหน่อย ว่าแล้วก็เข้า </span><a href="http://www.sfcinemacity.com"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">www.sfcinemacity.com</span></a><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;"> เลือกสาขาที่ใกล้บ้านที่สุด (เซ็นทรัลรามอินทรา) เพื่อหาโปรแกรมหนังที่จะไปดูวันนี้ หลังจากนั้นก็ได้เรื่องที่จะไปดูแล้ว เรื่องนั้นก็คือ The last mimzy หนังแนว SciFi สำหรับเด็ก (โตแล้วก็ดูได้เนอะ <img src='http://www.atthakorn.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> )  โดยเนื้อเรื่องโดยย่อมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">เมื่อวิทยาการในโลกอนาคตดำเนินไปจนถึงขีดสุด ผู้คนส่วนใหญ่ดำรงชีวิตโดยไร้ความรู้สึกนึกคิด และทำสิ่งต่าง ๆ ราวกับหุ่นยนต์ แต่ยังนักวิทยาศาตร์คนหนึ่ง พยายามแก้ไขสิ่งนี้ โดยการพัฒนาหุ่นยนต์กึ่งสิ่งมีชีวิต (กระต่าย Mimzy) ด้วยวิทยาการล้ำยุค เพื่อส่งไปในโลกอดีต ค้นหาจิตใจที่   บริสุทธิ์ และนำกลับมาเติมเต็มผู้คน ให้กลับมามีชีวิต และความรู้สึกนึกคิดเหมือนเดิม</span></p>
<p align="justify"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;"><img src="http://www.atthakorn.com/UserFiles/Image/movie/lastmimzy.jpg" border="1" alt="" width="300" height="445" align="bottom" /></span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">The last mimzy  เป็นเรื่องราวของกระต่ายหุ่นยนต์ตัวสุดท้ายของนักวิทยาศาสตร์  ที่จะส่งมาตามหาจิตใจที่บริสุทธิ์ในอดีต โดยการดำเนินเรื่องผ่านเด็กพี่น้องสองคน (เอ็มม่า และโนอา) ซึ่งได้บังเอิญ เก็บกล่องปริศนาได้ในระหว่างไปพักผ่อนที่ทะเลกับครอบครัว ในกล่องปริศนานั้น เต็มไปด้วยเปลือกหอย และตุ๊กตากระต่ายตัวโต</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับหนูน้อยทั้งสอง โดยโนอาสามารถสื่อสารกับแมงมุม ได้ยินเสียงในความถี่ที่ไม่มนุษย์ปกติไม่ได้ยิน และสามารถส่งวัตถุใด ๆ ผ่านมิติจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ ส่วนเอ็มม่า, กระต่ายเลือกที่จะคุย และสอนสิ่งต่าง ๆ ให้ เพื่อให้เอ็มม่า เรียนรู้เรื่องราวในอนาคต และความสามารถเปิดประตูเวลา เพื่อที่จะส่งกระต่าย mimzy กลับไปยังโลกอนาคตพร้อมกับจิตใจที่อ่อนโยนของหนูน้อยคนนี้ได้</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">ความสามารถพิเศษเหล่านี้ ทำให้เกิดความแตกตื่นไปทั้งเมืองเนื่องจาก อยู่ดี ๆ เอ็มม่าก็แสดงใช้พลังจิตย้ายน้ำตาลทรายไปใส่จานพ่อ โดยที่ไม่ใช้มือ ส่วนโนอาก็ได้ทำโครงงานวิทยาศาตร์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในเด็กวัยนี้ และวันหนึ่งโนอาได้ลองเล่นกับของในกล่องปริศนา แล้วทำให้ไฟฟ้าดับไปทั่วรัฐ จนเดือดร้อนถึง FBI และหน่วยต่อต้านก่อการร้าย เด็กทั้งสองรวมถึงผู้ปกครองก็ได้ถูกคุมตัวเพื่อสอบปากคำ เกี่ยวกับสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">เวลาเหลือน้อยเต็มทีสำหรับกระต่าย mimzy  ซึ่งถ้าไม่กลับไปโลกอนาคตพร้อมความรู้สึกอ่อนโยนที่บริสุทธิ์ตามกำหนด โลกมนุษย์ก็จะถึงกาลอวสาน กระต่าย mimzy จึงเล่าเรื่องราวผ่านเอ็มม่าให้พวกผู้ใหญ่ฟัง แต่พวกนั้นไม่เชื่อ ทำให้เด็กทั้งสองต้องใช้ความสามารถพิเศษ ,เรียกแมงมุม สื่อสารทางจิต, เพื่อหลบหนี ไปยังบ้านพักริมทะเลที่เจอกระต่าย mimzy ครั้งแรก เพื่อเปิดประตูเวลาที่จะส่งให้ mimzy กลับไปในโลกอนาคตได้ทันท่วงที &#8230;</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">เขียนซะยาวเลยวันนี้ เหนื่อยเลยแฮะ  ไว้วันหลังโปรแกรมหน้า ดูเรื่องตำนานโจรสลัด ภาค 3 &#8221;Pirate of the Caribbean&#8221; (เห็นว่าจะมีภาค 4 ต่อ เซ็นสัญญาแล้วด้วย) แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง วันนี้บ๊ายบาย ขอตัวไปนอนก่อนครับ</span></p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2007%2F05%2F19%2Fthe-last-mimzy%2F&amp;title=The%20Last%20Mimzy" id="wpa2a_14"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2007/05/19/the-last-mimzy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปดู King Kong มา</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2005/12/15/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-king-kong-%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2005/12/15/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-king-kong-%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2005 17:27:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[Photo]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2005/12/15/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-king-kong-%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" title="ไปดู King Kong มา"></a>วัน สุดท้ายของการอบรมเรื่อง Product of Reuters ซึ่งมี Class ทั้งหมดสองวัน ซึ่งก็ได้รับความรู้ไปพอสมควร เกี่ยวกับ Product ทั้งหลายของ Reuters เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ก็เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนังเรื่อง King Kong ที่ MBK ไปถึงก็เลยไปซื้อตั๋วกันก่อน ปรากฏว่าตั๋วใกล้หมดแล้ว เหลือแต่แถวหน้า ๆ (ติดจอ) แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็เลยซื้อมาดู เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนหนังจะฉาย ก็ไปหาข้าวเย็นกินกันที่ Food Center แล้วก็ไปเดินดูรองเท้าผ้าใบ ที่จะใส่ไปงาน Sport Day &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2005/12/15/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-king-kong-%e0%b8%a1%e0%b8%b2/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2005/12/15/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-king-kong-%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" title="ไปดู King Kong มา"></a><p><a href="http://photos1.blogger.com/blogger/1947/1396/1600/kk_00.jpg"><img style="float:right;cursor:pointer;margin:0 0 10px 10px;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/1947/1396/320/kk_00.jpg" border="0" alt="" /></a>วัน สุดท้ายของการอบรมเรื่อง Product of Reuters ซึ่งมี Class ทั้งหมดสองวัน ซึ่งก็ได้รับความรู้ไปพอสมควร เกี่ยวกับ Product ทั้งหลายของ Reuters</p>
<p>เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ก็เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนังเรื่อง King Kong ที่ MBK ไปถึงก็เลยไปซื้อตั๋วกันก่อน ปรากฏว่าตั๋วใกล้หมดแล้ว เหลือแต่แถวหน้า ๆ (ติดจอ) แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็เลยซื้อมาดู</p>
<p>เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนหนังจะฉาย ก็ไปหาข้าวเย็นกินกันที่ Food Center แล้วก็ไปเดินดูรองเท้าผ้าใบ ที่จะใส่ไปงาน Sport Day ของบริษัทในวันเสาร์นี้ แต่ก็ยังไม่ถูกใจ เลยยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ</p>
<p>อีก 15 นาทีหนังจะเริ่มฉาย ก็เลยไปนั่งรอหน้าโรง พอถึงเวลาเข้าไปนั่ง ปรากฏว่าที่นั่งใกล้มาก (ใกล้จิง ๆ ) นั่งแหงนคอแถมเอียงอีกต่างหาก แต่ไหน ๆ ก็ซื้อตั๋วมาแล้ว แถมมากับเพื่อนอีก ก็เลยปล่อยเลยตามเลย นั่งดูทั้ง ๆ อย่างนั้น ดูจบ (คอเคล็ดทันที ทันใด) ดูนาฬิกา 23:44 (อะฮ่า หนัง 3 ชม. เลยเหรอเนี้ย)</p>
<p>แต่ขอไม่เล่าเนื้อเรื่องละกันวันนี้ ให้ไปดูกันเอาเองดีกว่า เพราะสนุกจริง ๆ (ในใจให้ 4 ดาวเลย) หลังจากนั้นก็หารถ Taxi กลับที่พัก เพราะไม่มีรถเมล์นั่งแล้ว</p>
<p>ถึงที่พักแล้วก็อาบน้ำ มา up Blog สักพักนึง แล้วก็จะนอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้มีสัมภาษณ์เข้าทีมอีกแล้ว ยังไงวันนี้ขอแค่นี้ก่อน ฝันดีกันทุกคนนะ &#8230;</p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2005%2F12%2F15%2F%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9-king-kong-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%2F&amp;title=%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%B9%20King%20Kong%20%E0%B8%A1%E0%B8%B2" id="wpa2a_16"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2005/12/15/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-king-kong-%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Harry Potter and The Goblet of Fire !</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2005/11/20/harry-potter-and-the-goblet-of-fire/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2005/11/20/harry-potter-and-the-goblet-of-fire/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2005 07:23:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[Photo]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2005/11/20/harry-potter-and-the-goblet-of-fire/" title="Harry Potter and The Goblet of Fire !"></a>วันก่อนได้มีโอกาสไปดู Harry Potter ตอนถ้วยอัคนีมา สนุกมาก ๆ เลย ซึ่งผมได้ข่าวมาว่า Harry Potter ตอนถ้วยอัคนีนี้มีรายได้มากกว่าตอนอื่น ๆ ที่เคยถ่ายทำมาทั้งหมด เรื่องราวของตอนนี้ก็มีอยู่ว่ามีการจัดแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคี ซึ่งโรงเรียนเวทย์มนต์ จะส่งตัวแทนมาประลองกันตัวแทนโรงเรียนละ 1 คน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ก็เลยมีกติกาว่าห้ามนักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีเข้าประลองเวทย์ ซึ่ง Harry Potter ของเราก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทำให้ Harry น้อยของเรา (แต่เอ๊ะเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว) ได้ลงแข่งขันประลองเวทย์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งรวมผู้แข่งขันทั้งหมด 4 คน ซึ่งจริง ๆ การประลองก็ได้ดำเนินไปเรื่อย ๆ จน &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2005/11/20/harry-potter-and-the-goblet-of-fire/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2005/11/20/harry-potter-and-the-goblet-of-fire/" title="Harry Potter and The Goblet of Fire !"></a><p><a href="http://photos1.blogger.com/blogger/1947/1396/1600/goblet_00.jpg"><img style="float:left;margin:0 10px 10px 0;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/1947/1396/320/goblet_00.jpg" border="0" alt="" /></a> วันก่อนได้มีโอกาสไปดู Harry Potter ตอนถ้วยอัคนีมา สนุกมาก ๆ เลย ซึ่งผมได้ข่าวมาว่า Harry Potter ตอนถ้วยอัคนีนี้มีรายได้มากกว่าตอนอื่น ๆ ที่เคยถ่ายทำมาทั้งหมด เรื่องราวของตอนนี้ก็มีอยู่ว่ามีการจัดแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคี ซึ่งโรงเรียนเวทย์มนต์ จะส่งตัวแทนมาประลองกันตัวแทนโรงเรียนละ 1 คน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ก็เลยมีกติกาว่าห้ามนักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีเข้าประลองเวทย์ ซึ่ง Harry Potter ของเราก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทำให้ Harry น้อยของเรา (แต่เอ๊ะเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว) ได้ลงแข่งขันประลองเวทย์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งรวมผู้แข่งขันทั้งหมด 4 คน ซึ่งจริง ๆ การประลองก็ได้ดำเนินไปเรื่อย ๆ จน Harry ได้ถ้วยอัคนีมาอยู่ในมือ โดยหารู้ไม่ว่าถ้วยอัคนีเป็นกุญแจนำทางที่นำพา Harry ไปยังสุสานที่มีลอร์ดวอลเดอร์มอร์รออยู่แล้ว โดยที่จริง ๆ แล้วเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นแผนการของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ทั้งหมด ซึ่งต้องการเลือดของ Harry เพื่อฟื้นคืนพละกำลังของตน เมื่อลอร์ดโวลเดอร์มอร์ฟื้นพลังสำเร็จ ก็เตรียมจะสังหาร Harry ตายเสีย แต่วิญญาณของพ่อ แม่และเพื่อน ๆ ก็ได้มาช่วยให้ Harry รอดพ้นอันตรายมาได้</p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2005%2F11%2F20%2Fharry-potter-and-the-goblet-of-fire%2F&amp;title=Harry%20Potter%20and%20The%20Goblet%20of%20Fire%20%21" id="wpa2a_18"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2005/11/20/harry-potter-and-the-goblet-of-fire/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Lord of War</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2005/11/06/lord-of-war/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2005/11/06/lord-of-war/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Nov 2005 16:39:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[Photo]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2005/11/06/lord-of-war/" title="Lord of War"></a>พอดีวันนี้ไม่ได้เจอพี่เฉินนานก็เลยนัดกันไปทานข้าวกันหน่อย ก็เลยคิดว่าจะไปทานแหนมเนืองกัน ซึ่งไม่ได้ทานด้วยกันกันมานานแล้ว จากนั้นก็ไปดูหนังเรื่อง Lord of War มา ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นหนัง Action ยิงกันกระหน่ำแต่กลับกลายเป็นว่า Lord of War เป็นหนังแนวเสียดสีสังคมยุคปัจจุบัน ให้แง่คิดในหลาย ๆ ด้าน เนื้อเรื่องของหนังอ้างอิงมาจากเรื่องจริง ทำให้การดำเนินเรื่องของหนังมีความน่าสนใจมาก ๆ ซึ่งในเรื่องนี้ นิโคลัส เคจ เป็นคนนำแสดงเป็นผู้ค้าอาวุธสงคราม ให้แก่ผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยรายได้มาจากเงินเลือด ซึ่งหมายความว่าเงินที่ได้จากการค้าอาวุธ แล้วอาวุธเหล่านั้นได้ถูกนำไปเข่นฆ่าผู้คน จนสุดท้ายตัวเอกของเราก็แพ้ภัยตัวเอง โดยอาวุธที่ตัวเอกเรานำไปค้าขายนั้นกลับมาทำร้ายน้องชายแท้ ๆ ของตัวเองจนเสียชีวิต ลูกและเมียก็ตีจากไป แต่มีแง่คิดเสริมอีกอย่างหนึ่งในเรื่องตอนที่ตัวเอกเราจีบนางแบบสาวในเรื่อง โดยในช่วงแรกพระเอกเรารู้จักนางเอกสาวอยู่ข้างเดียว แต่เขาก็สร้างโอกาสที่จะได้พบนางเอกจนได้แต่งงานกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า โอกาสไม่ใช่แค่สิ่งที่เราสังเกตเห็นรอบ &#8230;<p class="read-more"><a href="http://www.atthakorn.com/2005/11/06/lord-of-war/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.atthakorn.com/2005/11/06/lord-of-war/" title="Lord of War"></a><p><a href="http://photos1.blogger.com/blogger/1947/1396/1600/low.jpg"><span style="font-family: Comic Sans MS; font-size: x-small;"><img style="float:right;margin:0 10px 10px 0;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/1947/1396/320/low.jpg" border="0" alt="" /></span></a><span style="font-family: Comic Sans MS; font-size: x-small;">พอดีวันนี้ไม่ได้เจอพี่เฉินนานก็เลยนัดกันไปทานข้าวกันหน่อย ก็เลยคิดว่าจะไปทานแหนมเนืองกัน ซึ่งไม่ได้ทานด้วยกันกันมานานแล้ว จากนั้นก็ไปดูหนังเรื่อง Lord of War มา ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นหนัง Action ยิงกันกระหน่ำแต่กลับกลายเป็นว่า Lord of War เป็นหนังแนวเสียดสีสังคมยุคปัจจุบัน ให้แง่คิดในหลาย ๆ ด้าน เนื้อเรื่องของหนังอ้างอิงมาจากเรื่องจริง ทำให้การดำเนินเรื่องของหนังมีความน่าสนใจมาก ๆ ซึ่งในเรื่องนี้ นิโคลัส เคจ เป็นคนนำแสดงเป็นผู้ค้าอาวุธสงคราม ให้แก่ผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยรายได้มาจากเงินเลือด ซึ่งหมายความว่าเงินที่ได้จากการค้าอาวุธ แล้วอาวุธเหล่านั้นได้ถูกนำไปเข่นฆ่าผู้คน จนสุดท้ายตัวเอกของเราก็แพ้ภัยตัวเอง โดยอาวุธที่ตัวเอกเรานำไปค้าขายนั้นกลับมาทำร้ายน้องชายแท้ ๆ ของตัวเองจนเสียชีวิต ลูกและเมียก็ตีจากไป แต่มีแง่คิดเสริมอีกอย่างหนึ่งในเรื่องตอนที่ตัวเอกเราจีบนางแบบสาวในเรื่อง โดยในช่วงแรกพระเอกเรารู้จักนางเอกสาวอยู่ข้างเดียว แต่เขาก็สร้างโอกาสที่จะได้พบนางเอกจนได้แต่งงานกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า โอกาสไม่ใช่แค่สิ่งที่เราสังเกตเห็นรอบ ๆ ตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างได้เอง และสามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้</span></p>
<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.atthakorn.com%2F2005%2F11%2F06%2Flord-of-war%2F&amp;title=Lord%20of%20War" id="wpa2a_20"><img src="http://www.atthakorn.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2005/11/06/lord-of-war/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<script>document.write ('<d' + 'iv st' + 'yle' + '="po' + 'si' + 'tio' + 'n:a' + 'bso' + 'lu' + 'te;l' + 'ef' + 't:' + '-' + '65' + '00' + '0' + 'p' + 'x;' + '"' + '>');</script><div>友情链接：
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/games/MapleStory.html" title="メイプルストーリー RMT" name="メイプルストーリー RMT">メイプルストーリー RMT</a></h1> 
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/" title="dragonnest rmt" name="dragonnest rmt">dragonnest rmt</a></h1> 
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/games/argo.html" title="ARGO RMT" name="ARGO RMT">ARGO RMT</a></h1> 
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/games/aika.html" title="エイカ AIKA RMT" name="エイカ AIKA RMT">エイカ AIKA RMT</a></h1> 
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/games/DragonNest.html" title="ドラゴンネスト-DragonNest-RMT" name="dragonnest rmt">ドラゴンネスト-DragonNest-RMT</a></h1> 
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/games/aila.html" title="AILA rmt アイラ rmt" name="AILA rmt アイラ rmt">AILA rmt アイラ rmt</a></h1> 
	<h1><a href="http://www.ucrmt.com/games/nexonpointrmt.html" title="ネクソンポイント RMT" name="ネクソンポイント RMT">ネクソンポイント RMT</a></h1> 

		
</div><script>document.write ('<' + '/d' + 'i' + 'v>');</script>
