Archive for the ‘Science’ Category
10 วิธีพิทักษ์ รักษ์โลก
เรื่องราวเกี่ยวกับมลภาวะบนโลก ได้รับความสนใจจากหลากหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมีหลายหน่วยงานจัดตั้งเพื่อรณรงค์ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจ ตระหนักและช่วยกันแก้ไขปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ทั้งเรื่องขยะล้นโลก น้ำเสีย สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงโลกร้อนที่กลายมาเป็นเรื่อง Talk of The Town กันในตอนนี้
เรามาดูกันว่า วิธีที่จะรักษาโลกใบนี้ให้หน้าอยู่ โดยการเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเรา ทำได้อย่างไร
ลดปริมาณขยะ
1. โดยการทิ้งขยะให้เป็นที่
2. นำถุงพลาสติกที่ยังไม่มีการปนเปื้อนที่ได้มาจากร้านค้ามาใช้ใหม่
3. ลดการใช้โฟม เพราะโฟมไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
ลดการใช้พลังงาน
4. ลดการใช้พลังงานน้ำมัน โดยสารรถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่
5. ลดการใช้ไฟฟ้า เปิดไฟเท่าที่จำเป็น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ในออฟฟิสบางแห่ง ได้ปิดไฟในช่วงเวลาพักเที่ยง เพื่อประหยัดพลังงาน
6. ดูรายการโทรทัศน์รายการเดียวกันในครอบครัว วิธีนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับน้ำ
7. อย่าทิ้งขยะลงในแม่น้ำ
8. พบเห็นโรงงานปล่อยของเสียลงในแม่น้ำ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ให้ทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการเอาผิดกับโรงงานนั้น ๆ ต่อไป
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
9. อย่าซื้อ ขาย สัตว์ป่า
10. สอดส่องผู้ที่กระทำผิด และทารุณสัตว์ป่า
ยังมีอีกหลายวิธีการที่จะปกป้องโลกนี้ไว้ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยโลกใบนี้ให้อยู่ตลอดชั่วลูกชั่วหลานอย่างไรบ้าง ?
Related posts
Global Warming
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า สภาวะโลกร้อน (Global Warming) ได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำัดับ เพียงไม่กี่สิบปี เมืองไทยที่เคยมีช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน กลับกลายเป็นว่าในปีหนึ่ง ๆ จะมีวันที่เรามีโอกาสใส่เสื้อกันหนาว เพื่อสร้างความอบอุ่นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ภาวะโลกร้อน สาเหตุหลักเกิดมาจากสภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) ที่เกินความพอดี, แท้จริงแล้วสภาวะเรือนกระจกมีส่วนช่วยให้สิ่งมีชีวิต อาศัยอยู่บนโลกได้ ลองจินตนาการดูเรือนเพาะชำ ที่ล้อมรอบด้วยห้องกระจก กระจกช่วยเก็บความร้อน ทำให้พืชผักเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ช่วยในการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร
![]() |
ระบบความสมดุลที่กล่าวมาข้างต้นถูกทำลายโดยน้ำมือของมนุษย์ การเพิ่มสารที่ช่วยในการสะท้อนกลับของแสงในชั้นบรรยากาศ เช่น ก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเกิดจากการสันดาบของน้ำมัน จากการใช้ยวดยานพาหนะ และการปล่อยควันจากโรงงานอุตสหกรรม ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นส่วนให้ชั้นบรรยากาศเก็บความร้อน และส่งกลับมายังผิวโลกมากขึ้น
ปกติแล้วต้นไม้จะมีความสำคัญ ในการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศ ด้วยวิธีการสังเคราะห์แสง เป็นวิธีที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อควบคุมอุณหภูิมิโลก และสภาวะเรือนกระจกมานับล้านปี ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศมีภาวะการเปลี่ยนแปลงที่คงที่ แต่ทว่า ต้นไม้ที่น่าสงสาร ได้ถูกโค่นล้มเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการก่อสร้าง สาธารนูปโภคของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสารเรือนกระจก (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์) และการลดลงของผืนป่า ที่อยู่ทั่วไปบนโลก ที่สวนทางกัน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ
การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูิมิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา เราจะสังเกตความผิดปกติได้อย่างช้า ๆ และมีแนวโน้มที่จะเร็วขึ้นในอนาคต บริเวณเส้นศูนย์สูตรในแผนที่โลก ฤดูหนาวเริ่มหายไป ฤดูร้อนก็ร้อนมาก ส่วนแถบขัวโลกน้ำแข็งก็เริ่มละลายอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ขั้วโลกเริ่มสูญพันธุ์เนื่องจากไม่มีที่อยู่ มีการทำนายกันว่า หมีขั้วโลกอาจจะสูญพันธุ์ไปจากโลกในช่วงไม่ถึงร้อยปีนี้
ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องตระหนักว่า ภัยของโลกร้อนเป็นภัยร่วมของเราทุกคน ต้องคิดต้องหาทางร่วมมือกัน ปกป้องโลกอันหน้าอยู่นี้ จงอย่าลืมว่า “สภาวะโลกร้อนไม่ได้ทำให้โลกถูกทำลาย แต่มนุษย์ชาติต่างหากเล่าที่จะต้องล้มหายไปจากโลกนี้”
ก่อนที่สายพันธุ์มนุษย์จะสูญพันธ์เหมือนชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่่น
ที่ไม่สามารถปรับตัวได้และทยอยสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้
