<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>A Long Way Journey &#187; Science</title>
	<atom:link href="http://www.atthakorn.com/category/science/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.atthakorn.com</link>
	<description>Love, Intellect, Freedom and Ordinary Man</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 Jun 2010 02:40:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>10 วิธีพิทักษ์ รักษ์โลก</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2007/10/05/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2007/10/05/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Oct 2007 03:45:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[earth]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=112</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องราวเกี่ยวกับมลภาวะบนโลก ได้รับความสนใจจากหลากหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมีหลายหน่วยงานจัดตั้งเพื่อรณรงค์ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจ ตระหนักและช่วยกันแก้ไขปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ทั้งเรื่องขยะล้นโลก น้ำเสีย สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงโลกร้อนที่กลายมาเป็นเรื่อง Talk of The Town กันในตอนนี้ เรามาดูกันว่า วิธีที่จะรักษาโลกใบนี้ให้หน้าอยู่ โดยการเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเรา ทำได้อย่างไร ลดปริมาณขยะ 1. โดยการทิ้งขยะให้เป็นที่ 2. นำถุงพลาสติกที่ยังไม่มีการปนเปื้อนที่ได้มาจากร้านค้ามาใช้ใหม่ 3. ลดการใช้โฟม เพราะโฟมไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน 4. ลดการใช้พลังงานน้ำมัน โดยสารรถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่ 5. ลดการใช้ไฟฟ้า เปิดไฟเท่าที่จำเป็น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ในออฟฟิสบางแห่ง ได้ปิดไฟในช่วงเวลาพักเที่ยง เพื่อประหยัดพลังงาน 6. ดูรายการโทรทัศน์รายการเดียวกันในครอบครัว วิธีนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับน้ำ 7. อย่าทิ้งขยะลงในแม่น้ำ 8. พบเห็นโรงงานปล่อยของเสียลงในแม่น้ำ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ให้ทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการเอาผิดกับโรงงานนั้น ๆ ต่อไป รักษาพันธุ์สัตว์ป่า 9. อย่าซื้อ ขาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องราวเกี่ยวกับมลภาวะบนโลก ได้รับความสนใจจากหลากหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมีหลายหน่วยงานจัดตั้งเพื่อรณรงค์ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจ ตระหนักและช่วยกันแก้ไขปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ทั้งเรื่องขยะล้นโลก น้ำเสีย สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงโลกร้อนที่กลายมาเป็นเรื่อง Talk of The Town กันในตอนนี้</p>
<p>เรามาดูกันว่า วิธีที่จะรักษาโลกใบนี้ให้หน้าอยู่ โดยการเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเรา ทำได้อย่างไร</p>
<p><strong>ลดปริมาณขยะ</strong><br />
1. โดยการทิ้งขยะให้เป็นที่<br />
2. นำถุงพลาสติกที่ยังไม่มีการปนเปื้อนที่ได้มาจากร้านค้ามาใช้ใหม่<br />
3. ลดการใช้โฟม เพราะโฟมไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ</p>
<p><strong>ลดการใช้พลังงาน</strong><br />
4. ลดการใช้พลังงานน้ำมัน โดยสารรถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่<br />
5. ลดการใช้ไฟฟ้า เปิดไฟเท่าที่จำเป็น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ในออฟฟิสบางแห่ง ได้ปิดไฟในช่วงเวลาพักเที่ยง เพื่อประหยัดพลังงาน<br />
6. ดูรายการโทรทัศน์รายการเดียวกันในครอบครัว วิธีนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>เพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับน้ำ</strong><br />
7. อย่าทิ้งขยะลงในแม่น้ำ<br />
8. พบเห็นโรงงานปล่อยของเสียลงในแม่น้ำ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ให้ทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการเอาผิดกับโรงงานนั้น ๆ ต่อไป</p>
<p><strong>รักษาพันธุ์สัตว์ป่า</strong><br />
9. อย่าซื้อ ขาย สัตว์ป่า<br />
10. สอดส่องผู้ที่กระทำผิด และทารุณสัตว์ป่า</p>
<p>ยังมีอีกหลายวิธีการที่จะปกป้องโลกนี้ไว้ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยโลกใบนี้ให้อยู่ตลอดชั่วลูกชั่วหลานอย่างไรบ้าง ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2007/10/05/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Global Warming</title>
		<link>http://www.atthakorn.com/2007/06/21/global-warming/</link>
		<comments>http://www.atthakorn.com/2007/06/21/global-warming/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jun 2007 00:36:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Atthakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[earth]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.atthakorn.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า สภาวะโลกร้อน (Global Warming) ได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำัดับ เพียงไม่กี่สิบปี เมืองไทยที่เคยมีช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน กลับกลายเป็นว่าในปีหนึ่ง ๆ จะมีวันที่เรามีโอกาสใส่เสื้อกันหนาว เพื่อสร้างความอบอุ่นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ภาวะโลกร้อน สาเหตุหลักเกิดมาจากสภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) ที่เกินความพอดี, แท้จริงแล้วสภาวะเรือนกระจกมีส่วนช่วยให้สิ่งมีชีวิต อาศัยอยู่บนโลกได้ ลองจินตนาการดูเรือนเพาะชำ ที่ล้อมรอบด้วยห้องกระจก กระจกช่วยเก็บความร้อน ทำให้พืชผักเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ช่วยในการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ระบบความสมดุลที่กล่าวมาข้างต้นถูกทำลายโดยน้ำมือของมนุษย์ การเพิ่มสารที่ช่วยในการสะท้อนกลับของแสงในชั้นบรรยากาศ เช่น ก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเกิดจากการสันดาบของน้ำมัน จากการใช้ยวดยานพาหนะ และการปล่อยควันจากโรงงานอุตสหกรรม ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นส่วนให้ชั้นบรรยากาศเก็บความร้อน และส่งกลับมายังผิวโลกมากขึ้น ปกติแล้วต้นไม้จะมีความสำคัญ ในการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศ ด้วยวิธีการสังเคราะห์แสง เป็นวิธีที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อควบคุมอุณหภูิมิโลก และสภาวะเรือนกระจกมานับล้านปี ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศมีภาวะการเปลี่ยนแปลงที่คงที่ แต่ทว่า ต้นไม้ที่น่าสงสาร ได้ถูกโค่นล้มเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการก่อสร้าง สาธารนูปโภคของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสารเรือนกระจก (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์) และการลดลงของผืนป่า ที่อยู่ทั่วไปบนโลก ที่สวนทางกัน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูิมิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 19 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า สภาวะโลกร้อน (Global Warming) ได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำัดับ เพียงไม่กี่สิบปี เมืองไทยที่เคยมีช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน กลับกลายเป็นว่าในปีหนึ่ง ๆ จะมีวันที่เรามีโอกาสใส่เสื้อกันหนาว เพื่อสร้างความอบอุ่นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น</p>
<p>ภาวะโลกร้อน สาเหตุหลักเกิดมาจากสภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) ที่เกินความพอดี, แท้จริงแล้วสภาวะเรือนกระจกมีส่วนช่วยให้สิ่งมีชีวิต อาศัยอยู่บนโลกได้ ลองจินตนาการดูเรือนเพาะชำ ที่ล้อมรอบด้วยห้องกระจก กระจกช่วยเก็บความร้อน ทำให้พืชผักเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ช่วยในการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.atthakorn.com/UserFiles/Image/article/greenhouse_effect.jpg" border="1" alt="" width="400" height="263" align="bottom" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ระบบความสมดุลที่กล่าวมาข้างต้นถูกทำลายโดยน้ำมือของมนุษย์ การเพิ่มสารที่ช่วยในการสะท้อนกลับของแสงในชั้นบรรยากาศ เช่น ก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเกิดจากการสันดาบของน้ำมัน จากการใช้ยวดยานพาหนะ และการปล่อยควันจากโรงงานอุตสหกรรม ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นส่วนให้ชั้นบรรยากาศเก็บความร้อน และส่งกลับมายังผิวโลกมากขึ้น</p>
<p>ปกติแล้วต้นไม้จะมีความสำคัญ ในการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศ ด้วยวิธีการสังเคราะห์แสง เป็นวิธีที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อควบคุมอุณหภูิมิโลก และสภาวะเรือนกระจกมานับล้านปี ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในอากาศมีภาวะการเปลี่ยนแปลงที่คงที่ แต่ทว่า ต้นไม้ที่น่าสงสาร ได้ถูกโค่นล้มเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการก่อสร้าง สาธารนูปโภคของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสารเรือนกระจก (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์) และการลดลงของผืนป่า ที่อยู่ทั่วไปบนโลก ที่สวนทางกัน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.atthakorn.com/UserFiles/Image/article/temp2.JPG" border="1" alt="" width="400" height="296" align="bottom" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูิมิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา เราจะสังเกตความผิดปกติได้อย่างช้า ๆ และมีแนวโน้มที่จะเร็วขึ้นในอนาคต บริเวณเส้นศูนย์สูตรในแผนที่โลก ฤดูหนาวเริ่มหายไป ฤดูร้อนก็ร้อนมาก ส่วนแถบขัวโลกน้ำแข็งก็เริ่มละลายอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ขั้วโลกเริ่มสูญพันธุ์เนื่องจากไม่มีที่อยู่ มีการทำนายกันว่า หมีขั้วโลกอาจจะสูญพันธุ์ไปจากโลกในช่วงไม่ถึงร้อยปีนี้</p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องตระหนักว่า ภัยของโลกร้อนเป็นภัยร่วมของเราทุกคน ต้องคิดต้องหาทางร่วมมือกัน ปกป้องโลกอันหน้าอยู่นี้ จงอย่าลืมว่า &#8220;สภาวะโลกร้อนไม่ได้ทำให้โลกถูกทำลาย แต่มนุษย์ชาติต่างหากเล่าที่จะต้องล้มหายไปจากโลกนี้&#8221;</p>
<p>ก่อนที่สายพันธุ์มนุษย์จะสูญพันธ์เหมือนชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่่น<br />
ที่ไม่สามารถปรับตัวได้และทยอยสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.atthakorn.com/2007/06/21/global-warming/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
