Category Archives: Travel - Page 2

ทัวร์เยาวราช

วัน นี้ไปเยาวราชมา กะว่าไปถ่ายภาพบรรยากาศงานวันตรุษจีนแต่เนิ่น ๆ คนจะได้ไม่เยอะ เราก็คิดว่าเค้าคงจัดเตรียมงานวันตรุษจีนเรียบร้อยแล้ว (วันที่ 29-30 มค.) แต่ที่ไหนได้ เค้ายังเตรียมงานไม่เสร็จเลย เรารึก็ออกจากหอพักตั้งแต่ 6 โมงเช้า พอได้เวลาออกจากหอแล้วก็ไปยังออฟฟิส ซึ่งได้นัดกับพี่โน๊ตไว้ จากนั้นก็พากันนั่งรถเมล์สาย 4 มาจากออฟฟิสไปยังเยาวราช เมื่อไปถึงก็ไปกินโจ๊กแล้วนั่งคุยกันเรื่องกล้องหน่อย จากนั้นก็เริ่มออกทัวร์เยาวราชยามเช้า

เริ่มที่ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียน) ก็มีการประดับประดาด้วยโคมต่าง ๆ สวยงาม ข้าง ๆ ซุ้มก็มีมังกรทอง ตัวใหญ่ซึ่งรัฐบาลจีนส่งมาเป็นของขวัญให้ประเทศไทยในวันตรุษจีน

พอ เก็บภาพได้ซักหน่อย ก็ข้ามไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ศาลเจ้า ต่อด้วยวัดมังกร (ใกล้ ๆ กัน) แต่ละที่ก็เริ่มมีคนทยอยมากันบ้างแล้ว (คิดว่าพรุ่งนี้คนจะมากกว่านี้) …

สรุปแล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรน่า ตื่นตาตื่นใจซักเท่าไหร่ คิดว่าพรุ่งนี้จะไปอีกช่วงบ่าย ๆ น่าจะมีอะไรชวนสนใจอีกนิด ไว้พรุ่งนี้จะมา upload ภาพให้ดู วันนี้เอาภาพด่อง ๆ ไปดูก่อน ปรับวัดแสงผิด ภาพเลยออกมาสว่าง ๆ แปลก ๆ เจอกันต่อพรุ่งนี้จ้า … :)

Share

สวนหลวง ร.9

วันนี้ไปสวนหลวง ร.9 มา ซึ่งสวนหลวงแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในศุภมงคลสมัยที่ ทรงพระเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ตั้งอยู่่ริมถนน สุขุมวิท 103 (อุดมสุข) แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม สนนค่าเข้าก็คนละ 10 บาทครับ (เปิด 6:00-18:00) นะ

ส่วนภายในสวนหลวง ร.9 นั้นจะแบ่งออกเป็น 6 ส่วน คือ
1. หอรัชมงคลและอุทยานมหาราช
2. สวนพฤกษศาสตร์
3. ตระพังแก้วเก็บน้ำ
4. สวนรมณีย์
5. สนามราษฎร์
6. สวนน้ำ

แต่ละส่วนก็มีรูปแบบแตกต่างกันไป

เดิน ไป เดินมา เหนื่อยมาก ๆ (มาคนเดียวไม่มีคนคุยด้วย ก็เลยเหนื่อยเร็ว) ก็เลยกลับที่พักในช่วงเวลา 17:30 แล้วโอกาสหน้าจะมาใหม่นะจ๊ะ

Share

ชีวิตบางกอก

มาอยู่ กทม. ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ยังไม่ได้ update บล็อกเลย วันนี้ก็ได้ฤกษ์มา update ซักที …

อยู่ กทม. อะไรที่เรียบง่ายดังเช่นอยู่ในขอนแก่นก็ได้เปลี่ยนไป
อยู่ขอนแก่นเคยตื่นสาย ๆ หรือบ่าย แต่พอมาอยู่ กทม. ก็ต้องตื่นแต่เช้า
อยู่ขอนแก่นเคยนั่งรถมอเตอร์ไซต์ถึงที่หมายใช้เวลาไม่กี่นาที แต่พอมาอยู่ กทม. ก็นั่งรถไฟฟ้า ผสมเดือน รถเมล์บ้างนิดหน่อย เป็นครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึง
อาหารการกินก็แพงขึ้นผิดหูผิดตา เคยกินข้าว 25 บาทเต็มจาน แต่พอมาอยู่ กทม. ข้าว 25 บาท ได้นิดเดียว

ในวันแรกที่เข้าไปรอยเตอร์ ก็รู้สึกเกร็งนิด ๆ แต่ไม่ทันไรก็หาย เพราะพี่ ๆ เป็นกันเอง
เข้าไปทำงาน พี่ก็ยังยังไม่ได้ทำอะไร เพราะบริษัทมีจัดอบรม (Boot Camp) สำหรับพนักงานใหม่ เพื่อให้เราเรียนรู้งานก่อน

พอเข้าอบรมก็ได้พบเพื่อนใหม่หลากหลาย ประมาณ 25 คน บ้างก็ทำงานมาแล้วแล้วลาออกมารอยเตอร์ บ้างก็จบปริญญาโทจากเมืองนอกมาหมาด ๆ แล้วก็ยังรวมถึงเด็กจบใหม่อย่างผมอีกประมาณ 5-6 คน ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละครับ (เด็กจบใหม่) ภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง เห็นพวกจบโทจากเมืองนอกพูดกันปร๋ออายเค้าเลย แต่ไม่เป็นไรของอย่างนี้หัดกันได้ ไม่นานหรอก …

ทำงานได้เพียงสองวันก็พบกับวันหยุดอีกสามวัน ซึ่งวันนี้ก็เลยได้โอกาสออกไปเที่ยว กทม. เก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกัน

ตอนบ่าย ๆ ก็ออกเดินทางไปสนามหลวง จากอนุสาวรีย์ไชย์ ก็นั่งรถ ปอ. 503 จากนั้นก็ไปลงที่หน้าศาลยุติธรรม แล้วก็ข้ามสนามหลวงไปเดินดูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่นั่นมีกลิ่นอายของความเก่าแก่ สมกับที่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศ (เป็นที่แห่งความทรงจำของเหตุการณ์ 14 ตุลา) ซึ่งก็มีอาคารสถานที่ในสมัยนั้นเหลืออยู่ พอเริ่มเหนื่อยล้าจากการเดิน ก็ไปหาของกินกันริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลัง ม.ธรรมศาสตร์

จากนั้นก็ได้เดินไปเที่ยวที่วัดพระแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น วันนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาชม เดินเที่ยวไป เก็บภาพวิวไป แต่วันนี้ได้ภาพที่ไม่สวยงามเท่าที่ควร เพราะมีคนจำนวนมากมาเที่ยว ดังนั้นจึงมีรูปคนติดมาด้วย ต่อจากนั้นก็เดินไปดู ถ.พระอาทิตย์ ก็ได้เห็นสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งไม่เหมือนสำนักพิมพ์เลย เป็นบ้านอยู่อาศัยโดยทั่วไป

วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ

แล้วก็ได้มีโอกาสไปกินโรตีมะตะบะที่มีชื่อเสียงในย่านนั้น ซึ่งโรตีที่นี่จะไม่เหมือนที่อื่น เขาจะทอดแป้งไว้ต่างห่าง แล้วให้เราเลือกกับมากิน คล้าย ๆ กับว่าใช้โรตีแทนข้าว ร้านเล็กมาก แต่คนก็เยอะมากเช่นกัน พอทานเสร็จแล้วก็ไปเดิน ถ.ข้าวสาร พบว่ามีแต่ชาวต่างชาติเดินอยู่เต็มซอย เป็นถนนที่รถไม่ค่อยผ่าน เพราะคนเดินเต็มถนน

ถนนข้าวสารกับร้านค้านานาชนิด

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ยามค่ำคืน

หลังจากนั้นก็ไปเดินเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แล้วต่อด้วยไปกินนมที่ร้านมนต์นมสด ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก (ดาราไปกินบ่อย) พอทานเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ ซึ่งวันนี้สวยมาก ถนนบริเวณนั้นประดับประดาด้วยหลอดไฟ เต็มไปหมดให้แสงสีทองอร่าม ตลอดสาย เดินเล่นไปสักพักก็เหนื่อย เลยนั่งรถกลับหอถึงหอประมาณ 3 ทุ่ม

Share

ตะลุยบางกอก ภาคจบ

ตื่นมาในตอนเช้า รู้สึกว่าตัวเองขยับตัวไม่ค่อยได้ เนื่องจากเมื่อวานเดินมากเกินไป (ร่วม ๆ 10 กม.) หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว จากนั้นก็เลยว่าจะนั่งอ่านหนังสือสักพัก ไป ๆ มา ๆ ก็เผลอหลับจนกระทั่งเที่ยง อาเอ้โทรมาบอกว่าจะพาไปดูหอ เลยออกไปหาอาเอ้ แล้วก็เลยนั่งรถไปเรื่อย ๆ

ระหว่างทางอาเอ้บอกว่าลองโทรไปหา Bug เราก็นึกว่าอะไรน๊อคือ Bug อาเอ้บอกว่า Bug เป็นศูนย์ข้อมูลทางโทรศัพท์ โทรถามอะไรก็ได้ เสียนาทีละ 6 บาทผมเลยลองกดดูที่หมายเลข 1113 รอสายสักพักก็มีสาวเสียงใสรับโทรศัพท์แล้วก็ถามว่าเราต้องการทราบข้อมูลอะไร ผมก็เลยบอกไปว่าอยากรู้เบอร์อพาร์ทเมนต์แถว ๆ คลองเตยกับสาธรครับ เค้าก็งงแป๊บนึง แล้วก็บอกว่า “กรุณาถือสายรอสักครู่นะคะ” สักพักหนึ่งเค้าก็ยกสายแล้วบอกว่า “ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน” จากนั้นก็บอกหมายเลขอพาร์ตเมนท์พร้อมกับชื่ออพาร์ตเมนท์นั้น ได้สักสองสามที่ ก็เลยลองโทรถามดู ก็ไม่มีห้องเหลือเหมือนเดิม ถ้ามีก็เป็นห้องพัดลมซึ่งผมไม่ต้องการ อยู่ กทม. ร้อนมาก จะหาห้องพัดลมได้ยังไง

ระหว่างนั้นนึกขึ้นได้ว่า Bug โทรถามอะไรก็ได้ หาอะไรก็ได้งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น Bug หาแฟนได้หรือเปล่า ก็เลยถามอาเอ้ดู ก็หัวเราะกันยกใหญ่ กับมุขเดา ๆ ของผม ขณะนั่งรถก็ได้ผ่านถนนหลายสาย แล้วก็มาถึงถนนอังรีดูนัง ซึ่งตอนแรกผมเรียกผิดเป็น “อุรีดูนัง” สับสนกับ “อูราอูตัง” ฮะ ๆ บ้าจิง ๆ นั่นมันชื่อลิงไม่ใช่เหรอ ก็ขำ ๆ อีก เฮ้อท่าจะบ้าแฮะเรา หัวเราะได้ทั้งวัน

พอรถมาถึงสยาม นึกขึ้นได้ว่าแถว ๆ จุฬาน่าจะมีหอพักอยู่ ในใจนึกอยู่ ถ้าได้อยู่แถว ๆ นี้จะได้ดูสาว ๆ น่ารัก ๆ เป็นแน่แท้ ขับรถวนแถว ถ.บรรทัดทองอยู่นาน ไปเห็นโครงการ U-Center คล้าย ๆ กับของขอนแก่นเรานี่แหละ เป็นร้านเสื้อผ้า ร้านนม แล้วก็มีหอพักอยู่ชั้นสอง คิดว่าจะเช่าได้ แต่พอไปถามที่ Office เค้าก็บอกว่าเฉพาะนิสิตจุฬาคร้าบบบบบ ก็เลยหน้าแตกออกมา จากนั้นจึงตัดสินใจกลับไปหอที่ดูไว้เมื่อวานนี้ โดยฉงนค่าเช่าอยู่ที่ 4900 B/M ซึ่งนับว่าแพงพอสมควร แต่ที่ถาม ๆ มาไม่ห้องเต็ม ก็ราคาพอๆ กัน แต่อาจจะเล็กกว่าด้วย ดังนั้นจึงตกลงว่าจะเช่าโดยวางเงินมัดจำไว้ 1000 B แล้วบอกเค้าว่าจะมาอยู่ปลายเดือนนี้ ซึ่งหอนี้ก็ดีอยู่ใกล้ BTS มากประมาณ 300 เมตร แล้วก็อยู่ติดกับโรงหนังเปิดใหม่ แต่จำชื่อไม่ได้ (ไว้จำได้จะมาบอกละกัน)

จากนั้นก็ให้อาเอ้ไปส่งที่มาบุญครองซึ่งนัดเพื่อนไว้เวลา 4 โมงเย็น พอถึงที่สยามแล้ว ก็บอกขอบคุณอาเอ้แล้วบอกว่าไว้เจอกันใหม่คร้าบเดือนหน้า ฝนตกปรอย ๆ ในตอนนั้น ผมก็เลยจ้ำเดินๆ ไปขึ้นสะพานลอยที่ข้ามไปมาบุญครอง แล้วเหลือบไปมองนาฬิกาดูยังไม่ถึงเวลานัด ก็เลยไปเดินเล่นใน MBK แล้วก็ได้เสื้อมา 4 (ตัวเสื้อโปโล 2 ตัวกับเสื้อยืดคอกลมอีก 2 ตัว) ไม่ได้ซื้อนานเลยซื้อซะเยอะเลย

หลังจากนั้นก็ถึงเวลานัด เลยไปหาที่นั่งคุยกันซักหน่อย ตอนแรกว่าจะไปนั่งชิม Star Buck Coffee แต่พอไปถึงร้านคนเต็มเลยเปลี่ยนไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน Coffee World แทน ซึ่งชงไม่ค่อยเข้มข้นมากนัก สู้กาแฟคณะมนุษย์ มข.มะได้ ราคาก็แพงตั้ง 60 บาท กินได้สักครึ่งชั่วโมงไม่รู้จะทำอะไรก็เลยไปดูหนังกัน

ไปถึงหน้าโรงหนังก็ดูโปรแกรมหนังว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งก็มีหลายเรื่อง ดูเกือบหมดแล้ว เลยตกลงกันไปดูหนัง Animation เรื่อง Corpse Bride ชื่อไทยว่าเจ้าสาวศ
พสวย หลังจากนั้นก็ซื้อตั๋ว พอซื้อตั๋วเสร็จก็ไปยืนรอหน้าโรงหนังได้สัก 10 นาทีแล้วพอถึงเวลาก็เข้าโรง (จอใหญ่กว่าขอนแก่นเยอะ) หลังจากดูหนังจบแล้ว ก็คิดว่าเรื่องนี้ภาพสวยดี แต่เนื้อเรื่องธรรมดา แต่โรงหนัง MBK ในเครือ SF เนี้ย ทำดีจริง ๆ ไม่มีเสียงหายหรือภาพขาดเหมือนโรงหนังที่ Fariy ขอนแก่นเลย

ดูหนังจบแล้ว ก็เลยไปหาข้าวกินกันที่ก๋วยเตี๋ยวท่าสยาม ก็เลยลองสั่งข้าวผัดกระเทียมหมูย่างมา (เหอ ๆ ไปร้านก๋วยเตี๋ยวแต่สั่งข้าวผัดซะงั้น) ก็อร่อยดีแต่เสียดายแพงไปหน่อยจานละ 59 บาท ทานไปสักพักเหลือบไปมองนาฬิกาพบว่าใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้ว ซึ่งเราต้องไปขึ้นรถที่ศูนย์นครชัยแอร์ตอน 20:30 เลยแยกย้ายกับเพื่อนไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วก็ต่อรถ Taxi ไปที่หมอชิต

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถแล้วก็ได้ทานข้าวกล่องอีก (อ้วนอีกแล้วเรา) ระหว่างทางรถทัวร์ได้เปิดหนังเรื่อง “มหาวิทยาลัยเหมืองแร่” ให้ดูอีกครั้ง (ครั้งแรกไปดูกับพี่เฉินมา) เรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมาก แต่ทำยังไงก็ไม่รู้ขาดทุนจ้อย ได้ดูอีกทีก็สนุกเหมือนเดิม จากนั้นดูหนังจบก็นอนหลับ จนมาถึงขอนแก่น …

Share

ตะลุยบางกอก ภาคแรก

ขณะเตรียมความพร้อม จัดข้าวจัดของเพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ รอเวลาให้เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลา 23:00 เมื่อถึงเวลาก็ให้น้องชายไปส่งทีสถานีรถปรับอากาศ จ.ขอนแก่น เพื่อที่จะรอขึ้นรถทัวร์ นครชัยแอร์ เวลา 23:50 ขณะนั่งรอเวลาอยู่นั้นได้เหลือบไปเห็นชาวเกาหลีคนหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่าจะได้นั่งติดกัน ) มานั่งรอรถกับเพื่อนชาวไทย (ใครก็ไม่รู้) แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

เมื่อถึงเวลาขึ้นรถ อะจ๊ากกกก… คนเกาหลีคนนั้นมานั่งใกล้กัน เราจะทำอย่างไรเนี้ย English ก็พูดไม่ค่อยคล่อง เกาหลีเนี้ยยิ่งตายสนิท นั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก็เลยลองทักทายดูเป็นภาษาปะกิต แต่แล้วโชคก็เข้าข้าง เค้าพูดภาษาไทยได้ด้วยแฮะ ก็เลยคุยกันสักสองสามประโยค

ผม -> “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
ชาวเกาหลี -> “สวัสดีครับ” (สำเนียงแปลก ๆ)
ผม -> “ยินดีที่ได้รู้จักคับ”

แล้วผมก็เลยบอกเค้าไปว่า
ผม -> “พูดภาษาไทยชัดจังเลย”ชาวเกาหลี -> “ได้นิดโหน่ย แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง”

อ่าวเหงื่อก็เริ่มแตกสิครับ “ได้นิดโหน่ย แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง” (โชคเริ่มไม่เข้าข้างซะแล้ว) หลังจากนั้นก็ได้คุยแต่ภาษาปะกิต เลย ผมก็ฟุต ฟิต ฟอ ไฟไปตามประสา ก็เลยได้ใจความมาว่าเค้ามาทำธุระที่ขอนแก่น ทำงานอยู่ที่ กทม. เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ (เค้าพูดภาษาอังกฤษคล่องมากเลย) เราก็เลยบอกเค้าไปว่าเราจะไปหาอพาร์ทเมนต์ที่ กทม. เพราะเดือนหน้าจะไปทำงาน เค้าก็เลยแนะนำว่าที่แถวรัชดามีที่พักอยู่ ซึ่งเค้าก็พักแถวนั้น คุยกันได้สักพักรถทัวร์ก็ปิดไฟ นั่งเล่นไปเล่นมาก็เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้…

พอตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเพลงที่เปิดในรถ มองออกไปนอกหน้าต่างสังเกตเห็น Future รังสิต ก็เลยรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ กทม. แล้วนะ หลังจากนั้นนั่งสักพักบริกรบนรถก็เปิดเสียง “ติ๊งหน่อง” แล้วก็ท่องบรรยายตามบทพูดของบริษัท หลังจากนั้นไม่นานรถทัวร์ก็ได้เดินทางไปถึงสถานีหมอชิต ซึ่งพอลงจากรถแล้วก็ว่าจะแวะไปหาเพื่อนที่ อนุสาวรีย์ไชย เลยคิดดูว่าจะไปยังไง ให้เสียค่าเดินทางน้อยที่สุด เดินไปสักพัก เห็นวินมอไซต์ เขียนว่า 30 บาทไป BTS เห็นว่าไม่คุ้ม ไป BTS (แค่เนี้ยเสียตั้ง 30 บาท ) ก็เลยลองเดินไปสักแป๊บ เห็นป้ายบอกทางไปขึ้นรถเมล์ ก็เลยเดินไปตามทางไป
เรื่อย ๆ แล้วก็ได้ขึ้นรถเมล์ 20 บาทถึงอนุสาวรีย์เลย

พอถึงที่พักก็อาบน้ำแต่งตัว ซึ่งขณะนั้นก็เกือบ ๆ 2 โมงเช้าแล้ว พอทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็เลยออกเดินทางไปหาที่พัก สถานที่แรกที่ไปก็ไปดูแถว ถ.เพชรบุรี ที่อยู่แถวราชเทวี เดินไปเดินมาจนเหงื่อแตกโซก ได้มาคำตอบเดียวคือ “เต็มแล้วครับ/ค่ะ” ชักหงุดหงิดแฮะ เดินไปเดินมาก็ไม่ได้ซักที จนเดินมาถึงสยาม ก็เลยตัดสินใจไปดู Office ก่อนละกัน ก็เลยขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสีลมแล้วก็ถาม ๆ เค้าว่าตึก “อื้อจื่อเหลียง” ไปทางไหน ก็เดินหาดูซักพัก ก็พบ Office จนได้ พอพบแล้วก็ลองกะดูว่าจาก BTS ถึง Office นั้นไกลแค่ไหน ก็ลองกะ ๆ ดูได้ประมาณ 500 m

หลังจากนั้นก็ไปหาหอพักแถวรัชดาซอย 3 ก็หาอยู่ที่สองที่ก็ยังไมถูกใจ พอดีหอแรกที่เข้าไปถาม มันอยู่ตรงบันได ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะดีเพราะมันเสียงดัง เลยเดินหาดูอีกซักพัก ก็ยังได้คำตอบเดียวกันว่า “เต็มแล้วครับ/ค่ะ” เฮ้อ ชักไม่ไหวแฮะ หอเต็มหมดเลย เนี้ยก็ฝนใกล้ตกแล้ว เอางี้ละกัน ก็เลยคิดว่ากลับหอก่อนดีกว่ารอให้ฝนหยุดแล้วออกมาหาใหม่แล้วกัน

พอฝนเริ่มหยุดก็เลยลองออกมาหาหอแถวถนนรางน้ำ ซึ่งถนนนั้นมีประมาณ 10 กว่าแห่งแต่ก็เต

็มเกื
อบหมด เจอหอสุดท้ายสอบถามดูเห็นว่างอยู่ห้องหนึ่ง 4900 บาท/เดือน ห้องใหญ่พอสมควร จึงขอนามบัตร เอาไปตัดสินใจอยู่คืนหนึ่ง เพราะเทียบ ๆ แล้วรู้สึกแพงมากถ้าเทียบกับขอนแก่น แล้วก็เลยเดินไปหาหอในซอยแถวสนามเป้า ก็ยังไม่เจอหัองว่างซักที จากนั้นก็พาเพื่อนไปทานข้าวแล้วกลับที่พัก พรุ่งนี้เช้าค่อยหาใหม่ แต่หาไปทั้งวันปวดขาหมด เจออยู่หอเดียวชักท้อ ๆ แล้วสิ ทำไม กทม. คนอยู่เยอะจังน๊อ …

Share
Page 2 of 212
友情链接:

メイプルストーリー RMT

dragonnest rmt

ARGO RMT

エイカ AIKA RMT

ドラゴンネスト-DragonNest-RMT

AILA rmt アイラ rmt

ネクソンポイント RMT