หนังสือใหม่ในตู้ 12/07/2008

เพลโต วันสุดท้ายของโสคราตีส

  • แปลโดย กิ่งแก้ว อัตถากร
  • แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของ ฮิวห์ เทรดเดนนิค

เปลว สีเงิน – ห่วงทหาร

  • เขียนโดย เปลว สีเงิน

ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว

  • แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬน์
  • เขียนโดย ทอม สแดนเดจ

สัตว์วิกาล

  • ภาพเรืองแสงของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

Share

ปัญหาแก้ได้ที่ต้นเหตุ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาหลักของมหานครทั่วโลกคือการที่มีประชากรมาอาศัยอยู่อย่างแออัด  การกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่มักเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย

ปัญหาอาชญากรรม การจราจรหนาแน่น มลภาวะทางอากาศ มลภาวะทางเสียง ปัญหาขยะมูลฝอย การอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบทมาสู่เมืองหลวง ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ในขณะที่คนหนุ่มสาวต้องมาแสวงหาความเจริญก้าวหน้า หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องในเมืองหลวง

ดังโบราณกล่าวไว้
มากคน มากความ ก็มากปัญหา!

ถ้าวิเคราะห์กันดี ๆ มองในภาพกว้าง ๆ ทุกปัญหาล้วนเกิดจากการที่นโยบายภาครัฐ ที่ไม่กระจายความเจริญในด้านต่าง ๆ สู่ชนบท

หากมีการสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายสู่ชมชนและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด
ก็ไม่มีคนที่จะละทิ้งถิ่นฐานอพยพจากชนบทมาสู่เมืองใหญ่
ประชากรไม่หนาแ่น่น อาชญากรรมก็หมด การจราจรเดินสะดวก ขยะก็ไม่ล้นเมือง มลภาวะต่าง ๆ ก็ลดลง

ทางแก้ปัญหามันมี แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงต่าง ๆ ที่จะต้องกล้าคิดใหม่ทำใหม่ ปรับเปลี่ยนนโยบายในระดับชาติ หยุดการสร้างความเจริญในเมืองหลวง แล้วมองหาแผนพัฒนาในแต่ละภาคส่วน โดยอาจเริ่มต้นในระดับภูมิภาค แล้วค่อยกระจายไปสู่ตามต่างจังหวัด

เริ่มต้นสร้างระบบลอจิสติกส์กลาง ระบบสารธารนูปโภค บริโภค โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน แล้วย้ายอุตสาหกรรมต่าง ๆ ออกจากเมืองหลวง โดยอาจยึดถนนสายหลัก เหนือ-ใต้-ออก-ตก  เป็นที่ตั้งโรงงาน สำนักงาน เป็นศูนย์กลางในการพักสินค้่า และการขนส่ง เริ่มต้นจากหัวเมืองหลักในภูิมิภาค เช่น

ภาคเหนือ-เชียงใหม่, เชียงราย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น
ภาคกลาง-นครนายก, สมุทรปราการ
ภาคตะวันออก-ชลบุรี, ระยอง
ภาคตะวันตก-กาญจนบุรี
ภาคภาคใต้-สงขลา

การที่ย้ายที่ตั้งโรงงาน หรือสำนักงานออกจากกรุงเทพฯ และตามเมืองท่าต่าง ๆ จะทำให้การกระจายตัวของประชากรดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นข้อดีในการลดต้นทุนขององค์กร เพราะค่าครองชีพในต่างจังหวัดนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าเมืองหลวงมาก ทำให้ระดับเงินเ้ดือนของพนักงานลดลงเป็นเงาตามตัว

เงินเดือนลด รายจ่ายลด ต้นทุนการผลิตก็ลด
ระบบลอจิสติกดี ลดต้นทุนในการขนส่ง ต้นทุนในการผลิตก็ลด
มลภาวะน้อย ลูกจ้างมีสุขภาพจิตดีขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น กำไรบริษัทก็มากขึ้น

ลูกจ้างแฮปปี้ บริษัทแฮ้ปปี รัฐบาลก็แฮปปี้!

มีแต่ได้กับได้ จะเสียหน่อยก็ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นสูง
แต่ระยะยาว 10 ปี 20 ปี หรือ 50 ปี ก็ถือว่าคุ้ม ไม่มีเสีย

รัฐไม่ต้องกังวลว่าบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ จะไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้
รัฐพร้อม บริษัทก็พร้อม!

หากรัฐเอาจริง ผู้บริหารของแต่ละองค์กร ก็จะได้ไปวางแผนการ ดำเนินงานตามนโนบายที่รัฐให้ไว้
เริ่มต้นเสียแต่วันนี้ มองปัญหาให้เห็น ตีโจทย์ให้แตก แล้วแก้ต้นที่ต้นเหตุ

จะได้ไม่ต้องมาแก้ที่ปลายเหตุเหมือนอย่างทุกวันนี้ มันเสียเงิน เสียทอง เสียเวลาเปล่า!

Share

วิถีสู่ธรรมชาติ

การไม่ครอบครองอะไรเลย คือการอยู่โดยไม่ขาดอะไรเลย

มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

Share

คุณธรรมนำหน้า วิชาการตามหลัง

ในที่สุดศาลฏีกาก็วินิจฉัยให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาฯ ฐานผิดกฏหมายการเลือกตั้งโดยการซื้อเสียงเือื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง

ผลจากการวินิจฉัยครั้งนี้ ทำให้นายยงยุทธ ถูกถอนสิทธิในการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปีโดยทันที และยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่นายยงยุทธเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรค ก็ทำให้พรรคพลังประชาชนตกที่นั่งลำบากถึงขั้นยุบพรรค ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 103 วรรค 2 ที่ระบุไว้ว่า

ถ้าการกระทำของบุคคลตามวรรค หนึ่ง ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรคการ เมืองมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้วมิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อ ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐะรรมนูญ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและ กรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นมีกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบ พรรคการเมือง

ครับ! แปลเป็นภาษาให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ ว่า พรรคพลังประชาชนต้องถูกยุบพรรคแน่นอน ไม่ช้าก็ในเร็ววันนี้

หลาย ๆ ท่านอาจจะเป็นห่วงว่าสถานการณ์การเมืองในบ้านเรายิ่งไม่แน่นอน เพิ่งจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาแค่ 5 เดือน เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไม่ดีในสายตาของนักลงทุนและชาวต่างชาติ หวั่นเกรงสูญญากาศทางการเมืองรอบสองนับแต่รัฐประหาร 19 กันยา 49 จะเกิดขึ้นซ้ำอีก

มีนักวิชาการ และคอลัมนิสต์บางส่วน ห่วงเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย หวั่นเกรงทรัพยากรบุคคลทางการเมืองจะถูกโทษแบนหมด  ซึ่งถ้าหากนับตัวเลขนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชนครั้งนี้ที่จะถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง ก็จะทำให้จำนวนหัวของนักการเมืองที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมจากพรรคไทยรักไทยงวดที่แล้ว เบ็ดเสร็จก็กว่าสองร้อยหัว

ท่านกำลังคิดว่าถ้าเมืองไทยขาดนักการเมืองที่ไร้คุณธรรมและจริยธรรมพวกนี้ แล้วประเทศไทยจะไปไม่รอดหรือ ?

พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่าประชากรคนไทยมีประมาณ 60 ล้านคน
ใน 60 ล้านคนจะไม่มีเชียวหรือ ?

บุคคลที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ
บุคคลที่มีความรู้ในวิชาการแขนงต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
บุคคลที่มีอุดมการณ์ที่พร้อมจะมาช่วยเหลือประเทศชาติ
บุคคลที่มีคุณธรรม คุณงามความดี

พวกเขาพร้อมจะเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือประเทศชาติ หากแต่ต้องได้รับโอกาสการสนับสนุนที่ดี

นักการเมืองรุ่นเก่าก็ควรเปิดใจ จะแนะนำคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจมาบริหารประเทศชาติ ดั่งครูกับลูกศิษย์ ร่วมแรงร่วมใจกันนำพาประเทศไปสู่ในทิศทางที่ดี ให้ทัดเทียมกับอารยประเทศ

ลดละเลิกเถอะครับกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
การตักตวงผลประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง
บริหารบ้านเมืองแบบไร้หลักจริยธรรม

ต้องคิดต้องย้ำกับตัวเองเสมอว่า แผ่นดินไทยทุกวันนี้ก็มาจากการรวมพลังปกปักรักษาของคนบรรพชนรุ่นก่อน ผนึกกำลังทะนุบำรุงแผ่นดินไทยให้ปราศจากสงครามการเมือง สงครามศาสนา สงครามของชาติพันธุ์ให้พวกเราได้มีผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ อุดมสุข ให้เราได้อาศัยทุกวันนี้

อย่าคิดกันสั้น ๆ ภายในช่วงชีวิตของตน รุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน
แต่ให้คิดไปถึงรุ่นหลานของเหลน หรือเหลนของหลาน
คิดไปนานๆ สักร้อยสองร้อยปีนับจากนี้ หากแต่อาจจะมีคนในวงศ์ตระกูลของท่านได้รับความลำบากแสนสาหัสจากการกระทำในปัจจุบันของท่านนี้ โดยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

นักการเมืองรุ่นต่อไป ต้องถือหลักคุณธรรมนำหน้า วิชาการตามหลัง

บ้านเมืองเราไม่ต้องการคนเก่ง แต่โกง
แต่ต้องการเพียงคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมมาบริหารประเทศ

ที่มาข้อมู พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จากหนังสือพิมพ์มติชน

Share

วิีถีเกษตรธรรมชาติ

ภายใต้ยุคการล่าอาณานิคมสมัยใหม่ ที่เน้นการรุกคืบเข้าสู่ประเทศด้อยพัฒนาโดยมิติแห่งเศรษฐกิจแบบทุนนิยม  วางรากฐานแนวคิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม การค้าและเทคโนโลยี ทะลายกำแพงทางวัฒนธรรมสู่สังคมต่าง ๆ ตั้งแต่สัมคมชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นรากหญ้า ส่งผลกระทบมากมายในสังคมประเทศเกษตรกรรมในทุก ๆ ด้าน

แนวคิดทางอุตสาหกรรม และการค้าสมัยใหม่ ทำให้ทัศนคติต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรมเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล  การดำรงชีวิตด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัยกับธรรมชาติเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างพอเพียงหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน  อิทธิพลจากความรู้ทางการเกษตรแนวใหม่ได้พร่ำสอนให้มนุษย์กบฏต่อธรรมชาติ มุ่งถึงผลผลิตที่เน้นปริมาณ และคำนึงถึงกำไรสูงสุดที่ได้จากการค้าขาย  เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากธรรมชาติอย่างน่าหวาดวิตก โดยไม่ตระหนักในผลกระทบและการเสื่อมถอยของสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่มีแนวโน้มแย่ลงเรื่อย ๆ

วิทยาศาสตร์สอนให้ชาวนาปฏิรูปการเกษตร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้น การใช้ยาฆ่าแมลง รวมไปถึงหลักการเกษตรสมัยใหม่ที่มีฐานความรู้จากห้องทดลอง เน้นการคิดแบบแยกส่วน การเกษตรถูกย่อยเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ความรู้เรื่องดิน เรื่องปุ๋ย วิชาที่ว่าด้วยศัตรูพืช ลักษณะของพืช ใบ ราก ดอก ผล กิ่งก้านลำต้นและราก ถูกแยกออกจากัน ทุก ๆ ส่วนจะมีนักวิชาการประจำดูแลรับผิดชอบอยู่เฉพาะทาง

เมื่อเกิดปัญหา นักวิชาการก็จะแจงแจงปัญหาออกเป็นส่วนๆ แบ่งงานให้ผู้รับผิดชอบงานตามส่วนนั้น ๆ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีแก้ไขในมุมมองของตน แล้วจึงนำมาประกอบเป็นองค์รวม จากนั้นก็เสนอแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งวิธีการเช่นนี้ดูคล้ายกับวิธีการที่เป็นระบบ มีคุณภาพ แต่แท้จริงแล้วกลับขาดศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้องการวิเคราะห์แบบเชื่อมโยงผลกระทบของแต่ละองค์ประกอบและสังค์เคราะในรูปปัจเจคภาพ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถแยกย่อยธรรมชาติเช่นนั้นได้ ปัญหาการเกษตรทุกวันนี้จึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

Read more »

Share

บทเรียนกรณีเขาพระวิหาร

๏ เสียศักดิ์ เสียศรี ๏

๑๏ ใช่เสียแค่ปราสาท
แต่เสียชาติและเสียหน้า
รัฐบาลไร้เดียงสา
ไม่รู้สึกไม่รู้สม

๒๏ ลุกลี้ไปรับรอง
แลลุกลนมีลับลม
ซ่อนเล่ห์อันโสมม
ด้วยสามานย์สันดานเดิม

๓๏ รับรองเป็นของเขา
สะเพร่าพลาดสะเพร่าเพิ่ม
โอหัง ยังเหิมเกริม
ไม่รู้หนาว ไม่รู้ร้อน

๔๏ เสียสิทธิ์ ทักท้วงสิทธิ์
เหนือพื้นที่ ที่ทับซ้อน
เสียขวัญ ทวยนาคร
และเสียศรีสะเกษศรี

๕๏ ไม่ใช่เรื่องคลั่งชาติ
และไม่ใช่เรื่องไมตรี
เป็นเรื่องเราเสียที
ก็เพราะคนของเราเอง

๖๏ สงสารประเทศไทย
ที่ปล่อยให้เขาข่มเหง
แต่นี้ จะร้องเพลง
ประเทศไทย…ให้ใครฟัง!

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
อ.๘/๗/๕๑

ที่มาคำประพันธ์  Manager Online

ครับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ปราสาทเขาพระวิหารได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อของประเทศกัมพูชาไปเรียบร้อยแล้ว  นับแต่ตั้งเราถูกศาลโลกตัดสินให้ไทยแพ้ในคดีสิทธิเหนือปราสาทเขาพระวิหารไปเมื่อ 46 ปีที่แล้ว

ถึงแม้คณะกรรมการมรดกโลกจะยืนยันว่ากัมพูชาจดทะเบียนมรดกโลกเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะต้องเสียดินแดงที่เป็นรอยต่อระหว่างไทยและกัมพูชาที่อยู่บริเวณโดยรอบเขาพระวิหารอีกทอดหนึ่ง

แม้ว่ารัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 ตัดสินให้การลงนามร่วมกับกัมพูชานั้นเป็นโมฆะ แต่ก็ยากที่ใช้คำตัดสินในการอุธรณ์ต่อคณะกรรมการมรดกโลก นับตั้งแต่นายนพดล ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศไปลงนามกับกัมพูชา ทางกำพูชาเขาก็เก็บทุกเม็ด ทุกรายละเ้อียด ของหลักฐานและพยานเพื่อยืนยันต่อคณะกรรมการมรดกโลก แบบที่ไทยก็ได้แต่นั่งตาปริบ ๆ ทำอะไรไม่ได้เลย

เพราะคนไม่กี่คน คราวนี้ไทยถึงได้เสียทีให้เขมรแบบราบคาบ

แต่ก็ว่าอะไรรัฐมนตรีท่านมากก็ไม่ได้ เราคนไทยทุกคนก็มีส่วนผิดในการเสียสิทธิเหนือดินแดนเขาพระวิหารครั้งนี้

46 ปีนับแต่การตัดสินครั้งแรกเราทำอะไรอยู่
46 ปีเราพยายามกันแึค่ไหนในการรวมหลักฐาน
46 ปีมีมั้ย ที่เราตระหนักว่าเขาพระวิหารเป็นมรดกร่วมของไทยทั้งชาติ

เราดูถูกกำพูชาว่าเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าเรา ไม่มีพิษสง แข่งขันอย่างไรก็ชนะ ถือว่ามีเทคโนลียีทันสมัยที่สุดมากกว่ากำพูชาหลายเสา มีบุคคลากรที่เชีี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ  มีความสัมพันธ์ทางการทหาร การทูตที่ดีกับหลาย ๆ ประเทศ แต่ก็สู้รัฐบาลกัมพูชาที่เพิ่งจัดตั้ง หัดเดินกระเตาะกระแตะหลังสงครามการเมืองมาไม่นานมานี้

เขาร่วมใจกันมา 46 ปี ในการหาข้อมูล เชิญประเทศมหาอำนาจ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณสถาน ปรึกษาหารือเพื่อจัดเตรียมการนำปราสาทเขาพระวิหารจดทะเบียนเป็นมรดกโลก

และก็สามารถกำชัยชนะได้อย่างงดงามในเวทีโลก!
เพราะเขาร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ ทหาร และประชาชน

ย้อนกลับมาดูประเทศไทย

รัฐก็อยู่ส่วนรัฐ ส.ส. ที่เลือกเข้ามาส่วนใหญ่ก็เป็นนักธุรกิจลงทุนลงเงินไปมากเพื่อให้ได้ตำแหน่งในคณะบริหารประเทศ พอได้อยู่ในอำนาจก็ต้องกอบโกยทุนที่เสียไปคืนมา จะบริหารประเทศก็ไม่จริงใจ คิดผลประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ เลยทำให้เวลาทำสนธิสัญญาต่อรองกับนานาประเทศ เป็นมุมมองของนักธุรกิจที่คำนึงแต่ผลประโยชน์ของตนไม่ใช่ประเทศชาติ ดังเช่นกรณีเขาพระวิหาร หรือกรณีสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือแม้กระทั่งปลดกำแพงภาษีเพื่อทำเขตการค้าเสรี (FTA)

ส่วนทางทหาร ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการดำเนินการ เพื่อทวงสิทธ์ ทวงเสรีภาพ ปกปักผืนแผ่นดินไทย ด้วยจิตสำนึกที่เหนือกว่าทางกำพูชา เพื่อให้เกิดผลดีกับประเทศชาติอย่างไรได้บ้าง

ประชาชนก็ฟุ้งเฟ้อไปกับลัทธิทุนนิยมสุดขั้ว โดยเป็นผลจากนโยบาลของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย ปล่อยให้กลุ่มทุนครอบงำ ด้วยเครื่องมือทางการตลาด หลงว่ามีรถไฟฟ้ามากมาย มีถนนตัดผ่านทุกหมู่บ้าน มีตึกสูงระฟ้า ที่ไหนได้เทคโนโลยีเหล่านี้ซื้อเขามาทั้งนั้น ไม่เคยคิดเองทำเอง จะมีก็อยู่มากกับคนคิดดีทำดี แต่คนกลุ่มนี้ก็จะถูกขัดด้วยมือที่มองไม่เห็น ไอเดียดี ๆ เจ๋ง ๆ ก็ได้แต่คิดแต่ไม่สามารถทำออกมาได้ เพียงเพราะว่าขัดขานักเลงใหญ่เท่านั้น

ครับ ครั้งนี้ก็อยากให้ถือเป็นบทเรียน
แต่ต้องไม่เหมือนที่ผ่านมา ที่เจ็บแล้วไม่จำ ทั้งที่เด็กมันยังรู้เลย …

เด็กหัดขี่จักรยาน พอมันล้มก็รู้สึกเจ็บ
เจ็บแล้วก็จำ พยายามไม่ทรงตัวไม่ให้ล้ม
สักพักก็ขับได้ปร๋อ ..

ต้องร่วมใจฟันฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตน

ประชาชนก็ช่วยกันประหยัด ช่วยกันพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า
ทหารก็ปกปักรักษาดินแดนอย่าให้ใครมาย่ำยี
รัฐบาลก็ตั้งถือความสัตย์สุจริตเป็นสรณะ แล้วบริหารประเทศให้ก้าวไกล นำหลักเศรฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช้เป็นแนวทางในการบริหารประเทศ

ให้ยึดจำกรณีเขาพระวิหารครั้งนี้ ให้ขึ้นใจ
จะต้องไม่มีเหตุการสูญเสียอย่างกรณีเขาพระวิหารเช่นนี้อีก!

Share

ปรับแต่ง Eclipse 3.4 (Ganymede)

หลายคนอาจรู้สึกว่าเวลาใช้งาน Eclipse แล้วรู้สึกตัว Eclipse อืด ๆ ชอบกล ก็ขอให้ลองปรับแต่งตามขั้นตอนข้างล่างนี้ ซึ่งจะช่วยให้ Eclipse ปิดการทำงานของคุณสมบัิติบางตัว และเพิ่ม jvm argument เพื่อปรับปรุงการทำงานของ Garbage Collotor และสำหรับ Memory เืพื่อทำให้ Eclipse ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น

ปรับแต่ง Memory และตัวเลือกชนิดของ Garbage Collector

ในไฟล์ eclipse.ini ให้เพิ่มกำหนด jvm option ดังนี้


-vmargs

-Xms128m
-Xmx256m
-XX:+UseParallelGC

คำอธิบาย

-Xms128m เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นของ memory ให้ Eclipse
-Xmx256m เป็นการกำหนดค่าสูงสุดในการจอง memory ให้ Eclipse
-XX:+UseParallelGC กำหนดให้ Garbage Collector ทำงานแบบขนาน เวลาเริ่มต้นเรียกคืน Memory ที่ไม่ใช้

Eclipse perference.

1. ที่ Usage data collector ให้ยกเลิกการใช้งานคุณสมบัิตินี้โดยยกเลิกคุณสมบัิติ “Enable Capture”
2. เปิดการใช้งาน “Suspend all validators” โดยคุณสมบัิตินี้จะอยู่ที่ “Validation Option”
3. ปิดการทำงานของการตรวจคำผิด ยกเลิกได้ที่คุณสมบัติ “enable spell checking”  ที่ preference/editors/text editors/spellings.
4. สั่งให้ Eclipse ไม่ build package อัตโนมัติ โดยยกเลิกในเมนู eclipse->project; “build automatically”

ปล. เฉพาะ Eclipse 3.4 (Ganymede) เท่านั้น สำหรับ Eclipse เวอร์ชั่นก่อนหน้า บางคุณสมบัิติที่ได้กล่าวไป อาจจะยังไม่มี ก็สามารถละทิ้งได้

Share

อย่างนั้นหรือ?

ณ สำนักเซ็นของอาจารย์เฮ็กกูอิน ซึ่งเป็นวัดที่เลือ่งลือมาก เป็นเหมือนกับว่าเป็นที่พึ่งของหมู่บ้าน. ที่ร้านชำใกล้ๆวัดนั้น มีหญิงสาวสวยคนหนึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน ทีนี้กะทันหันปรากฏว่ามีครรภ์ขึ้นมา พ่อแม่เขาพยายามขยั้นขยอถาม ลูกสาวก็ไม่บอก แต่เมือ่ถูกบีบหนักเข้าก็ระบุชื่อ ท่านอาจารย์เฮ็กกูอิน .

เมื่อหญิงสาวคนนั้นระบุอาจารย์เฮ็กกูอินเป็นบิดาของเด็กที่อยู่ในครรภ์ พ่อแม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปที่วัด แล้วก็ไปด่าอาจารย์เฮ็กกูอิน ด้วยสำนวนโวหารของคนที่โกรธที่สุดจะด่าได้อย่างไร ท่านอาจารย์ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากว่า “อย่างนั้นหรือ ?” ( Is that so ? ) สองคนด่าจนเมื่อยไม่มีเสียงจะด่า ก็กลลับบ้านไปเอง ที่นี้ชาวบ้านที่เคยเคารพนับถือก็พากันไปด่า

ว่า เสียทีที่เคยนับถืออย่างนั้นอย่างนี้ ท่านก็ไม่มีประโยคอะไรที่จะพูดนอกจากว่า “อย่างนั้นหรือ?พวกเด็กๆก็ยังพากันไปด่าว่าพระบ้า พระอะไร สุดแท้แต่ที่จะด่าได้ตามภาษาเด็ก ท่านก็ว่า “อย่างนั้นหรือ ?” ไม่มีอะไรมากกว่านั้น.

ต่อมา เด็กคลอดออกมาจากครรภ์ บิดามารดาที่เป็นตายายของเด็กก็เอาเเด็กไปทิ้งไว้ให้อาจารย์เฮ็กกูอิน ในฐานะเป็นการประชด หรืออะไรก็สุดแท้แต่ว่า “แกต้องเลี้ยง” ท่านอาจารย์เฮ็กกูอินก็มีแต่ “อย่างนั้นหรือ?”ตามเคย ท่านรับเด็กไว้ และหานมหาอาหารของเด็กอ่อนนั้น จากบุคคลบางคนที่ยังเห็นอกเห็นใจท่านอาจารย์เฮ็กกูอินอยู่ พอเลี้ยงเด็กนั้นให้รอดชีวิตเติบโตอยู่ได้ .

ที่นี้ต่อมานานเข้า หญิงคนที่เป็นมารดาของเด็กเหลือที่จะทนได้ มันเหมือนกับไฟนรกเข้าไปสุมอยู่ในใจ เพราะเขาไม่ได้พูดความจริง ฉะนั้นวันหนึ่งเขาจึงไปสารภาพบอกความจริงกับบิดามารดาว่า บิดาของเด็กที่แท้จริงคือเจ้าหนุ่มที่ร้านขายปลา ทีนี้บิดามารดาตายายของเด็กคู่นั้น ก็มีจิตใจเหมือนกับนรกเผาอยู่ข้างในอีกครั้งหนึ่ง รีบวิ่งไปวัด ไปขอโทษขอโพยต่ออาจารย์เฮ็กกูอิน ขอแล้วขอเล่า ๆ เท่าที่จะรู้สึกว่าจะมีความผิดอย่างไร ท่านก็ไม่มีอะไรนอกจาก “อย่างนั้นหรือ?” แล้วก็ก็ขอหลานคนนั้นกลับคืนไป ต่อมาชาวบ้านที่พากันไปด่าท่านอาจารย์ก็พากันไปขอโทษอีก ขอกันใหญ่ไม่รู้กี่สิบคน ขอกันนานเท่าไรท่านก็ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก “อย่างนั้นหรือ?”อีกนั้นเอง

เรื่องนี้มีคติเตือนใจเราว่า “อย่าเพิ่งเชื่ออะะไรง่ายๆ” เด็กและคนไร้ปัญญามักเชื่ออะไรง่ายๆ และแสดงถึงความไม่หวั่นไหวในอารมณ์ต่างๆ ภายนอกของผู้ที่มีคุณธรรมอย่างแท้จริงภายในจิตใจ เพราะท่านเห็นเป็นเรื่องธรรมดาของคนโงอย่างเด็กๆทั้งหลาย ที่เขาพอใจเขาก็ว่าดี ถ้าเขาไม่พอใจเขาก็ว่าไม่ดี ท่านจึงไม่ยึดถือเอาเป็นอารมณ์ ให้เป็นทุกข์.

ที่มา – http://www.whatami.8m.com/zen/zen12.html

Share

เพรชที่หาได้จากโคลนในถิ่นสลัม

เรื่องนี้มีอยู่ว่า อาจารย์แห่งนิกายเซ็น ชื่อ กูโด เป็นอาจารย์ของพระจักรพรรดแห่งประเทศญี่ปุ่น ในสมัยนั้น ท่านอาจารย์คนนี้ชอบเที่ยวไปคนเดียวโดดๆ อย่างนักบวชเร่ร่อนไม่ค่อยได้อยู่กับวัดวาอาราม ครั้งหนึ่งท่านเดินทางไปยังตำบลอีโด เย็นวันนั้นฝนตกมากท่านจึงเปียกปอนไปหมด และรองเท้าของท่านที่ใช้ เป็นรองเท้าทำด้วยฟาง จึงขาดยุ่ยไปหมด ท่านจึงเหลียวดูว่าจะมีอะไรที่ไหนจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง ก็พบกับกระท่อมน้อยๆแห่งหนึ่งในถิ่นใกล้ๆนั้น เห็นรองเท้าฟางมีแขวนอยู่ด้วย ก็คิดจะไปซื้อสักคู่หนึ่ง เอาแห้งๆมาใส่เพือ่เดินทางต่อไป หญิงเจ้าของบ้านนั้นเขาถวาย เลยไม่ต้องซื้อ และเมื่อเห็นว่าเปียกปอนมาก ก็เลยนิมนต์ให้หยุดอยู่ก่อน เพราะฝนตกจนค่ำ ท่านเลยก็ต้องพักอยู่ที่บ้านนั้น ด้วยคำขอร้องของหญิงเจ้าของบ้าน.

หญิงเจ้าของบ้านเรียกเด็กๆและญาติๆมาสนทนาด้วยท่านอาจารย์ ท่านได้สังเกตุเห็นว่า สกุลนี้เป็นอยู่ด้วยความข้นแค้นที่สุด ก็เลยขอร้องให้บอกเล่าตรงๆโดยไม่ต้องเกรงใจ ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรกัน หญิงเจ้าของบ้านก็บอกว่า “สามีของดิฉันเป็นนักเลงพนัน แล้วก็ดดื่มจัด ถ้าบังเอิญชนะเขาก็ดื่มมันจนไม่มีอะไรเหลือ ถ้าเขาแพ้เขาก็ยืมเงินคนอื่นเล่นอีก เพิ่มหนี้สินให้มากขึ้น เขาไม่เคยมาบ้านเลยเป็นวันเป็นคืน หรือหลายวันหลายคืนก็ยังมี ดิฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี”.

ท่านอาจารย์กูโดว่า ไม่ต้องทำหรอก ฉันจะช่วยทำ แล้วก็ว่า นี่ฉันมีเงินมาบ้าง ช่วยไปซื้อเหล้าองุ่นมาให้เหยือกใหญ่ๆเหยือกหนึ่ง แล้วก็อะไรที่ดีๆน่ากินเอามาให้เป็นจำนวนเพียงพอ เอามาวางไว้ที่นี่แล้วก็กลับไปทำงานตามเรื่องเถอะ ฉันจะนั่งอยู่ที่นี่ตรงหน้าที่บูชา.

เมื่อผู้ชายคนนั้นกลับมาบ้านเวลาดึก เขาก็เมา เขาก็พูดตามประสาคนเมาว่า “เฮ้ย เมียโว้ย มาบ้านแล้วโว้ย มีอะไรกินบ้างโว้ย ท่านอาจารย์กูโดที่นั่งอยู่ที่หน้าหิ้งพระก็ออกรับหน้าบอกว่า ฉันได้มีทุกอย่างสำหรับท่าน เผอิญฉันมาติดฝนอยู่ที่นี่ ภรรยาของท่านเขาขอร้องให้ฉันพักค้างฝนที่นี่ตลอดคืน ฉันก็ควรจะมีส่วนตอบแทนท่านบ้าง ฉนั้นขอให้ท่านบริโภคสิ่งเหล่านี้ตามชอบใจ ชายคนนั้นก็ดีใจใหญ่ มีทั้งเหล้าองุ่น มีทั้งปลา มีทั้งอาหารต่างๆ เขาก็ดื่มและรับประทานจนนอนหลับไปไม่รู้สึกตัว อยู่ข้างๆเข่าของท่านอาจารย์กูโด ที่นั่งสมาธิตลอดคืนนั้นเหมือนกัน .

ทีนี้พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าชายคนนั้นก็ลืมหมดไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเมื่อคืนเขาเมาเต็มที่ และถามว่าท่านเป็นใครและจะไปไหน ท่านอาจารย์ก็ตอบว่า อาตมาคือ กูโด แห่งนครเกียวโต กำลังจะไปธุระที่ตำบลอิโด ตามเรื่องที่เล่ามาแล้ว ซึ่งชายคนนั้นก็ละอายจนเหลือที่จะรู้ว่าจะอยู่ที่ไหน จะแทรกแผ่นดินหนีก็ทำไม่ไหว จึงขอโทษขอโพย ขอแล้วขออีกจนไม่รู้จะขออย่างไร ต่ออาจารย์ของพระจักรพรรดิ ซึ่งจับพลัดจำผลูเข้ามาอยู่ในบ้านเขา ท่านอาจารย์กูโดยิ้มละไมอยู่เรือ่ย แล้วก็พูดขึ้นช้าๆว่า “ทุกอย่างในชีวิตนี้มันเปลี่ยนแปลงเรื่อย เป็นกระแสไหลเชี่ยวไปทีเดียว และทั้งชีวิตนี้มันก็สั้นเหลือเกิน ถ้ายังเล่นการพนันและยังดื่มอยู่อย่างนี้ ก็หมดเวลาที่จะทำอะไรอื่นให้เกิดขึ้น หรือสำเร็จได้ นอกจากจะทำตัวเองให้เป็นทุกข์แล้ว ก็จะทำให้ครอบครัวพลอยตกนรกทั้งเป็นไปด้วย” .

ความรู้สึกอันนี้ได้ประทับใจชายคนนั้น มีอาการเหมือนกับว่า ตื่นขึ้นมาในโลกอื่น เหมือนกับตื่นขึ้นมาจากความฝัน ในที่สุดก็พูดกับอาจารย์ว่า ที่ท่านอาจารย์กล่าวนั้นมันถูกหมดเลย มันถูกอย่างยิ่ง ถ้าอย่างไนให้กระผมได้สนองคุณอาจารย์ ไปส่งท่านอาจารย์ในการเเดินทางนี้สักระยะหนึ้ง ท่านอาจารย์กูโดก็บอกว่าตามใจ.

สองคนก็ออกเดินทางไปได้ประมาณ ๓ ไมล์ ท่านอาจารย์ก็บอกว่ากลับเถอะ ชายคนนี้ก็บอกว่าขออีกสัก ๕ ไมล์เถอะ ขยั้นขยอขอไปอีก ๕ ไมล์ แล้วก็ไปด้วยกันอีก พอครบ ๕ ไมล์ อาจารย์ก็ขยั้นขยอให้กลับอีก นายคนนี้ก็บอกว่าขออีกสัก ๑๐ ไมล์เถอะ ในที่สุดก็ต้องยอม พอถึง ๑๐ ไมล์ ท่านอาจารย์ขยั้นขยอให้กลับ เขาก็ตอบว่าขอตลอดชีวิตของผมเถอะ .

นี่เป็นอันว่า ไปกับท่านอาจารย์ไปเป็นนักบวชแห่งนิกายเซ็น ซึ่งต่อมาก็เป็นปรมาจารย์พุทธศาสนาแห่งนิกายเซ็นในญี่ปุ่น นิกายเซ็นทุกสาขาที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่นในทุกวันนี้ล้วนเป็นลูกศิษย์ออกมาจาก อาจารย์องค์นี้องค์เดียว ท่านกลับตัวชนิดที่เราเรียกกันว่า “เพชรที่พบจากโคลนในถิ่นสลัม”.

คนเรานั้นแม้จะเคยเดินทางผิดมาก่อนก็สามารถกลับตัวกลับใจ ได้ และสามารถจะเดินทางไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นหรือสูงขึ้นได้ ไม่มีคำว่าสาย ขอเพียงให้มีความตั้งใจจริงเท่านั้น.

ที่มา – http://www.whatami.8m.com/zen/zen11.html

Share

รัฐ-ดำเนิน

จบกันไปกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตลอดต่อเนื่่อง 3 วัน 3 คืน ก็ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และท่าน ส.ส. ทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ให้การอภิปรายครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี ไม่มีเลือดตกยางออก ถึงแม้ว่าบรรยากาศการอภิปรายบางช่วงจะดูอึมครึม น่าสิ่วหน้าขวานก็ตามเถอะ

อภิปรายมาราธอนครั้งนี้…

ฝ่ายรัฐบาลเหนื่อย
ฝ่ายค้านเหนื่อย
สื่อสารมวลชนเหนื่อย

ประชาชนอย่างเรา ก็ยิ่งเหนื่อย!

เหนื่อยในหลากหลายประเด็น แจงแจงกันทีละคน แต่วกไปวนมา ทั้งเรื่องเขาพระวิหาร การสอบตกของรัฐมนตรีพานิชย์ วุฒิภาวะของท่านนายกรัฐมนตรี ข้อกังขาการจบ ดร. ของท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และการรักลูกที่ไม่ถูกทางของท่าน

ต้องยอมรับว่าการฟังอภิปรายแต่ละครั้ง ต้องยึดถือหลักกาลามสูตร ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนมาแต่สมัยพุทธกาล โดยสรุปสั้น ๆ ว่าเราต้องฟัง และคิดอย่างมีวิจารณญาณ

ถึงแม้ว่าฝ่ายค้านข้อมูลอาจจะจริงบ้างเท็จบ้าง แต่ถ้าได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาเนือง ๆ ทั้งข้อมูลทางจอโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เรื่องเล่าของคนขับรถแท๊กซี่ พ่อค้า แม่ค้า ฯลฯ ก็ต้องยอมรับอย่างเต็มคำว่า รัฐบาลชุดนี้สอบตก! หมดคำแก้ตัวอย่างไร้ข้อกังขา

ข้่าวราคามันกำลังดีเป็นไปตามกลไกของตลาด แต่เพราะคำพูดไม่กี่คำของรัฐบาล ก็เกิดการเก็งกำไร และอาการข้าวล้นตลาด เกษตรกรตาดำ ๆ ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็พลอยซวย ขาดทุนไปตาม ๆ กัน

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ ทั้งท้าวสุรนารี ชาวบ้านบางระจัน พระเจ้าตากสิน พระเจ้าองค์ดำ เสด็จพ่อ ร.5 ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้แต่บรรกาล เสียเลือด เสียเนื้อ ไปไม่รู้เท่าไหร่ ในการรักษาดินแดนไทยอันไว้ให้ลูกหลาน แต่เพียงไม่กี่คนในรัฐบาลชุดนี้ เราอาจจะเสียดินแดงส่วนหนึ่งรอบเขาพระวิหารให้กับกำพูชาไปก็ได้ โชคยังดีฝ่ายศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยให้การลงนามร่วมระหว่างกระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลไทยและกำพูชามิชอบด้วยกฏหมาย แต่ก็ต้องลุ้นกันต่อไปเนื่องจากการคุ้มครองครอบคุลมแค่ในประเทศ แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ในกำพูชา

ท่าน มท.1 ก็จนตรอกในหลาย ๆ คำถาม ทั้งเรื่องไม่มีผลงาน รักลูกไม่ถูกทาง กรณีที่ดินทางภาคใต้ ตอบไม่ได้ ไล่ไม่ทัน ก็ต้องงัดไม้ตาย “ผมสาบาน” จนมุมหาคำแก้ตัวไม่ได้

ท่านนายกรัฐมนตรี นาน ๆ ทีจะมีนักข่าวต่างประเทศมาสำภาษณ์ พอนักข่าวสอบถามกรณีตากใบ ท่านนายกฯ ตอบอย่างมั่นใจว่า ชาวบ้านอดข้าวเป็นลมล้มทับกันตาย ทั้งตู้คอนเทนเนอร์ รัฐบาลไม่เกี่ยว หรือกรณีที่ พณฯ ท่านนายกฯ อีกนั่นแหละ ยืนยันเป็นมั่้นเป็นเหมาะว่า ในยุค 16 ตุลา ตายกันแค่ 1 ศพ ไม่ใช่อย่างที่ใคร ๆ เขาเข้าใจกัน

คณะรัฐมนตรีก็ตั้งหน้าตั้งตาจะแก้รัฐธรรมนูญ จนเค้าตรีตราว่าเป็นรัฐบาลลูกกรอก มีหน้าที่ในตอบแทน และทวงอำนาจให้นายเก่า คนที่คุณก็รู้ว่าใคร?

จะมีก็แค่หญิงหนึ่งเดียว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ดูจะสอบผ่านอยู่ท่านเดียว เพราะนโยบายและการปฏิบัติงานที่โดดเด่น ในการแก้ปัญญาพลังงาน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ทั้งเรื่องพลังงานทางเลือก E85 และกรณีขอความร่วมมือจาก ปตท. ในการตั้งกองทุนน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาภาวะ ข้าวของแพงของพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศ

ขอให้กำลังใจท่านคุณหญิงถึงแม้จะมีเสียงปากเหยี่ยว ปากกา ก็ขอให้ท่านตั้งใจทำตามนโยบาย และอุดมการณ์ของท่านต่อไป อย่าลืมนะครับ วีรบุรุษทุก ๆ คนในอดีต ต้องผ่านจุดนี้มาแล้วทั้งนั้น คือโดนด่ามาก่อน แต่ความดีของท่านจะยังคงเจิศรัศไม่มีวันจาง สั่งสมจนกระทั่งคนทุกคนยอมรับเป็นฮีโร่ในดวงใจ

ครับการอภิปรายจบไปด้วยคะแนนท่วมท้นของฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล ในการไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ แต่เต็มไปด้วยข้อกังขา!

เป็นโชคของพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้เสียงของประชาชนส่วนมาก ทำให้ท่านได้มีโอกาสแก้ตัวได้ในอีกครั้ง ก็ได้แต่หวังให้ท่านใช้โอกาสนี้อย่างระมัดระวัง โดยพึงระลึกว่า พี่น้องชาวไทยติดตามผลงานท่านอยู่

เวลารักก็รักมาก แต่ถึงเวลาเกลียด ก็เกลียดมากเป็นของธรรมดา

ประชาชนเลือกท่านเข้าไปได้ ก็สามารถนำท่านลงมาได้ โดยไม่ต้องพึ่งทหาร!

Share
Page 10 of 22« First...6789101112131415...Last »