Posts Tagged ‘Economics’
ทดสอบจุดยืน
เห็นคุณ Heretic ทำแบบทดสอบเกี่ยวกับจุดยืนแล้ว ก็เลย ลองดู บ้าง
ผลออกมาเป็นดังนี้
ว้าว เค้าบอกว่าเราเป็น Libertarian (นักเสรีภาพ)
ว่าแล้วก็มาดูกันเลยว่านิยามนักเสรีภาพคืออะไร ??
LIBERTARIANS support maximum liberty in both personal and
economic matters. They advocate a much smaller government; one
that is limited to protecting individuals from coercion and violence.
Libertarians tend to embrace individual responsibility, oppose
government bureaucracy and taxes, promote private charity, tolerate
diverse lifestyles, support the free market, and defend civil liberties.
แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า …
นักเสรีภาพ เป็นผู้ที่สนับสนุนเสรีภาพทุกรูปแบบทั้งในส่วนตนเอง สัมคมและเศรษฐกิจโดยรวม. โดยปกติแล้วนักเสรีภาพจะไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีนโยบายไม่คุ้มครองสวัสดิภาพและสิทธิเสรีของประชาชน
นักเสรีภาพ มีแนวโน้มที่จะรัก และสนับสนุนแนวทางหลักการของสิทธิและหน้าที่ของบุคคล และต่อต้านระบบระเบียบที่มีพิธีรีตรองโดยรัฐ และระบบภาษี เป็นผู้ที่ชื่นชอบการช่วยเหลือสังคม นิยมสังคมที่มีความหลากหลายในทุกมิติ สนับสนุนตลาดเสรี และปกป้องหลักการของเสรีภาพของประชาชน
แปลกๆ ดี ตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง
ใครว่างๆ ก็ลองทำดู ตอบคำถามอยู่ 10 ข้อ ในเรื่องส่วนตัวกับเศรษฐศาสตร์สังคม
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย ลุย
Related posts
Tags: Economics, Personal, Politics, thai
กรุงเทพฯ เมืองบาดาล
ต้องยอมรับว่าในขณะนี้ปัญหาต่างๆ รอบด้านรุ้มเร้าสังคมไทยในขณะนี้มากเหลือเกิน ทั้งปัญหาไฟใต้ ข้อพิพาทดินแดนไทย-เขมร ปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ปัญหาปากท้องชาวบ้าน และอีกนานาปัญหาจิปาถะ
ลองหลับตาลง ทำใจให้สบาย และพักยกกับเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองกันสักครู่ แล้วมองมุ่งไปอีก 3 เดือนข้างหน้า จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่กรุงเทพอีกครั้ง ดังเช่นเคยเกิดทุกขึ้นทุกปี เป็นวัฏจักรธรรมดาของธรรมชาติ
น้ำเหนือบ่า น้ำทะเลหนุน! จำได้กันมั้ยเอ่ยกับสถานการณ์นี้?
ช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมของทุกปีในช่วงของมรสุม จะมีน้ำเหนือปริมาณมากไหลหลากเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นจากต้นแม่น้ำสายปิง-วัง-ยม-น่าน มาบรรจบกันที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลออกสู่อ่าวไทย ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง จะมีปริมาณน้ำทะเลหนุนขึ้นผ่านทางอ่าวไทย
เกิดปรากฏการณ์น้ำจืดปะทะน้ำเค็มขึ้น!
ที่นี้ล่ะ น้ำเหนือปริมาณมากที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ จึงไม่สามารถไหลลงสู่ทะเลได้ แม่น้ำเจ้าพระยาก็เ่อ่อล้น ปริ่มตลิ่ง มีท่าทีที่จะทะลักเข้าสู่เมืองกรุงหลายครั้งหลายครา
ทุกคนอาจจะถามว่าแล้วอย่างไร?
กรุงเทพฯ น้ำจะท่วม! ผ่านมากี่ปี ๆ ก็ยังไม่ท่วมสักที
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลายปี
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง ที่ทุก ๆ คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้!
Related posts
Tags: bangkok, earth, Economics, thai
หนังสือใหม่ในตู้ 17/07/2008
สองสัปดาห์ติดต่อกันกับการผลาญงบประมาณรายจ่ายไปกับหนังสือ วันนี้มีงานสัปดาห์หนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 6 ซึ่งถือเป็นการจัดเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะถึงงานสัปดาห์แห่งสือแห่งชาติครั้งที่ 13 ในระหว่างวันที่ 11-23 ตุลาคม 2551 นี้
ชื่อว่าเป็นงานของเด็กและเยาวชน แต่บู้ทหนังสือสำหรับเด็กโต จนถึงผู้ใหญ่ก็มากันบ้างให้เห็นประปราย ทั้งมติชน โอเพนบุ๊ค บีทูเอส รวมไปถึงร้านหนังสือเก่าอย่างโฆษิต ก็มาด้วย
เดินไปพบหนังสือชุด October ของสำนักพิมพ์โอเพนบุ๊ค เนื้อหาภายในจะเกี่ยวกับการเมือง เศรษกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมกันเขียนโดยนักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย ฯลฯ และคนจากแวดวงต่าง ๆที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเมืองไทย
เล่มเก่า ๆ ของชุด October นี้ เท่าที่เดินดูตามร้านหนังสือทั่วไป เริ่มหาไม่ค่อยได้ ก็เลยต้องใช้นโยบาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” วันนี้ก็เลยต้องแบกชุด October เล่ม 1-7 กลับมาบ้าน
ปล 1. คนขายใจดีมากๆ เลย แถมสมุดโน๊ตให้เล่มนึง ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ ![]()
ปล 2. วันนี้จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด คงต้องงดเขียนบล็อกสักสองสามวัน ขอให้เพื่อน ๆ โชคดีในวันหยุดยาวครับ
Related posts
Tags: Book, Economics, Politics, thai
ปัญหาแก้ได้ที่ต้นเหตุ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาหลักของมหานครทั่วโลกคือการที่มีประชากรมาอาศัยอยู่อย่างแออัด การกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่มักเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย
ปัญหาอาชญากรรม การจราจรหนาแน่น มลภาวะทางอากาศ มลภาวะทางเสียง ปัญหาขยะมูลฝอย การอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบทมาสู่เมืองหลวง ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ในขณะที่คนหนุ่มสาวต้องมาแสวงหาความเจริญก้าวหน้า หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องในเมืองหลวง
ดังโบราณกล่าวไว้
มากคน มากความ ก็มากปัญหา!
ถ้าวิเคราะห์กันดี ๆ มองในภาพกว้าง ๆ ทุกปัญหาล้วนเกิดจากการที่นโยบายภาครัฐ ที่ไม่กระจายความเจริญในด้านต่าง ๆ สู่ชนบท
หากมีการสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายสู่ชมชนและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด
ก็ไม่มีคนที่จะละทิ้งถิ่นฐานอพยพจากชนบทมาสู่เมืองใหญ่
ประชากรไม่หนาแ่น่น อาชญากรรมก็หมด การจราจรเดินสะดวก ขยะก็ไม่ล้นเมือง มลภาวะต่าง ๆ ก็ลดลง
ทางแก้ปัญหามันมี แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงต่าง ๆ ที่จะต้องกล้าคิดใหม่ทำใหม่ ปรับเปลี่ยนนโยบายในระดับชาติ หยุดการสร้างความเจริญในเมืองหลวง แล้วมองหาแผนพัฒนาในแต่ละภาคส่วน โดยอาจเริ่มต้นในระดับภูมิภาค แล้วค่อยกระจายไปสู่ตามต่างจังหวัด
เริ่มต้นสร้างระบบลอจิสติกส์กลาง ระบบสารธารนูปโภค บริโภค โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน แล้วย้ายอุตสาหกรรมต่าง ๆ ออกจากเมืองหลวง โดยอาจยึดถนนสายหลัก เหนือ-ใต้-ออก-ตก เป็นที่ตั้งโรงงาน สำนักงาน เป็นศูนย์กลางในการพักสินค้่า และการขนส่ง เริ่มต้นจากหัวเมืองหลักในภูิมิภาค เช่น
ภาคเหนือ-เชียงใหม่, เชียงราย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น
ภาคกลาง-นครนายก, สมุทรปราการ
ภาคตะวันออก-ชลบุรี, ระยอง
ภาคตะวันตก-กาญจนบุรี
ภาคภาคใต้-สงขลา
การที่ย้ายที่ตั้งโรงงาน หรือสำนักงานออกจากกรุงเทพฯ และตามเมืองท่าต่าง ๆ จะทำให้การกระจายตัวของประชากรดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นข้อดีในการลดต้นทุนขององค์กร เพราะค่าครองชีพในต่างจังหวัดนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าเมืองหลวงมาก ทำให้ระดับเงินเ้ดือนของพนักงานลดลงเป็นเงาตามตัว
เงินเดือนลด รายจ่ายลด ต้นทุนการผลิตก็ลด
ระบบลอจิสติกดี ลดต้นทุนในการขนส่ง ต้นทุนในการผลิตก็ลด
มลภาวะน้อย ลูกจ้างมีสุขภาพจิตดีขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น กำไรบริษัทก็มากขึ้น
ลูกจ้างแฮปปี้ บริษัทแฮ้ปปี รัฐบาลก็แฮปปี้!
มีแต่ได้กับได้ จะเสียหน่อยก็ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นสูง
แต่ระยะยาว 10 ปี 20 ปี หรือ 50 ปี ก็ถือว่าคุ้ม ไม่มีเสีย
รัฐไม่ต้องกังวลว่าบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ จะไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้
รัฐพร้อม บริษัทก็พร้อม!
หากรัฐเอาจริง ผู้บริหารของแต่ละองค์กร ก็จะได้ไปวางแผนการ ดำเนินงานตามนโนบายที่รัฐให้ไว้
เริ่มต้นเสียแต่วันนี้ มองปัญหาให้เห็น ตีโจทย์ให้แตก แล้วแก้ต้นที่ต้นเหตุ
จะได้ไม่ต้องมาแก้ที่ปลายเหตุเหมือนอย่างทุกวันนี้ มันเสียเงิน เสียทอง เสียเวลาเปล่า!
Related posts
Tags: Economics, management, Politics, thai
วิีถีเกษตรธรรมชาติ
ภายใต้ยุคการล่าอาณานิคมสมัยใหม่ ที่เน้นการรุกคืบเข้าสู่ประเทศด้อยพัฒนาโดยมิติแห่งเศรษฐกิจแบบทุนนิยม วางรากฐานแนวคิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม การค้าและเทคโนโลยี ทะลายกำแพงทางวัฒนธรรมสู่สังคมต่าง ๆ ตั้งแต่สัมคมชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นรากหญ้า ส่งผลกระทบมากมายในสังคมประเทศเกษตรกรรมในทุก ๆ ด้าน
แนวคิดทางอุตสาหกรรม และการค้าสมัยใหม่ ทำให้ทัศนคติต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรมเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล การดำรงชีวิตด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัยกับธรรมชาติเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างพอเพียงหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน อิทธิพลจากความรู้ทางการเกษตรแนวใหม่ได้พร่ำสอนให้มนุษย์กบฏต่อธรรมชาติ มุ่งถึงผลผลิตที่เน้นปริมาณ และคำนึงถึงกำไรสูงสุดที่ได้จากการค้าขาย เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากธรรมชาติอย่างน่าหวาดวิตก โดยไม่ตระหนักในผลกระทบและการเสื่อมถอยของสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่มีแนวโน้มแย่ลงเรื่อย ๆ
วิทยาศาสตร์สอนให้ชาวนาปฏิรูปการเกษตร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้น การใช้ยาฆ่าแมลง รวมไปถึงหลักการเกษตรสมัยใหม่ที่มีฐานความรู้จากห้องทดลอง เน้นการคิดแบบแยกส่วน การเกษตรถูกย่อยเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ความรู้เรื่องดิน เรื่องปุ๋ย วิชาที่ว่าด้วยศัตรูพืช ลักษณะของพืช ใบ ราก ดอก ผล กิ่งก้านลำต้นและราก ถูกแยกออกจากัน ทุก ๆ ส่วนจะมีนักวิชาการประจำดูแลรับผิดชอบอยู่เฉพาะทาง
เมื่อเกิดปัญหา นักวิชาการก็จะแจงแจงปัญหาออกเป็นส่วนๆ แบ่งงานให้ผู้รับผิดชอบงานตามส่วนนั้น ๆ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีแก้ไขในมุมมองของตน แล้วจึงนำมาประกอบเป็นองค์รวม จากนั้นก็เสนอแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งวิธีการเช่นนี้ดูคล้ายกับวิธีการที่เป็นระบบ มีคุณภาพ แต่แท้จริงแล้วกลับขาดศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้องการวิเคราะห์แบบเชื่อมโยงผลกระทบของแต่ละองค์ประกอบและสังค์เคราะในรูปปัจเจคภาพ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถแยกย่อยธรรมชาติเช่นนั้นได้ ปัญหาการเกษตรทุกวันนี้จึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี
Related posts
Tags: agriculture, Economics, Philosophy, thai
