เคยคิดกันหรือเปล่าว่าความต้องการสูงสุดของเราคืออะไร เราต้องการอะไรจริง ๆ กันแน่ในชีวิต ถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กว่า ให้เรียนหนังสือ จบมาจะได้มีหน้าที่การงานที่ดี จากนั้นก็เก็บเงินสร้างฐานะ ซื้อบ้าน ซื้อรถ และมีครอบครัวที่อบอุ่น สิ่งเหล่านี้แท้จริงเป็นคำสอนที่ดีหรือไม่ หรือเป็นเพียงแนวคิดเก่า ๆ ที่ยัดเยียดเ้ข้ามาในสมองของเด็กทุกคนที่เพิ่งเกิดมาดูโลก เพื่อให้เดินตามวัฏจักรที่ดิ้นรน บวกกับสภาวะความเป็นอยู่ การเมือง และเศรษฐกิจที่คลุมเครือ และแข่งกัน ค่านิยมแบบทุนนิยม คนรวยเป็นอภิสิทธิ์ชนด้วยอำนาจเงินตรา และด้วยอำนาจนี้คนรวยก็จะรวยขึ้นไปอีก ส่วนคนจนซึ่งไม่มีอำนาจและเงินตรา บวกกับถูกระบบทุนนิยมครอบงำให้ใช้จ่ายจนเกินคำค่าเศรษฐกินพอเพีียง กระเสือกกระสนอย่างให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น (รวยขึ้น) ยิ่งทำให้การมองไปข้างหน้าของคนหาเช้ากินค่ำ เป็นการสร้างภาระหนักอึ้งในจิตใจ ก่อให้เกิดสภาวะทางร่ายกายที่ี่ถดถอย ความเครียดเพิ่มขึ้น เนื่องจากทำงานหนักเพื่อหาเงินมาบำเรอความฟุ้งเฟ้อของตนเองที่ไม่มีขอบเขต
ลองตั้งสติกลับมานั่งคิด หยุดการกระทำทุก ๆ อย่าง พินิจพิจารณาให้่ถ้วนถี่ แล้วหันมาตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า
- อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต ?
- จุดหมายของชีิวิตเราคืออะำไร ?
คำถามเหล่านี้เป็นคำถามใกล้ตัว เป็นคำถามที่นำเราไปสู่การดำรงชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุข แต่โดยส่วนใหญ่ไม่มีใครจะคิดหาคำตอบ หรือถ้าได้คำตอบก็อาจจะเป็นคำตอบอย่างผิวเผิน ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง เนื่องจากกาย ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ได้ถูกหลอมรวมกับระบบ และกฏที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ได้สร้างขึ้นเพื่อมาจำกัดสิทธิและเสรีในการคิด
คำตอบอาจจะมีมากมาย ขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นอยู่ของคนในขณะนั้น เช่น ถ้าเราไปถาม อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต ? กับคนพิการ คำตอบที่ได้อาจจะเป็นว่า ต้องการเกิดมาให้สมประกอบมีอวัยวะครบ 32 ประการ ถ้าไปถามผู้คนที่อดอยากในทวีปโลกที่สาม คำตอบที่ได้ก็อาจจะเป็นอาหาร หรือถ้าถ้าคนป่วย คนป่วยก็จะต้องการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กลุ่มคนที่มีอำนวจก็อยากจะรักษาอำนาจและความร่ำรวยไว้ให้นานที่สุด ถ้าตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา จุดมุ่งหมายที่ทุกคนไขว่คว้าก็การนิพพาน ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏจักรสงสาร
จะสังเกตเห็นว่าคำตอบส่วนใหญ่เกิดจากการบีบคั้นทางธรรมชาติและความเป็นอยู่ ไม่ได้เป็นคำตอบที่เกิดจากการพินิจพิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ณ จุดนี้หลายคนก็อาจจะมีคำถามต่อมาว่า ความคิดอย่างเป็นระบบนั้นเป็นอย่างไร? และทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าจะบรรลุถึงคำตอบของคำถามที่ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญและจุดหมายในชีวิตของเรา
ระบบระเบียบวิธีการเหล่านี้โดยแท้จริงแล้ว ได้ผ่านการคิดมาหลายยุคหลายสมัย โดยนักปรัชญาได้มีการบอกเล่า หรือจดบันทึกถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แนวคิดที่ดูน่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับกระบวนการคิดแบบวิทยาศาตร์มากที่สุดก็คือหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีการบันทึกและเผยแผ่มาตลอดสองพันห้าร้อยปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการหาคำตอบกับคำถามที่ดีที่สุดต้องเกิดจากการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้ที่ค้นหาความจริงของชีวิตด้วยตัวเอง
ตัวผมเองนั้น จนบัดนี้ผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ผมได้รู้ถึงคำตอบที่แท้จริงได้แล้วหรือยัง และผมยังต้องถามตัวเองว่าต้องใช้ระยะเวลานานอีกเพียงใดถึงจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ หรือสิ่งเหล่านี้ เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ต้องการเพียงให้เราค้นหา จนในท้ายที่สุดเราก็อาจจะพบแต่ความว่างเปล่า …