Posts Tagged ‘Literature’

ความขัดแย้ง

หากแม้ผู้ซึ่งเป็นที่รัก ซึ่งคบหากันมาเป็นเวลานาน
ผ่านช่วงเวลาที่ประทับใจ และวันเวลาแห่งการทะเลาะเบาะแว้ง

แรกเริ่มจากความรักที่หวานชื่น ตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความลุ่มหลง
การยินยอมโอนอ่อน มีอานุภาพเหนือความขัดแย้ง และถูกเจือจางด้วยพลังแห่งรัก

แต่ทว่า …สิ่งใดๆ ล้วนไม่เคยหยุดนิ่ง
เมื่อความเบื่อหน่าย ความเคยชินเริ่มก่อตัวขึ้น
ความรู้สึกดั่งคู่รัก ที่ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผา เริ่มจางหาย
กลับกลายมาเป็นความรู้สึกดั่งเพื่อนสนิท ที่มิอาจเหมือนดั่งเช่นตอนดอกรักแรกเริ่มผลิบาน

ความขัดแย้ง รอยร้าวของแต่ละฝ่าย
ที่เดิมทีได้เชื่อมติดกันแนบสนิท ด้วยเตาหลอมแห่งรัก
ได้เริ่มปริตัวออกจากกันทีละเล็กทีละน้อย

อนิจจา … คู่นกน้อยที่เคยโผบินบนฟากฟ้า
ยืนเกาะกิ่งไม้ ในพงไพรคอยส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
ส่งความอบอุ่นแผ่ขยาย แบ่งปันสู่หมู่สรรพสัตว์ไปทั่วหุบเขาหลังฝนโปรย
ไม่ได้รู้สึกถึงรอยปริแยกที่ก่อตัวทีละนิด

ยามใดที่ความขัดแย้งมีพลังพอจะทำลายตัวประสาน
รอยแตกได้แผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจ

ความรักและความหลงได้ถูกแทนที่ด้วยความเบื่อหน่าย

คนรักหลากหลายคู่ต้องแยกจากกัน
แต่ก็อีกหลากหลายคู่ก็อยู่รอดตลอดฝั่งจนล่วงวัยชรา

สาเหตุคือสิ่งเดียวกัน แต่ล้วนแตกต่างในผลลัพธ์

ทำไมหนอ ทำไม ???
ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเราเอง

สวัสดี …

Related posts

Tags: ,

เหมันตฤดู

ผ่านมาแล้วสามไตรมาส ย่างเข้าช่วงปลายปี ปลายฝน ต้นหนาว เวลาช่างไหลผ่านไปไวเหลือเกิน

ทุกสิ่งที่ผ่านมา และก็ผ่านไป
ทุกสิ่งที่กำลังหมุนมา ก็จะกลายไปเป็นอดีตในช่วงเวลาในแต่ละวินาที แต่ละวินาทีถัดไป

หลับตาลง ความรู้สึกที่ผ่านมาในอดีต คล้าย ๆ ราวกับว่ามันอยู่ใกล้เหลือเกิน
แต่ยามลืมตาตื่น ทุกสิ่งทุกอย่าง หลากหลายภาพ ได้เลือนหายไป ทิ้งเหลือไว้แต่ปัจจุบัน

…….. ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตในช่วงเวลาถัดไป ……

ผ่านมา 25 ปี รู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่าง มันเพิ่งเกิดได้มาไม่นานนี้ ความทรงจำครั้งยังเด็ก ยังอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ภาพครั้งยังเป็นเด็กอนุบาล นักเรียนประถม มัธยม และนักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นสีจาง ๆ
แต่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยสายใยแห่งรัก และความผูกพัน

ความสุข ความทุกข์หมุนเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยียน
ช่วงเวลาที่ความสุขมาเยือน ก็รู้สึกสุขมากล้นเหลือ แต่บางทีความทุกข์ก็มาเคาะประตูแห่งอารมณ์ แล้วก็อยู่ในใจนานเหลือเกิน
บางคนสามารถเข้าใจ และรู้จักความทุกข์ และความทุกข์ก็จะหมุนไป แทนที่ความสุขที่มาสับเปลี่ยน
อนิจจา ที่บางคนที่ไม่สามารถเรียนรู้ การปรับตัวเข้ากับความทุกข์ ความสุขก็ดูเหมือนอยู่ห่างไกล ราวกับไม่อาจเอื้อมถึง
และแล้วมันก็หมุนเวียน เปลี่ยนไป เป็นอย่างนี้ทุก ๆ นาที ไม่รู้จักจบสิ้น

กาลเวลาไม่เคยทำร้ายใคร ถ้าเราเรียนรู้ที่จะอยู่ และทำใจยอมรับกับสิ่งที่มาพร้อมในแต่ละช่วงเวลา

บางสิ่งบางอย่าง ความทุกข์ทน ณ ปัจจุบัน ดูเหมือนยากที่จะทนยอมรับ
แต่ถ้าลองปล่อยมันผ่านไป ไม่นาน …. ลองเหลียวย้อนไปดู พบว่า สิ่งนั้น เหมือนหลากหลายเรื่อง ที่มาพร้อมกับกาลเวลา ที่มาแล้วก็ผ่านไป
เรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผ่านไปนานเข้า มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก

เรียนรู้ที่การรักษาความสุขไว้ และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ นี่ละรสชาติของชีวิต ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ตลอดเวลา ไม่รู้จักจบจักสิ้น ไม่ว่าเด็กหรือคนสูงอายุ

ตลอดเวลา และตลอดไป …

Related posts

Tags: ,

Dune ราชันย์พิภพทราย

วันหยุดยาวผ่านไปไวเหมือนโกหก ไปต่างจังหวัดเหมือนเปลี่ยนสถานที่อ่านหนังสือ สัปดาห์นี้หยิบหนังสือในสต๊อกที่คงค้างยังไม่ได้อ่านอีกเกือบสิบเล่ม ประเดิมด้วยหนังสือเรื่อง Dune ราชันย์พิภพทราย หนังสือวรรณกรรมแนวไซไฟต์เรื่องเยี่ยม ที่จัดว่าเป็นรุ่นพี่ของลอร์ดออฟเดอริงค์ แต่งโดย Frank Herbert ตีพิพม์ครั้งแรกเมื่อปี 1965 และก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจนทำให้มีภาคต่อมาอีกหลายภาค มีการแปลงไปสร้างภาพยนตร์และเกมส์อีกหลายภาคด้วยกัน

Dune เล่มที่ผมถืออยู่นี้ เป็นตอนแรก ซึ่งเป็นเรื่องราวการผจญภัยของพอล หนุ่มน้อยที่มีพลังวิเศษ และอำนาจจักษุทิพย์ที่สามารถมองอนาคตล่วงหน้าได้ ความสามารถคล้าย ๆ The next ) ภาพยนตร์ Action ที่ นิโคลัส เคจ และเพิ่งฉายไปเร็ว ๆ นี้) ผู้ซึ่งสูญเสียบิดาผู้เป็นดยุคแห่งอทัยเรส และโชคชะตากำหนดให้มาเป็นผู้ปกครองชนเผ่าเฟรเมน แห่งดวงดาวแห่งทะเลทราย ที่น้ำมีความสำคัญมากที่สุด

เรื่องราวของ Dune สะท้อนให้เห็นจินตนาการของผู้แต่ง สอดแทรกด้วยเนื้อหาการแย่งชิง ปฏิภาณไหวพริบ ความรัก ความชิงชัง และการเมืองการปกครองที่ดูทันสมัย สามารถนำมาปรับใช้ได้ในกาลปัจจุบัน ซึ่งอ่านแล้วไม่น่าเชื่อว่า จินตนการของคนใน คศ. 1965 ดูราวกับมองเห็นอนาคตการเมืองการปกครองสมัยปัจจุบัน

ต้องยกนิ้วให้ Frank Herbert ที่แต่งวรรณกรรมดีๆ แบบนี้ให้พวกเราอ่าน ในขณะอัพเดทบล็อกอยู่นี้ผมยังอ่านไม่จบ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ผมใช้เวลาเพียงสองวันเศษ ๆ อ่านเกือบจบเล่มแล้ว เชียร์ให้เพื่อน ๆ หามาอ่านกับ Unputdownable Science Literature เรื่องนี้

Related posts

Tags: , ,

ทะเลสาบ

บ่อยครั้งชีวิตก็เรียบง่าย เหมือนน้ำในทะเลสาบที่สงบนิ่งอยู่มาเป็นเวลานานจนกระทั่ง ก้อนหิน ก้อนหนึ่งได้ถูกขว้าง พุ่ง มุ่งลงกระทบผิวน้ำ แรงน้ำกระเพื่อมสั่นไหว แล้วค่อย ๆ เงียบสงบลงอีกครั้ง ในระหว่างที่หินก้อนนั้น ได้จมลงสู่ผืนทะเลสาบที่กว้างใหญ่

ชีวิตคนเราก็เหมือนกับทะเลสาบ มีความเรียบง่ายดังผืนน้ำ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความอ่อนนุ่ม ลื่นไหลคล้ายกลับสายน้ำลึก แต่คนเราชอบหยิบเรื่องรอบข้างมากมาย เข้ามาใส่ให้กับชีวิต  ดั่งหินนับพันก้อน ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ได้พุ่งทะยานจากขอบฟ้า แล้วตกลงใส่ผืนน้ำ ก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่เราไม่สังเกตว่า คลื่นบนผิวน้ำได้ก่อตัวขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย คลื่นได้ซ้อนกันกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ ทะเลสาบที่เคยแสนสงบ บัดนี้ได้กลายเป็น สายน้ำที่หวั่นไหว ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสงบนิ่ง แต่ถ้าเมื่อไร ที่ไม่มีหิน ทะละสาบก็จะค่อย ๆ กลับมาสู่สภาวะสงบนิ่งอีกครั้ง

คนเราเรียนรู้ที่จะรับรู้สิ่งรอบ ๆ ตัว ทั้งเรื่องที่ดีมีสาระ และอีกมากมาย หลายเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุ และไร้คุณค่าทางจิตใจ แต่คนเราไม่เคยเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กลับปล่อยให้ภาวะจิตที่เคยสงบนิ่งถูกรุมเร้า ดั่งเห็นพันก้อนพุ่ง เสียดแทงจิตใจ

การค้นหาความสงบ ไม่ใช่การขวนขวาย ท่องไปหาดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก หรือทะเลสาปแห่งใหม่ จักแต่เป็นการเรียนรู้ที่จะวางของหนัก ที่อยู่ในจิตใจ

จำไว้ให้ขึ้นใจว่า “ตัวกู ไม่ใช่ของกู”

Related posts

Tags: ,

ทำไมนะ …

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยสัมผัสกับความร้อน เราก็จะไม่รู้เลยว่าสิ่งไหนเย็น

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยเป็นทุกข์ เราก็จะไม่รู้ว่าความสุขนั้นงดงามเพียงใด

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยรู้สึกเจ็บป่วย เราก็จะไม่ตระหนักว่าการมีสุขภาพดีนั้นดีเช่นไร

ทำไมนะ … หากเราไม่เคยรู้สึกถึงความตาย เราก็จะไม่เคยมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

… ไม่เข้าใจว่าทำไม ก่อนที่เราจะเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ก็ต้องผ่านประสบการณ์ หรือสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะตรงกันข้ามกันเสมอ

Related posts

Tags: ,

บ้านไร่

ท่ามกลางแสงอำพันของดวงตะวันยามเช้า เสียงไก่ขัน นกกระจิบ และผีเสื้อโบยบิน คล้าย ๆ กับโห่ร้องแสดงความยินดีต้อนรับวันใหม่ หลังจากพระพิรุนได้โปรยลงมาอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน

เสียงร้องเรียกของคุณแม่ปลุกให้ผมตื่นขึ้น เพื่อให้อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ผมได้แต่ชะเง้อคอมาขานรับเสียง โดยที่ยังคงไม่ลุกจากเตียงนอนที่แสนสบาย จนกระทั่งไข่เจียวร้อน ๆ กับข้าวมะลิหอมกรุ่น ส่งกลิ่นเข้าไปถึงห้องนอน เย้ายวนใจผมจนต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะได้ไปทานข้าวไข่เจียวจานโปรดที่ตั้งสำรับพร้อมแล้วที่โต๊ะอาหาร

จักรยานคันเก่งจอดรออยู่แล้วที่ใตุ้ถุนบ้าน หลังจากทานข้าวเรียบร้อยแล้ว ผมก็กระโจนลงบันได ด้วยความว่องไวแล้วก็ควบจักรยานเพื่อปั่นไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านไม่ใกล้ ไม่ไกล ประมาณสามกิโลเมตร

เสียงกริ่งบ่งบอกถึงเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง ผมรีบน้ำจักรยานไปจอดใต้อาคารไม้ ที่สร้างมาแล้วมานานกว่าสิบปี ตั้งตระหง่านเพื่อให้จักรยานของเด็กประถมรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้จอดพักพิง เพื่อให้ไม่ต้องแดด ลม และฝน

ทันใดนั้นเองระหว่างที่วิ่งเพื่อที่จะไปเข้าแถวหน้าเสาธงให้ทันเวลา อากาศก็ร้อนอบอ้าวผิดปกติล้อมจู่ ๆ ก็แผ่คลุมรอบตัว ควันดำ และเสียงดังของรถเมล์ที่แข่งกันปล่อยควันดำเข้าสู่อากาศ

… ผมสะดุ้งตื่นขึ้นทันที พร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกครั้งที่สิบสองที่ทำหน้าที่ของมันได้ดี โดยที่เมื่อคืนได้ถูกตั้งไว้ในเวลาไว้เจ็ดโมงเช้า พร้อมกับความงุนงงที่อยู่ ๆ ภาพต่าง ๆ ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยภาพของเพดานหอพักใน กทม ที่ได้เช่าอยู่เพื่อมาทำงานได้ปีกว่าแล้ว

โธ่ นี่เราฝันไปหรอกหรือนี่ …

Related posts

Tags: ,

จุดหมาย

เคยคิดกันหรือเปล่าว่าความต้องการสูงสุดของเราคืออะไร เราต้องการอะไรจริง ๆ กันแน่ในชีวิต ถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กว่า ให้เรียนหนังสือ จบมาจะได้มีหน้าที่การงานที่ดี จากนั้นก็เก็บเงินสร้างฐานะ ซื้อบ้าน ซื้อรถ และมีครอบครัวที่อบอุ่น สิ่งเหล่านี้แท้จริงเป็นคำสอนที่ดีหรือไม่ หรือเป็นเพียงแนวคิดเก่า ๆ ที่ยัดเยียดเ้ข้ามาในสมองของเด็กทุกคนที่เพิ่งเกิดมาดูโลก เพื่อให้เดินตามวัฏจักรที่ดิ้นรน บวกกับสภาวะความเป็นอยู่ การเมือง และเศรษฐกิจที่คลุมเครือ และแข่งกัน ค่านิยมแบบทุนนิยม คนรวยเป็นอภิสิทธิ์ชนด้วยอำนาจเงินตรา และด้วยอำนาจนี้คนรวยก็จะรวยขึ้นไปอีก ส่วนคนจนซึ่งไม่มีอำนาจและเงินตรา บวกกับถูกระบบทุนนิยมครอบงำให้ใช้จ่ายจนเกินคำค่าเศรษฐกินพอเพีียง กระเสือกกระสนอย่างให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น (รวยขึ้น) ยิ่งทำให้การมองไปข้างหน้าของคนหาเช้ากินค่ำ เป็นการสร้างภาระหนักอึ้งในจิตใจ ก่อให้เกิดสภาวะทางร่ายกายที่ี่ถดถอย ความเครียดเพิ่มขึ้น เนื่องจากทำงานหนักเพื่อหาเงินมาบำเรอความฟุ้งเฟ้อของตนเองที่ไม่มีขอบเขต

ลองตั้งสติกลับมานั่งคิด หยุดการกระทำทุก ๆ อย่าง พินิจพิจารณาให้่ถ้วนถี่ แล้วหันมาตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า

  • อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต ?
  • จุดหมายของชีิวิตเราคืออะำไร ?

คำถามเหล่านี้เป็นคำถามใกล้ตัว เป็นคำถามที่นำเราไปสู่การดำรงชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุข แต่โดยส่วนใหญ่ไม่มีใครจะคิดหาคำตอบ หรือถ้าได้คำตอบก็อาจจะเป็นคำตอบอย่างผิวเผิน ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง เนื่องจากกาย ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ได้ถูกหลอมรวมกับระบบ และกฏที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ได้สร้างขึ้นเพื่อมาจำกัดสิทธิและเสรีในการคิด

คำตอบอาจจะมีมากมาย ขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นอยู่ของคนในขณะนั้น เช่น ถ้าเราไปถาม อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต ? กับคนพิการ คำตอบที่ได้อาจจะเป็นว่า ต้องการเกิดมาให้สมประกอบมีอวัยวะครบ 32 ประการ ถ้าไปถามผู้คนที่อดอยากในทวีปโลกที่สาม คำตอบที่ได้ก็อาจจะเป็นอาหาร หรือถ้าถ้าคนป่วย คนป่วยก็จะต้องการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กลุ่มคนที่มีอำนวจก็อยากจะรักษาอำนาจและความร่ำรวยไว้ให้นานที่สุด ถ้าตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา จุดมุ่งหมายที่ทุกคนไขว่คว้าก็การนิพพาน ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏจักรสงสาร

จะสังเกตเห็นว่าคำตอบส่วนใหญ่เกิดจากการบีบคั้นทางธรรมชาติและความเป็นอยู่ ไม่ได้เป็นคำตอบที่เกิดจากการพินิจพิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ณ จุดนี้หลายคนก็อาจจะมีคำถามต่อมาว่า ความคิดอย่างเป็นระบบนั้นเป็นอย่างไร? และทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าจะบรรลุถึงคำตอบของคำถามที่ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญและจุดหมายในชีวิตของเรา

ระบบระเบียบวิธีการเหล่านี้โดยแท้จริงแล้ว ได้ผ่านการคิดมาหลายยุคหลายสมัย โดยนักปรัชญาได้มีการบอกเล่า หรือจดบันทึกถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แนวคิดที่ดูน่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับกระบวนการคิดแบบวิทยาศาตร์มากที่สุดก็คือหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีการบันทึกและเผยแผ่มาตลอดสองพันห้าร้อยปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการหาคำตอบกับคำถามที่ดีที่สุดต้องเกิดจากการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้ที่ค้นหาความจริงของชีวิตด้วยตัวเอง

ตัวผมเองนั้น จนบัดนี้ผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ผมได้รู้ถึงคำตอบที่แท้จริงได้แล้วหรือยัง และผมยังต้องถามตัวเองว่าต้องใช้ระยะเวลานานอีกเพียงใดถึงจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ หรือสิ่งเหล่านี้ เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ต้องการเพียงให้เราค้นหา จนในท้ายที่สุดเราก็อาจจะพบแต่ความว่างเปล่า …

Related posts

Tags: , ,

เมื่อลมหนาวพัดมา

ปีนี้ … ในที่สุดลมหนาวก็ได้เริ่มพัดมา มาพร้อมกับเสียงเงียบแห่งความสงบ ผสมผสานกับเสียงใบไม้ที่พริ้วปลิวไปตามลมเหมือนที่เคยผ่านมาเฉกเช่นทุก ๆ ปี แต่ทว่า …

บางสิ่งรอบตัวที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทีละน้อย ทีละน้อย
บางสิ่งที่ไม่อาจหวนคืนมาอีก แต่จะกลายเป็นความทรงจำที่งดงาม
บางสิ่งที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเล็ก ๆ ของข้าพเจ้า

กลิ่นอายชีวิตในสมัยเรียน ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนชั้นปีที่หนึ่ง เหมือนเพิ่งจะผ่านไปไม่นานมานี้เอง
ชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบมากนัก หน้าที่ก็มีเพียงอย่างเดียวคือเรียน เรียนแล้วก็เรียน
หลายปีที่ผ่านมาในรั้วมหาวิทยาลัย ก็ได้พบกับผู้คนมากมาย

บ้างก็เป็นเพื่อนที่รัก เพื่อนสนิท
บ้างก็เป็นเพื่อนมักที่ชัง
บ้างก็ยังอยู่ ยังพบเห็นเป็นประจำ
บ้างก็หายหน้าหายตา ไปพบพร้อม ๆ กับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทุกนาที

แต่ทุกคนก็ได้ผ่านไป คนแล้วคนเล่า จนมารู้สึกตัวว่า บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราก็ต้องไปเหมือนกัน
ไปพบกับโอกาสใหม่ สังคมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงที่พร้อมจะทำให้เรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือเลวลงได้พร้อม ๆ กัน
เราต้องตระหนักทุก ๆ นาทีว่า เวลาไม่เคยรอใคร จะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะได้ไม่มารู้สึกเสียใจในภายหลัง
อย่างเลวร้ายที่สุด ถ้าพรุ่งนี้เราตาย หรือมีบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจเราสูญสิ้น ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้บนโลกนี้
ซึ่งนั้นอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อไรที่เราประมาท เมื่อไรที่เราเผลอเรอ ใช้ชีวิตด้วยความคึกคะนอง
อย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่า เราทำดีที่สุดแล้ว ขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

Related posts

Tags: ,


Page 1 of 11