Tag Archives: Movie

เกร็ดน่ารู้ก่อนดู The Social Network

  • PHP = ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์
  • Python = ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาโปรแกรม
  • Firewall = ระบบป้องกันผู้บุกรุกในระบบคอมพิวเตอร์
  • EMACS = ตัวแก้ไขไฟล์เอกสาร ไว้ใช้พัฒนาโปรแกรม (คล้าย ms word)
  • Napster= โปรแกรมแชร์ไฟล์เพลงอันโด่งดัง
  • Silicon Valley = เขตอุตสาหกรรม IT แห่งใหญ่ในรัฐแคลิฟอเนีย เป็นที่ตั้งของบริษัทโด่งดังหลายบริษัทเช่น Google, Apple, eBay, HP, Intel, Yahoo และอีกมากมาย
  • Sean Parker = ผู้ก่อตั้ง Napster
  • Mark Zuckerberg = ผู้ก่อตั้ง, นักพัฒนา และยังคงเป็น CEO คนปัจจุบันของ Facebook
  • Eduardo Saverin = ผู้ก่อตั้งร่วม Facebook, เพื่อนของ Mark เป็นคนบราซิล ปัจจุบันมีหุ้นใน Facebook 5% คิดเป็นมูลค่า 2.3 พันล้านเหรียญ ทุกวันนี้เชื่อกันว่า Saverin พักอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์
  • facemash= อัลกอริทึมที่ใช้ในการวัด Am I Hot or Not … มีข่าวเก่าที่ Mark Z. โดนสอบสวนก่อนที่เค้าจะสร้าง Facebook ในเวลาต่อมา (ที่มา)
  • Facemash.com = มีอยู่จริง  และ Mark  ได้ขายให้แก่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามในราคา 30,000 เหร๊ยญ (ที่มา) (ปัจจุบันเป็นหน้า Construction page)
  • Erica Albright = แฟนเก่าของ Mark เธอมีตัวตนจริง!  เข้าไปดูในเว็บไซตฺ์ของเธอได้ที่  http://ericaalbright.com/ หรือ Profile ของเธอบน Facebook ปัจจุบันเธอมีแฟนใหม่ชื่อ Dave Desvousges คิดว่าเธอคงจำวันที่ทะเลาะและเลิกกับ Mark ได้ไม่มีวันลืม
  • Larry Summers = อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย Harvard ลำดับที่ 27 … ผู้ที่เคยประเมินว่าการที่ Mark ขโมยไอเดีย (ถ้าเป็นจริง) Facebook ในขณะนั้นว่าเป็นเพียงการลักเล็กขโมยน้อย
  • ชิ้นส่วนของ Blog เท่าที่หาได้ ในคืนที่ Mark สร้าง Facemash

Share

Slumdog Millionaire

นึกไม่ถึงว่ากระแสหนังออสการ์จะทำให้โรงหนังในเครือ APEX ในยามสงบที่มีมิตรสหายนักเลงหนังผ่านมาประปราย

ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างหลั่งไหลมาดูภาพยนตร์ที่การันตีด้วย 8 รางวัลจากเวทีออสการ์
เพียงชั่วข้ามคืนที่ Slumdog Millionaire ได้เข้าฉายในโรงหนังเครือ APEX

Slumdog Millionaire เป็นเรื่องราวของเด็กสลัมคนหนึ่ง (จามาล) ในเมืองมุมไบ ที่มีโอกาสไปออกรายการเกมส์โชว์ “Who wants To Be A Millionaire?” (เหมือนเกมส์เศรษฐีในบ้านเรา) เพื่อค้นหาและหวังว่าจะให้หญิงที่ตนรัก (ลาติกา) ซึ่งหากได้ชมรายการอยู่จะได้ติดต่อกลับมา และได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง

Slumdog Millionaire

แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิต คำถามช่างเป็นใจ ทุกคำถามล้วนเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่หนุ่มน้อยจามาลได้เคยประสบพบเจอมาแล้วทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้หนุ่มน้อยจามาลสามารถตอบคำถามทั้งหมดคว้าเงินรางวัลกว่า 20 ล้านรูปีไปได้

Read more »

Share

Benjamin Button

คุณจะทำอย่างไรหากชีวิตเริ่มต้นจากวัยชรา และสิ้นสุดลงในวัยเด็ก

ณ วันที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบลง ทารกคนนึงได้ลืมตาดูโลกขึ้น พร้อมๆ กับการสูญเสียชีวิตของมารดาผู้ให้กำเนิด  เบนจามินได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยสภาวะที่ไม่ปกติทางร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้านั้นดูราวกับคนชราในบั้นปลายของชีวิต

โทมัส บัตตอน ผู้ซึ่งเป็นพ่อของเบนจามิน โศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดโทษเบนจามินว่า เป็นซาตานที่เกิดมาเพื่อคร่าชีวิตภรรยาของเขาไป โทมัสจึงนำเบนจามินไปทิ้งที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง ที่ควีนนี่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลในขณะนั้น ด้วยความสงสารเบนจามิน กอรปกับการที่ตนเองไม่สามารถมีบุตรได้ ควีนนี่จึงรับเบนจามินเป็นลูกเลี้ยงนับแต่นั้นมา

Benjamin Button

หลายคนคิดว่าชีวิตของเบนจามินคงจะอยู่ได้ไม่นาน อันเนื่องจากสภาพร่างกายที่ผิดปกติของเขา แต่โดยไม่คาดคิด หลายปีผ่านไป เบนจามินเริ่มเติบโตขึ้น โดยที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาด จากผมขาวโพลน ก็เริ่มมีผมดำแซมขึ้นมาบ้าง กระดูกที่เปราะบาง ผิดหนังที่เหี่ยวย่นดังคนชราวัยแปดสิบ ก็ถูกแทนที่ด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแรง และสมบูรณ์มากขึ้น

เบนจามินได้พบกับเดซี่ เด็กผู้คนนึงผู้ซึ่งได้กลายเป็นคนรักของเบนจามินในภายหลัง ช่วงที่เขาอยู่บ้านพักคนชรา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้นไปเป็นลำดับ โดยที่เดซี่ไม่รังเกียจกับสภาพร่างกายของเบนจามินแม้แต่น้อย จนกระทั่งเบนจามินได้ตัดสินใจออกเดินทางสู่โลกกว้าง ไปเป็นลูกเรือของเรือลากลำหนึ่ง เดซี่ให้เบนจามินสัญญาว่าจะเขียนจดหมายมาหาตนทุกเวลา ในทุกสถานที่ที่เบนจามินท่องเที่ยวไป

Read more »

Share

The Day The Earth Stood Still

เมื่อวัตถุลึกลับในอวกาศอันไกลโพ้นกำลังเดินทางด้วยความเร็วสูง มุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ชื่อว่าดาวโลก พร้อมๆ กับที่ดาวเทียมสอดแนม และเครื่องยิงขีปนาวุธเพื่อความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้แผนการที่จะยิงขีปนาวุธเพื่อเบียงวิถีการโคจรของวัตถุประหลาดได้ถูกล้มเลิก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เรียกระดมนักวิทยศาสตร์ และผู้คนจากหลากหลายสาขาวิชาระดับหัวกะทิ เพื่อมาวิเคราะห์หาทางหยุดยั้งวัตถุลึกลับที่เดินทางมายังโลก และพร้อมจะพุ่งชนโลกในอีกไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความเสียหายที่มิอาจประมาณค่าได้

แต่แล้วเมื่อถึงเวลาวัตถุลึกลับได้ชะลอความเร็ว เผยให้เห็นเป็นลักษณะทรงกลมกลางน่านฟ้ากรุงนิวยอร์ค และร่อนลงสู่เซ็ลทรัลพาร์ค ท่ามกลางฝูงชนนับพันที่กำลังเดินขวักไขว่ หน่วยความมั่นคงได้เตรียมพร้อมส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธหนักเข้าประจำการเพื่อพร้อมจะโจมตีวัตถุดังกล่าวได้เมื่อรับคำสั่ง และนักวิทยาศาสตร์ ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์นี้ เฮเลน นักจุลชีววิทยา นางเอกของเรื่องก็ประจำในหน่วยเฉพาะกิจนี้ด้วย เมื่อวัตถุทรงกลมได้ลงจอดลง ณ เซนทรัลพาร์คแล้ว ได้มีสิ่งมีชีวิตเดินออกมา มุ่งตรงไปสู่กลุ่มเจ้าหน้าที่

เสียงปืนดังปัง สิ่งมีชีวิตนอกโลกได้รับบาดเจ็บสาหัส ทันใดนั้นได้มีหุ่นยนต์ร่างสูงใหญ่ ตาเดียว ออกมาเพื่อทำการรักษาบาดแผลเบื้องต้นให้กับมนุษย์ต่างดาวที่ได้รับบาดเจ็บ และเปิดจากโจมตีทำลายรถถัง และอาวุธหนักในบริเวณนั้นทันที โดยที่ไม่ได้ทำร้ายมนุษย์ จากนั้นก็หยุดนิ่ง

Read more »

Share

สายลับ 007 กับเทคโนโลยี

เดินทางกลับอพาร์ทเมนท์ดังเช่นปกติเช่นทุกวัน ต้องผ่านโรงภาพยนต์เซ็นจูรี่ ตรงอนุสาวรีย์ เหลือบไปเห็นตารางภาพยนต์  007 – Quantum of Solace

โอ้ว้าว ตาฝาดไปเหรอนี่!

ไม่ฝาด ไม่ฝาก มองอีกที
เข้าแล้วเหรอนึกในใจ วันนี้เพิ่งวันพุธเองนะ
(ถ้าคนดูหนังบ่อยๆ จะรู้ว่า ปกติหนังใหม่จะเข้าทุกวันพฤหัสฯ)

จากที่ตั้งใจจะไปวิ่ง ก็กลายเป็นเดินเข้าไปต่อแถวซื้อตั๋วหนัง 007 ฉะนั้นแล

ไม่มีอะไรมากมาย จุดขายของหนังก็คือชื่อเรื่อง เจมส์ บอนด์ 007

ก็ใครๆ ก็อยากดู 007 นี่นา ..
มาดูซิว่าภาคนี้มีอะไร ???

เปิดเรื่องก็เริ่มด้วยฉากแอ็คชั่น
แล้วก็แอ็คชั่น

แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น แอ็คชั่น

แอักชั่นอีกแล้ว ..
จากต้นจนจบเรื่อง มีแต่แอ็คชั่น!!!

นั่งมองหาคำคมเด็ดๆ ตามสไตล์ฮอลลีวู้ดที่สอดแทรกเพื่อให้หนังดูดี เช่น

Great power comes with Great Responsibility (Spider man)
พลังที่ยิ่งใหญ่ ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ (ไอ้แมงมุม)

ไม่มี ไม่มี ไม่มีเลย
จะมีก็แต่ฉากบางตอนทีแสดงถึงมิตรภาพ หรือการให้กำลังใจระหว่างบอนด์กับสาวบอน แต่การแสดง และการสื่อความหมายก็ละหลวมเกินไป

โดยรวมแล้วหนังถือว่าแย่ แต่กราฟฟิกสวยๆ และการดำเนินเรื่องที่ไม่อืดนัก ก็ถือว่าถูไถ

แต่อย่างไร ก็ยังมีประทับใจอยู่บ้าง ….

Read more »

Share

Always (Love): Sunset on Third Street

งานประพันธ์ใดก็ตาม อาจจะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กของความงดงามในวรรณกรรมที่มีเลอค่า ไม่ใช่ผลงานที่เป็นอมตะ หรือคลาสสิคเท่าที่เคยมีมาในอดีตสมัย ถึงแม้ไม่เคยผ่านการการันตีคุณภาพจากสถาบันใด แต่ถ้างานประพันธ์นั้น สามารถสื่อสารความในใจจากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้อย่างลึกซึ้งและหมดจด ก็น่าจะถือได้ว่าผลงานประพันธ์นั้นมีความสมบูรณ์ มีเสน่ห์ สวยงามในตัวมันเองอย่างถึงที่สุด

นักเขียนหนุ่มได้บรรจงถ่ายทอด เรื่องราว ความรู้สึกลึกในใจที่มีต่อคนรัก ผ่านงานเขียนเพื่อส่งเข้าประกวดรางวัลแห่งเกียรติยศในวงการนักเขียน แม้ว่าวันแห่งการประกาศรางวัลผ่านพ้นไป และเขาก็ไม่ได้รับรางวัลใดเลย แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่เขาได้รับ กลับมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งปวง นั่นก็คือการที่คนรักที่เคยร้างไป ตัดสินใจกลับมาหาเขาอีกครั้ง…

เป็นเพียงบางฉาก จากภาพยนต์เรื่อง Always : Sunset on Third Street ภาค 2 ที่ยกให้เห็นอานุภาพของความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง

ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรักยังคงงดงามอยู่เสมอ

ยาม ที่เราตกอยู่ในห้วงของความรัก แม้สิ่งที่ไม่สวยงามที่เราเคยจ้องมองด้วยสายตาคู่เดียวมาตลอด แต่ทันทีทันใดที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่เรารัก ทอดสายตาไปด้วยกัน ณ จุดเดิม มันคงจะสวยงามขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

น่าแปลกใจ แต่นี่สินะที่เราเรียกว่าปาฏิหารย์แห่งรัก!!!

หาก จะถามว่ารักคืออะไร ก็ยากจะอธิบายด้วยตัวหนังสือหรือคำพูด บ้างก็ว่ารักคือการให้ รักคือความผูกพันธ์ รักคือความอบอุ่น มายมายหลากหลายเท่าที่มนุษย์เราจะนึกคำมาเปรียบได้

การแสดงออกของรัก นั้น หากได้แผ่นฟ้ามาเป็นกระดานดำ พื้นที่ก็คงจะไม่พอในการเขียนบรรยายความรักได้ทั้งหมด รักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักแฟน รักเพื่อน รักครูบาอาจารย์ รักผืนน้ำ รักสัตว์ป่า รักเพื่อนมนุษย์ รักต่างศาสนา รักข้ามชนชั้น รักดนตรี รักกีฬา รักศิลปะ หรือแม้กระทั่งรักตัวเราเอง…

คนมากมายผิดหวังจากความรัก เจ็บจากรัก แล้วก็พาลว่ารักแท้นั้นไม่มีจริง เป็นสิ่งจอมปลอมและเกิดความท้อแท้ในรัก

การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ยังต้องอาศัย “ความเข้าใจ” ความรักก็เช่นเดียวกัน!

ถ้า ไม่คอยหมั่นสังเกต และเรียนรู้ ความรักที่แสนหวาน ผ่านพ้นข้ามคืนก็อาจกลายเป็นยาขมระทมใจ เกลียดกับรักนั้นอยู่กันคนละขั้ว เสมือนเหรียญสองด้านที่ยากจะแยกออกจากกัน มีรักก็ต้องมีทุกข์

รักบ้าง ทุกข์บ้างสลับสับเปลี่ยนกันไป เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว

ฟ้าหลังฝนครั้งต่อไป …เราคงจะพบว่า มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

Share

Way Back Into Love

“เรื่องราวของความรัก ระหว่างชายหญิง ที่ต่างฝ่ายต่างรอคอยกันและกัน เพื่อมาเติมเต็มหัวใจและเป็นแสงสว่างนำทาง  ในหนทางแห่งรักที่แสนอบอุ่น ได้ดูแลกันจนชั่วนิรันดร์”

วันนี้ทุกคนอาจจะคิดว่าผมมาแปลก เลี่ยนกันแต่ต้นเรื่องง หรือ อาจจะคิดกันไปไกลว่าผมกำลังตกหลุมรักใครสักคนหรือเปล่า ?

ขอตอบว่า ไม่เลยครับบ …!!!!!!!!!!!!

แค่บังเอิญได้ดูภาพยนต์เรื่อง Music & Lyrics เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปินยุค 80 ที่ความนิยมลดฮวบกับสาวนักเขียน ที่อยู่ ๆ โชคชะตาก็นำพาทั้งคู่มาแต่งเพลง จนได้พบรักกันน

แล้วเกิดอาการเพ้อฝันแบบหยุดไม่อยู่ ชนิดที่เรียกว่าต้องหาโหลดเพลง (เพลงเพราะมาก ๆ) พร้อมเนื้อร้องมาฟังกันให้ต่อมจินตนการด้านความรักมันทุเลาลงบ้างง (เดี๋ยวเวลากลับเข้าสู่โลกแห่งความจริงแล้วมันจะหดหู่)

ว่าแล้วลองไปฟังกันดีกว่า กับเพลงประกอบภาพยนต์เรื่องนี้ ที่ชื่อว่า Way Back Into Love …

******… ขอให้โชคดีกับความรักทุกคนครับ …******

#######################################

เนื้อร้อง

I’ve been living with a shadow overhead
ฉันมีชีวิตอยู่ภายใต้เงามืด
I’ve been sleeping with a cloud above my bed
ฉันหลับตาลงบนเตียงพร้อมกับเมฆครึ้มลอยอยู่เหนือหัวเตียง
ุI’ve been lonely for so long
ฉันเดียวดายมาเป็นเวลานาน
Trapped in the past, I just can’t seem to move on
ติดอยู่กับอดีตและไม่อาจจะก้าวขาพ้นมันไปได้

I’ve been hiding all my hopes and dreams away
ส่วนฉันได้แต่เก็บซ่อนความหวังและความฝันเอาไว้
Just in case I ever need em again someday
เผื่อว่าซักวันหนึ่งฉันอาจจะต้องการมัน
I’ve been setting aside time
ได้แต่ใช้ชีวิตไปอย่างไม่สนใจวันเวลา
To clear a little space in the corners of my mind
เพียงเพื่อที่จะได้เคลียร์พื้นที่ในมุมหนึ่งของจิตใจ

All I want to do is find a way back into love
ที่ฉันต้องการก็คือหนทางกลับสู่ถนนแห่งรัก
I can’t make it through without a way back into love
ฉันไม่อาจจะทำสิ่งใดให้สำเร็จได้ โดยปราศจากหนทางสู่รัก
Oh oh oh

I’ve been watching but the stars refuse to shine
ฉันได้แต่เฝ้ารอคอย แต่ดวงดาวก็ปฏิเสธที่จะส่องแสง
I’ve been searching but I just don’t see the signs
ฉันได้แต่เฝ้าค้นหา แต่ก็ไม่พบแม้ร่องรอย
I know that it’s out there
รู้เพียงว่ามันอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
There’s got to be something for my soul somewhere
ที่ที่มีไว้สำหรับจิตวิญญาณของฉัน ต้องอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง

I’ve been looking for someone to shed some light
ฉันเฝ้ารอใครสักคนที่พร้อมจะเป็นแสงสว่าง
Not just somebody just to get me throught the night
ไม่ใช่ใครแค่ซักคนที่ทำให้ฉันผ่านพ้นไปได้วันต่อวัน
I could use some direction
ฉันต้องการคำชี้นำ
And I’m open to your suggestions
และฉันก็พร้อมสำหรับคำแนะนำของเธอ

All I want to do is find a way back into love
ที่ฉันต้องการก็คือหนทางกลับสู่ถนนแห่งรัก
I can’t make it through without a way back into love
ฉันไม่อาจจะทำสิ่งใดให้สำเร็จได้ โดยปราศจากหนทางสู่รัก
And if I open my heart again
หากว่าฉันเปิดหัวใจอีกครั้ง
I guess I’m hoping you’ll be there for me in the end
ได้แต่หวังว่าเธอจะอยู่กับฉันไปจนนิรันดร์

There are moments when I don’t know if it’s real
มีบางช่วงเวลาที่ฉันลังเลว่ามันเป็นจริงหรือไม่
Or if anybody feels the way I feel
หรือจะมีใครรู้สึกอย่างที่ฉันรู้สึกไหม
I need inspiration. Not just another negotiation
ที่ฉันต้องการคือแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แค่การตกลงหรือต่อรอง

All I want to do is find a way back into love
ที่ฉันต้องการก็คือหนทางกลับสู่ถนนแห่งรัก
I can’t make it through without a way back into love
ฉันไม่อาจจะทำสิ่งใดให้สำเร็จได้ โดยปราศจากหนทางสู่รัก
And if I open my heart again
หากว่าฉันเปิดหัวใจอีกครั้ง
I’m hoping you’ll show me what to do
ได้แต่หวังว่าเธอจะทำและพิสูจน์ให้ฉันเห็น
And if you help me to start again
และหากเธอได้พาฉันกลับไปเริ่มต้นที่ถนนแห่งรักอีกครั้ง
You know that I’ll be there for you in the end
ฉันก็จะอยู่ณที่แห่งนั้นกับเธอนิรันดร์

#######################################

ปล. ขอบคุณ ijigg ที่ให้เราได้ฟังเพลงเพราะ ๆ
ขอบคุณ
a-live-cafe ที่อนุเคราห์เนื้อร้องพร้อมคำแปล

Share

The Last Mimzy

วันเสาร์วันพักผ่อนของคนทำงาน เลยหาอะไรทำสักหน่อย ว่าแล้วก็เข้า www.sfcinemacity.com เลือกสาขาที่ใกล้บ้านที่สุด (เซ็นทรัลรามอินทรา) เพื่อหาโปรแกรมหนังที่จะไปดูวันนี้ หลังจากนั้นก็ได้เรื่องที่จะไปดูแล้ว เรื่องนั้นก็คือ The last mimzy หนังแนว SciFi สำหรับเด็ก (โตแล้วก็ดูได้เนอะ :P )  โดยเนื้อเรื่องโดยย่อมีดังนี้

เมื่อวิทยาการในโลกอนาคตดำเนินไปจนถึงขีดสุด ผู้คนส่วนใหญ่ดำรงชีวิตโดยไร้ความรู้สึกนึกคิด และทำสิ่งต่าง ๆ ราวกับหุ่นยนต์ แต่ยังนักวิทยาศาตร์คนหนึ่ง พยายามแก้ไขสิ่งนี้ โดยการพัฒนาหุ่นยนต์กึ่งสิ่งมีชีวิต (กระต่าย Mimzy) ด้วยวิทยาการล้ำยุค เพื่อส่งไปในโลกอดีต ค้นหาจิตใจที่   บริสุทธิ์ และนำกลับมาเติมเต็มผู้คน ให้กลับมามีชีวิต และความรู้สึกนึกคิดเหมือนเดิม

The last mimzy  เป็นเรื่องราวของกระต่ายหุ่นยนต์ตัวสุดท้ายของนักวิทยาศาสตร์  ที่จะส่งมาตามหาจิตใจที่บริสุทธิ์ในอดีต โดยการดำเนินเรื่องผ่านเด็กพี่น้องสองคน (เอ็มม่า และโนอา) ซึ่งได้บังเอิญ เก็บกล่องปริศนาได้ในระหว่างไปพักผ่อนที่ทะเลกับครอบครัว ในกล่องปริศนานั้น เต็มไปด้วยเปลือกหอย และตุ๊กตากระต่ายตัวโต

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับหนูน้อยทั้งสอง โดยโนอาสามารถสื่อสารกับแมงมุม ได้ยินเสียงในความถี่ที่ไม่มนุษย์ปกติไม่ได้ยิน และสามารถส่งวัตถุใด ๆ ผ่านมิติจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ ส่วนเอ็มม่า, กระต่ายเลือกที่จะคุย และสอนสิ่งต่าง ๆ ให้ เพื่อให้เอ็มม่า เรียนรู้เรื่องราวในอนาคต และความสามารถเปิดประตูเวลา เพื่อที่จะส่งกระต่าย mimzy กลับไปยังโลกอนาคตพร้อมกับจิตใจที่อ่อนโยนของหนูน้อยคนนี้ได้

ความสามารถพิเศษเหล่านี้ ทำให้เกิดความแตกตื่นไปทั้งเมืองเนื่องจาก อยู่ดี ๆ เอ็มม่าก็แสดงใช้พลังจิตย้ายน้ำตาลทรายไปใส่จานพ่อ โดยที่ไม่ใช้มือ ส่วนโนอาก็ได้ทำโครงงานวิทยาศาตร์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในเด็กวัยนี้ และวันหนึ่งโนอาได้ลองเล่นกับของในกล่องปริศนา แล้วทำให้ไฟฟ้าดับไปทั่วรัฐ จนเดือดร้อนถึง FBI และหน่วยต่อต้านก่อการร้าย เด็กทั้งสองรวมถึงผู้ปกครองก็ได้ถูกคุมตัวเพื่อสอบปากคำ เกี่ยวกับสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น

เวลาเหลือน้อยเต็มทีสำหรับกระต่าย mimzy  ซึ่งถ้าไม่กลับไปโลกอนาคตพร้อมความรู้สึกอ่อนโยนที่บริสุทธิ์ตามกำหนด โลกมนุษย์ก็จะถึงกาลอวสาน กระต่าย mimzy จึงเล่าเรื่องราวผ่านเอ็มม่าให้พวกผู้ใหญ่ฟัง แต่พวกนั้นไม่เชื่อ ทำให้เด็กทั้งสองต้องใช้ความสามารถพิเศษ ,เรียกแมงมุม สื่อสารทางจิต, เพื่อหลบหนี ไปยังบ้านพักริมทะเลที่เจอกระต่าย mimzy ครั้งแรก เพื่อเปิดประตูเวลาที่จะส่งให้ mimzy กลับไปในโลกอนาคตได้ทันท่วงที …

เขียนซะยาวเลยวันนี้ เหนื่อยเลยแฮะ  ไว้วันหลังโปรแกรมหน้า ดูเรื่องตำนานโจรสลัด ภาค 3 ”Pirate of the Caribbean” (เห็นว่าจะมีภาค 4 ต่อ เซ็นสัญญาแล้วด้วย) แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง วันนี้บ๊ายบาย ขอตัวไปนอนก่อนครับ

Share

ไปดู King Kong มา

วัน สุดท้ายของการอบรมเรื่อง Product of Reuters ซึ่งมี Class ทั้งหมดสองวัน ซึ่งก็ได้รับความรู้ไปพอสมควร เกี่ยวกับ Product ทั้งหลายของ Reuters

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ก็เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนังเรื่อง King Kong ที่ MBK ไปถึงก็เลยไปซื้อตั๋วกันก่อน ปรากฏว่าตั๋วใกล้หมดแล้ว เหลือแต่แถวหน้า ๆ (ติดจอ) แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็เลยซื้อมาดู

เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนหนังจะฉาย ก็ไปหาข้าวเย็นกินกันที่ Food Center แล้วก็ไปเดินดูรองเท้าผ้าใบ ที่จะใส่ไปงาน Sport Day ของบริษัทในวันเสาร์นี้ แต่ก็ยังไม่ถูกใจ เลยยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ

อีก 15 นาทีหนังจะเริ่มฉาย ก็เลยไปนั่งรอหน้าโรง พอถึงเวลาเข้าไปนั่ง ปรากฏว่าที่นั่งใกล้มาก (ใกล้จิง ๆ ) นั่งแหงนคอแถมเอียงอีกต่างหาก แต่ไหน ๆ ก็ซื้อตั๋วมาแล้ว แถมมากับเพื่อนอีก ก็เลยปล่อยเลยตามเลย นั่งดูทั้ง ๆ อย่างนั้น ดูจบ (คอเคล็ดทันที ทันใด) ดูนาฬิกา 23:44 (อะฮ่า หนัง 3 ชม. เลยเหรอเนี้ย)

แต่ขอไม่เล่าเนื้อเรื่องละกันวันนี้ ให้ไปดูกันเอาเองดีกว่า เพราะสนุกจริง ๆ (ในใจให้ 4 ดาวเลย) หลังจากนั้นก็หารถ Taxi กลับที่พัก เพราะไม่มีรถเมล์นั่งแล้ว

ถึงที่พักแล้วก็อาบน้ำ มา up Blog สักพักนึง แล้วก็จะนอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้มีสัมภาษณ์เข้าทีมอีกแล้ว ยังไงวันนี้ขอแค่นี้ก่อน ฝันดีกันทุกคนนะ …

Share

Harry Potter and The Goblet of Fire !

วันก่อนได้มีโอกาสไปดู Harry Potter ตอนถ้วยอัคนีมา สนุกมาก ๆ เลย ซึ่งผมได้ข่าวมาว่า Harry Potter ตอนถ้วยอัคนีนี้มีรายได้มากกว่าตอนอื่น ๆ ที่เคยถ่ายทำมาทั้งหมด เรื่องราวของตอนนี้ก็มีอยู่ว่ามีการจัดแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคี ซึ่งโรงเรียนเวทย์มนต์ จะส่งตัวแทนมาประลองกันตัวแทนโรงเรียนละ 1 คน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ก็เลยมีกติกาว่าห้ามนักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีเข้าประลองเวทย์ ซึ่ง Harry Potter ของเราก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทำให้ Harry น้อยของเรา (แต่เอ๊ะเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว) ได้ลงแข่งขันประลองเวทย์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งรวมผู้แข่งขันทั้งหมด 4 คน ซึ่งจริง ๆ การประลองก็ได้ดำเนินไปเรื่อย ๆ จน Harry ได้ถ้วยอัคนีมาอยู่ในมือ โดยหารู้ไม่ว่าถ้วยอัคนีเป็นกุญแจนำทางที่นำพา Harry ไปยังสุสานที่มีลอร์ดวอลเดอร์มอร์รออยู่แล้ว โดยที่จริง ๆ แล้วเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นแผนการของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ทั้งหมด ซึ่งต้องการเลือดของ Harry เพื่อฟื้นคืนพละกำลังของตน เมื่อลอร์ดโวลเดอร์มอร์ฟื้นพลังสำเร็จ ก็เตรียมจะสังหาร Harry ตายเสีย แต่วิญญาณของพ่อ แม่และเพื่อน ๆ ก็ได้มาช่วยให้ Harry รอดพ้นอันตรายมาได้

Share
Page 1 of 212