เช้าตรู่วันอาทิตย์ ตื่นขึ้นมางง ๆ พร้อมกันความงัวเงีย เพื่อรอเวลานัดตั๋งคุง ที่ตกลงกันตั้งแต่เมื่อวานว่า จะไปเกาะเกร็ดกันวันนี้
พอถึงเวลานัดประมาณ 9:30 น. ที่หน้ากองทหารราบที่ 11 (แถวบ้าน) ก็เจอตั๋งคุงพร้อมด้วยชุดออกรบ กระบอกเลนส์ 70-200L และเจ้าหนอนน้อยตัวเก่งง (Canon) หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเมล์สาย 552 จากหน้ากองทหารราบเพื่อไปสู่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน เพื่อไปรับเพื่อนร่วมเดินทางอีกหนึ่งคน (จริง ๆ แล้วหลังจากนี้เราไม่ได้ไปรับเค้าหรอก เพื่อนคนนี้มารับเราตะหาก (-_- )”… )
ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ดด … เสียงกดกริ่งของรถเมล์ เพื่อให้พวกเราได้ลงที่หน้าเดอะมอลงามวงวาน แล้วบอลคุง กะตั๋งคุงก็ยืนรอเพื่อนอีกคนจนกระทั่งเวลา 10:00 ก็มีรถเก๋งโตโยต้า Vios ไม่ทราบป้ายทะเบียนนน มาจอดรับเราหน้าห้างงง จากนั้นเมื่อนับพลทหารได้สองนาย และคนคับรถอีกหนึ่งคน
(เพื่อนใหม่คนนี้ชื่อดาครับ) เราทั้งสามก็เดินทางไปท่าน้ำนนท์เพื่อที่จะขึ้นเรือเร็วไปเกาะเกร็ดกัน
ถึงท่าน้ำนนท์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เราทั้งสามก็ตีตั๋วเรือเร็ว ราคา 100 บาท ซึ่งไม่แพงมาก สำหรับการล่องเรือรอบเกาะเกร็ด … เราต้องนั่งรอเวลาสักครู่เพื่อให้คนเรือรอผู้โดยสารคนอื่น ๆ นอกจากเรา (จะได้คุ้มค่าน้ำมันและกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเดินเรือสักเที่ยวหนึ่ง) รอจนกระทั่งได้ผู้โดยสารประมาณ 10-12 คน เรื่อเร็วลำนี้ก็ออกเดินทางง

<!— อัลบั้มการเยี่ยมชมเกาะเกร็ดขนาดใหญ่สามารถไปดูได้ที่ อัลบัมภาพ หรือเข้าโดยตรงจากลิงค์ข้างล่างนี้นะครับ http://www.atthakorn.com/album/koh-krade/ —>
ซ่า ๆ เสียงน้ำกระเซ็นใส่ผม ตั๋งคุง และดาจัง เรือแล่นด้วยความเร็วพอสมควรร ก็น่าตื่นเต้นดีสำหรับประสบการณ์นั่งเรื่อล่องแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรกของผม วันนี้อากาศร้อนมาก โชคดีที่มีลมพัด ก็เลยพอ Ok หน่อย
เรือเร็วลำน้อยแล่นผ่าน เรือเก็บของ ลอดใต้สะพาน บรรยากาศริมน้ำดึงดูดสายตาผมไปจากสิ่งอื่นใดทั้งหมด วิถีของชาวบ้านยังคงดำรงอยู่ท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพ
เมื่อเรือเร็วจอดท่าน้ำหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา เราทั้งสามก็ได้ลงไปเดินเล่นน แต่ไม่ทันไรรู้สึกหิวข้าวกัน เนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า เราทั้งสามเลยลองหาที่นั่ง ที่ร้านข้าวแช่ ของขึ้นชื่อของที่นี้เลยทีเดียวว
“ข้าวแช่สามจานนน” ดาจังตะโกนร้องเรียกแม่ค้า ตั๋งคุงได้ยินดังนั้น ก็เลยสะกิดให้ดาจังสั่งลองมาชิมสักชุดดูก่อน (เหตุที่ตั๋งคุงเคยชิมแล้ว บอกว่าไม่อร่อย) แต่ผมและดาจังก็ไม่เชื่อ ก็เลยลองสั่งมาดูสักชุด เพื่อลองชิมกัน
ไม่นานนัก แม่ค้าก็ถือข้าวแช่มาชุดหนึ่ง และเราก็พบว่า ข้าวแช่ คล้าย ๆ กับการน้ำข้าวเจ้าที่หุงร้อน ๆ มาแช่ในน้ำที่ผสมอะไรสักอย่าง (กลิ่นมันเลยแปลก ๆ) กับ กับข้าวคือหัวไชโป๊ จากนั้นเราก็พบว่า มันไม่ถูกปากนักท่องเที่ยวอย่างเราทั้งสามจริง ๆ เลยตัดสินใจไปเดินดูหมู่บ้าน และซื้อขนมกินเล่น แล้วค่อยแวะไปกินขนมจีนก่อนออกจากหมู่บ้านน
ภายในหมู่บ้านก็พบงานหัถกรรมมากมาย ทั้งโมบาย เครื่องปั้นดินเผา ที่มีโชว์ปั้นกันสด ๆ ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาทีสำหรับการปั้นแจกัน ขนาดเท่าหลอด cd ขนาด 50 แผ่น 2 หลอดต่อกัน สำหรับช่างที่ชำนาญแล้วถือว่าเร็วมาก แต่ถ้าเราทั้งสามไปปั้นเอง วันนี้คงไม่ได้กลับแน่ ๆ
จากนั้นพวกเราก็เดินเล่นไปอีกสักพัก เดินซื้อไอศครีมกะทิสด ขนมทองเอกและเสน่ห์จันทร์ ขนมไทยชาววังมาลองชิมดู เหลือบมองนาฬิการใกล้เวลานัดเรือเร็วมารับ พวกเราก็รีบไปหาขนมจีน รับประทานอาหารกลางวันเพื่อรองท้องก่อนไปร้านขนมชาววังเป็นสถานีต่อไป
เมื่อถึงร้านขนมชาววัง (จำไม่ได้ว่าร้านชื่ออะไรเพราะไม่ได้หาข้อมูลล่วงหน้า (-_- )” …. ) พวกเราก็เดินเข้าไปชมห้องครัว ซึ่งคุณป้าก็กำลังทำขนมฝอยทองอย่างตั้งใจ ผมเลยถือโอกาสถ่ายรูปตอนคุณป้ากำลังทำขนมฝอยทอง เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวในการชมเกาะเกร็ดครั้งนี้ หลังจากนั้นพวกเราก็ขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับท่าน้ำนนท์พร้อม ๆ กับความเหน็ดเหนื่อยกันทั้งสามคน
การเดินทางเที่ยวนี้ ขาดการไปเยี่ยมชมวัดปรมัยยิกาวาส ซึ่งเป็นวัดมอญเก่าแก่ของเกาะเกร็ดนี้ ซึ่งคราวหน้าถ้าได้ไปอีก ก็จะลองไปเยี่ยมชมดูสักครั้งง
ปล. ก่อนกลับผม ตั๋งคุงและดาจัง ก็ได้แวะถ่ายรูป Portrait โดยที่ดาจัง ได้เอื้อเฟื้อเป็น Model ให้ แต่รูปที่ได้มาเยอะมากก ต้องขอเวลาผ่าน Photoshop สักหน่อย แล้ว Update เวบคราวหน้าจะเอามาให้ชมกัน