Posts Tagged ‘social’

Google DevFest in Bangkok

วันศุกร์ที่ผ่านมาทีม Google ได้มาจัดสัมนาที่ ม.จุฬาฯ โดยชื่องานว่า Google DevFest เนื้อหาในการสัมนาจะเกี่ยวกับ Google Web API และแนะนำบริษัทในเครือที่ Google สนับสนุน หรือเป็นพันธมิตรกับ Google

OpenSocial
OpenSocial คือ API ส่วนกลางที่ Google ได้พัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนา Application ที่ใช้ในเว็บ Social Network เช่น Hi5, Friendster, Linkedln, Yahoo!, Orkut, Ning และอีกมากมาย

ตัวอย่าง Application ที่ถูกพัฒนาโดย OpenSocial API ของ Google ใน Hi5 ได้แก่ SuperPoke Pets, BuddyPoke, Buddy List

ข้อดีของ OpenSocial API ก็คือเราสามารถพัฒนา Application สำหรับเว็บไซต์ Social network เหล่านี้ได้ โดยใช้ API กลางเพียงตัวเดียว ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ API สำหรับแต่ละเว็บไซต์

Maps API
จนถึงตอนนี้เหล่านักท่องอินเตอร์เนทคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก Google Map ซึ่งจะเห็นได้ตามเวบไซต์ต่างๆ มากมายที่นำไปประยุกต์ใช้

ใน Session นี้เป็นการแนะนำเกี่ยวกับพื้นฐานการใช้งาน Maps API ตั้งแต่ง่าย จนไปหายาก หรือการนำไปใช้ร่วมกันกับ Flash/Flex เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Map API เพราะ Flash/Flex สามารถพัฒนาต่อกับ Socket ได้  ตัวอย่างเว็บไซต์ต่างๆ ที่นำ Maps API ไปใช้ เช่น Meetways, StartTutor รวมไปถึง Simulator ที่ใช้ 3D map (Google Earth) เช่น Driving Simulator

App Engine
ในส่วนของ App Engine, Google ได้พัฒนาตัว Framework ที่รวม Library ต่างๆ เพื่อที่ผู้พัฒนาเวบไซต์ไม่ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ศูนย์ในการสร้างเวบไซต์ใหม่ โดย Framework ที่ว่านี้ก็คือ App Engine นั่นเอง

โครงสร้าง Google App Engine จะประกอบด้วย

1. สถาปัตยกรรมแบบพัฒนาต่อยอดได้ง่าย (Scalable Serving Architecture)
2. ฐานข้อมูลแบบกระจาย Distributed Datastore (Big Table – SQL like)
3. ตัวรันไทมน์ของ Python
4. สามารถใช้บริการ Service  จาก App Engine ได้โดยใช้ Ajax web devopment technique ผ่าน Webservice
5. SDK ที่เปิดเป็น OpenSource
6. มีหน้าต่างผู้ควบคุมระบบเป็น Web-base
7. APIs ต่างๆ

ความ API หลักๆ ของ App Engine เช่น

1. ระบบ User/Authentication ซึ่งผู้พัฒนาสามารถใช้ User Login เดียวกับ Google Account (Gmail/Greader) ได้เลย
2. Memchache เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเวบไซต์
3. รับส่งอีเมล
4. การจัดการภาพ

จะเห็นได้ว่า Application Engine และ API ต่างๆ ได้ถูกพัฒนามาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเว็บไซต์ในยุคของ Web 2.0 โดย API เหล่านี้สามารถทำให้การเติบโตของเวบไซต์เป็นไปได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ผู้พัฒนาไม่ต้องกังวล หรือเสียเวลาในการพัฒนาตัว API และระบบพื้นฐานต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ผู้พัฒนามีเวลาในการคิดค้นบริการ (Feature) ใหม่ๆ ได้มากขึ้น

Related posts

Tags: , , ,

Social Network

เว็บบล็อก ยุคเริ่มแรกนั้น เริ่มพัฒนาจากความคิดที่ว่าจะยกไดอารี่ที่เป็นหน้ากระดาษแล้วย้ายมาเขียนบน อินเทอร์เนต จากนั้นมาตัวเว็บบล็อกเองก็พัฒนาความสามาถเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ ทั้งระบบแกลเลอรี่ ปฏิทินวันสำคัญ หรือสามารถตกแต่งหน้าตาให้ดูน่าสนใจมากกว่าการเขียนลงบนกระดาษสมุด

แต่แล้วความสามารถของเว็บบล็อกออนไลน์ก็ ถูกเพิ่มขีดความสามารถในอีกระดับ นั่นก็คือระบบสมาชิก ที่มีลักษณะแบบเครือข่าย ความสามารถเด่น ๆ ของระบบแบบนี้ เช่น
- การเชิญสมาชิกหน้าใหม่ผ่านการส่งจดหมายเชิญ (Invitation)
- สามารถสร้างกลุ่มเพื่อนและแบ่งระดับความสัมพันธ์เป็นหมวดหมู่ (Relationship)
- รายชื่อเพื่อนมีการเชื่อมโยงกันไปเป็นใยแมงมุม เพื่อนของเพื่อนสามารถทำความรู้จักกันได้โดยผ่านรายชื่อที่สามารถเผยแพร่ได้ (Social Network)

สิ่งเหล่านี้เองได้สร้างสังคมใหม่ใน อินเตอร์เนท หรือที่เรียกกันว่า Social Network ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะอยู่ไกลแสนไกลเหนือ หรือใต้, เอเชีย หรือยุโรป ต่างชาติต่างภาษา วัยที่แตกต่าง ไม่สามารถเป็นเส้นขวางกั้น ณ เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความสนุกสนาน รวมไปถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วได้เลย.

ตัวแทนของกลุ่มสังคม ในระบบอินเตอร์เนท หรือผู้ให้บริการระบบ Social Network เช่น Multiply, mySpace, h5, facebook และอื่น ๆ อีกมากมาย

สังคมเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมนับร้อย ที่กำลังเติบโตขึ้นด้วยความรวดเร็วแห่งกระแสโลกโลกาภิวัฒน์ บางครั้งก็ดูดกลืนอนูแห่งวัฒนธรรมที่ล้าสมัย แล้วหลอมรวมเป็นมวลสารใหม่ ที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในยุคของทุนนิยมโลกกระแสหลัก และกลายเป็นอารยธรรมของมนุษย์ชาติต่อไป

เป็นที่จับตามองว่า ณ จุด ๆ หนึ่งในอนาคตอันใกล้ เส้นทางของ Social Network นั้นจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ของเราบนจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ ต้องเรียนรู้และดิ้นรน หมุนเวียนเปลี่ยนหน้าไปตามยุคและสมัย!

Related posts

Tags: , , ,

BarCamp Bangkok 2008

ไปเจอการสัมมนาที่น่าสนใจในเว็บ Blognone มา ชื่อว่า BarCamp ซึ่งจุดมุ่งหมายของการสัมมนาครั้งนี้คือการแลกเปลี่ยนความรู้กัน โดยแต่ละคนที่มาจะเตรียมหัวข้อที่ตนสนใจมาแบ่งปันประสบการณ์กัน ส่วนใหญ่คนที่มาร่วมงานจะเป็นคนในแวดวงคอมพิวเตอร์ และนักพัฒนาซอฟแวร์ด้านต่าง ๆ

BarCamp ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดยผู้ร่วมงานทุกคนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงเตรียมตัวมาแชร์ประสบการณ์ที่ถนัดของตัวเองในด้านต่าง ๆ โดยต้องขอบคุณผู้จัดงานที่ทุ่มเทแรงกายหา Sponsor เพื่อให้งานนี้ลุล่วง ตอนนี้ก็เปิดให้ register ผ่านเว็บไซต์ http://www.barcampbangkok.org/ ตัวผมเองก็ได้ไปลงชื่อเรียบร้อยแล้ว ใครสนใจก็ลองไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับงาน แล้วลงชื่อได้เลยนะครับ (งานนี้รับจำนวนจำกัด)

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ http://www.blognone.com/node/6655

ปล. แล้วเจอกันในงานนะครับ

Related posts

Tags: , , , ,

ภิกษุสันดานกา

ป็นข่าวกันครึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์และ โทรทัศน์ทีเดียว กับภาพงานศิลปะ “ภิกษุสันดานกา” รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ศิลปกรรมแห่งชาติ ผลงานของ อ.อนุพงษ์ จันทร ภาควิชาวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

พระภิกษุและฆราวาสบางกลุ่มถึงกับออกมา ประท้วง และยื่นข้อเสนอในการถอดถอน ยุติการแสดงงานชิ้นนี้ รวมไปถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อศิลปินผู้วาดภาพ เนื่องจากประเด็นที่คิดว่าภาพเขียนชิ้นนี้ดูหมิ่น และทำให้พระสงฆ์เสื่อมเสีย รวมถึงความไม่เหมาะสมกับเมืองไทยที่เป็นเมืองพุทธศาสนา

ถือเป็นการเหมาะสมหรือไม่ กับการดำเนินการของภิกษุเหล่านี้?

นานมาแล้ว บทธรรมได้ถูกถ่ายทอด ในรูปแบบของภาพเขียนที่แฝงไว้ด้วยปริศนาธรรม ผู้ศึกษาธรรมะจักต้องพินิจพิเคราะห์เจตนาของภาพเขียน ที่ผู้วาดได้สอดแก่นคำสอนของธรรมะไว้ แล้วนำมาปฏิบัติตาม ดังที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้เคยกล่าวเกี่ยวกับการศึกษาธรรมจากภาพว่า

“… การศึกษาธรรมจากภาพนั้น ในชั้นแรกที่สุด จะต้องดูให้ออกเสียก่อน ว่ามันเป็นภาพอะไร หรือเขามุ่งหมายที่จะเขียนภาพอะไรนั่นเอง ในชั้นที่สอง จะต้องพินิจพิจารณาจนเข้าใจความหมายของภาพนั้นๆ ว่ามุ่งจะแสดงอะไรโดยแท้จริงถึงที่สุด และในขั้นที่สาม ซึ่งควรจะเป็นขั้นสุดท้ายนั้น คือ การน้อมเอาภาวะแห่งความหมายนั้นมาสู่จิต หรือภาวะของตัวเราเอง, ที่กำลังเป็นอยู่จริง ซึ่งอาจจะถึงกับสะดุ้ง เพราะภาพนั้นได้ด่าเรา สอนเรา ล้อเรา ถึงขนาดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสันดานของเรา ซึ่งหมายความว่ามันได้ช่วยชำระชะล้างกิเลสของเราได้ไม่น้อยทีเดียว…”

เนื้อหาในพระไตรปิฏก คำสอนของพระพุทธเจ้า ก็มีคำสอน คำอธิบายเกี่ยวกับพระภิกษุลามกไว้ถึง 10 อย่าง ใช้เป็นเครื่องชี้วัดสำหรับฆราวาส ว่าภิกษุที่เรากราบไว้นั้นเป็นภิกษุดีหรือลามก

“…ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุลามกก็เช่นเดียวกับกานี้แหละ เป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรม ๑๐ ประการ ๑๐ ประการอะไรกันเล่า? ๑๐ ประการ คือ ๑. ภิกษุลามก เป็นคนทำลายความดี ๒. ภิกษุลามก เป็นคนคะนอง ๓. ภิกษุลามก เป็นคนทะเยอทะยาน ๔. ภิกษุลามก เป็นคนกินจุ ๕. ภิกษุลามก เป็นคนหยาบคาย ๖. ภิกษุลามก เป็นคนไม่กรุณาปราณี ๗. ภิกษุลามก เป็นคนต่ำช้า ๘. ภิกษุลามก เป็นคนพูดเสียงอึง ๙. ภิกษุลามก เป็นคนปล่อยสติ ๑๐. ภิกษุลามก เป็นคนสะสมของกิน

ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุลามกเป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรมสิบประการเหล่านี้ แล …”

จะเห็นว่าภาพ “ภิกษุสันดานกา” จิตรกรต้องการสื่อถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับภิกษุที่ไม่ดี ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ภิกษุที่ปฏิบัตดี ปฏิบัติชอบเลย

การออกมาประท้วงครั้งนี้โดยภิกษุบางกลุ่ม แสดงให้เราเห็นว่า หลักธรรมของพระพุทธศาสนาได้ถูกบิดเบือนจากหลักคำสอนเดิมของพระพุทธเจ้า มายึดติดกับรูปและวัตถุ หรือแม้ว่าเจตนาของจิตรกรภาพเขียน จะแฝงด้วยเจตนาร้าย พระสงฆ์ก็มิควรออกมาเดินต่อต้าน ประท้วง หรือการออกมาให้สัมภาษณ์กับทางโทรทัศน์ด้วยอารมณ์โทสะ (รายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันที่ 10/10/2550) เนื่องจากในพระไตรปิฏกก็บ่งชัดอยู่แล้วว่า การกระทำดังกล่าว ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลยแม้แต่น้อย

หรือการออกมาเดินขบวนครั้งนี้เป็นการเดือดเนื้อ ร้อนตัวของภิกษุลามก ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นในสังคมไทย ???

ไม่มีใครตอบได้ หรือคำตอบนั้นก็อยู่ในใจของเราทุกคน …

ที่มาข้อมูล “ภิกษุลามก 10 ประการ” : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Related posts

Tags: , ,


Page 1 of 11